สวรรค์ดินแดนเหนือความฝัน


[ 20 พ.ค. 2554 ] - [ 19840 ] LINE it!

ตายแล้วไปไหน
ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร
สวรรค์ดินแดนเหนือความฝัน
 
สวรรค์ชั้นดาวดึงค์
สวรรค์ สถานที่เสวยผลบุญของผู้ได้กระทำกุศลกรรมเมื่อครั้งเป็นมนุษย์
 
     ชีวิตในสังสารวัฏเป็นชีวิตที่ยาวนาน หาเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลายได้ยาก ตราบใดที่เรายังไม่หมดกิเลส ตราบนั้นเราจะต้องเวียนว่ายตายเกิดนับภพนับชาติไม่ถ้วน จากการที่ได้เรียนรู้เรื่องของอบายภูมิ และมนุสสภูมิที่ผ่านมาแล้ว จะเห็นได้ว่ามนุสสภูมิเท่านั้น ที่สามารถสร้างบุญและบาปได้อย่างเต็มที่ ส่วนอบายภูมินั้น เป็นสถานที่เสวยผลบาปของบุคคลผู้กระทำอกุศลกรรมด้วยกาย วาจา และใจ เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ จะต้องถูกทัณทรมานอย่างโหดร้ายเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก หมดโอกาสสร้างความดี และเรื่องเทวภูมิที่จะได้ศึกษาต่อไปนี้ จะเป็นสถานที่เสวยผลแห่งบุญของผู้ได้กระทำกุศลกรรมไว้ เมื่อครั้งเป็นมนุษย์
 
     เรื่องเทวภูมิ หรือที่เรียกกันว่า สวรรค์นั้น บุคคลบางพวกก็เชื่อว่ามีจริง บางพวกก็เชื่อว่าไม่มีจริง และเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อให้คนรักในการทำความดี แม้ในหลายศาสนาก็มีความเชื่อเป็น 2 อย่างในลักษณะเดียวกัน แต่ศาสนาส่วนใหญ่มีความเชื่อว่าสวรรค์มีจริงที่เรียกว่า แดนสุขาวดี ส่วนในพระพุทธศาสนานั้นมีหลักฐานยืนยันเรื่องสวรรค์มากมาย จากคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎก ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากล่าวไว้ใน มหาสีหนาทสูตร1 ว่า
 
“ ดูก่อนสารีบุตร เราย่อมกำหนดรู้ใจบุคคลบางคนในโลกนี้ด้วยใจอย่างนี้ว่า บุคคลนี้ปฏิบัติอย่างนั้น ดำเนินอย่างนั้น และขึ้นสู่หนทางนั้น เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ โดยสมัยต่อมา เราย่อมเห็นบุคคลนั้น เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกเข้าถึงแล้วซึ่งสุคติโลกสวรรค์ เสวยสุขเวทนาโดยส่วนเดียว ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ ล่วงจักษุของมนุษย์”
 
ลักษณะของเทพบุตร เทพธิดาในสวรรค์ชั้นต่างๆ
เรื่องสวรรค์ในพระพุทธศาสนานั้นมีหลักฐานยืนยันมากมาย
จากคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎก
 
     และก่อนที่จะได้เรียนรู้เรื่องเทวภูมินั้น ในเบื้องต้นนี้จะขอทำความเข้าใจว่า เนื้อหาของเทวภูมิแต่ละชั้นนั้นจะมีรายละเอียดมากน้อยไม่เท่ากัน เนื่องจากว่าสวรรค์บางชั้นมีความใกล้ชิดและสัมพันธ์กับภูมิมนุษย์มากกว่าสวรรค์ชั้นอื่นๆ เช่น สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ที่มีเทวดาบางเหล่าอยู่ซ้อนกับภพมนุษย์ มีแบ่งการปกครองเป็นเขตซ้อนอยู่ในเมืองมนุษย์ด้วย และสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก็เป็นภพที่มีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์และสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาด้วยเช่น กัน
 
     ดังนั้นเรื่องราวที่ปรากฏในพระไตรปิฎกหรือในคัมภีร์สำคัญในพระพุทธศาสนานั้น จะพบข้อมูลของเทวดาทั้ง 2 ชั้นนี้มากที่สุด ส่วนสวรรค์ชั้นอื่นก็พอมีบ้าง และมีการปกครองที่เป็นเฉพาะของตนเองต่างหาก ไม่เหมือนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาและดาวดึงส์ที่มีความสัมพันธ์กัน จากพื้นมนุษย์ไปถึงดาวดึงส์เลยทีเดียว
 
     ลำดับต่อไปนี้ จะขอนำเสนอเนื้อหาที่เป็นเรื่องพื้นฐานของเทวภูมิ เช่น ความหมาย ลักษณะของสวรรค์ การอุบัติ การจุติของชาวสวรรค์ หรือการทำบุญที่ทำให้เกิดในสวรรค์ชั้นต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ควรค่าแก่การศึกษา เพื่อให้ท่านได้เข้าใจองค์ประกอบของสวรรค์ และได้เห็นภาพรวมของสวรรค์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
 
ความหมายของเทวภูมิ
 
ตายแล้วไปสวรรค์ด้วยผลบุญที่ได้ทำครั้งเป็นมนุษย์
ได้เกิดเป็นเทวดาเพราะได้สร้างบุญกุศลไว้
เมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์เมื่ออุบัติขึ้นก็ตั้งอยู่ในวัยหนุ่มสาวทันที
 
     เทวภูมิ เป็นปรโลกฝ่ายสุคติ จัดอยู่ในกามภพ คือ ภูมิที่ยังต้องบริโภคกาม ยังยินดีใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ธรรมารมณ์ ผู้ที่ยังยินดีในกามคุณจึงต้องมาเกิดในกามภพ
 
     คำว่า เทวภูมิ มาจากคำว่า เทวะ รวมกับคำว่า ภูมิ เทวะ แปลว่า ผู้ที่เพลิดเพลินยิ่งในกามคุณทั้ง 5 อันเป็นทิพย์ เทวะมี 3 ประเภท คือ
 
1. อุปปัตติเทวะ ได้แก่ เทวดาโดยกำเนิด
2. สมมติเทวะ ได้แก่ เทวดาโดยสมมติ เช่น พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระราชโอรส พระราชธิดา เป็นต้น
3. วิสุทธิเทวะ ได้แก่ เทวดาที่บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสทั้งปวง หมายถึง พระอรหันต์โดยเฉพาะเท่านั้น
 
     คำว่า เทวะ ที่แปลว่า ผู้ที่เพลิดเพลินอยู่ในกามคุณทั้ง 5 อันเป็นทิพย์ เป็นคำแปลโดยเฉพาะของอุปปัตติเทวะเท่านั้น จะนำไปใช้กับสมมติเทวะและวิสุทธิเทวะไม่ได้
 
     ส่วนคำว่า ภูมิ แปลว่า พื้นเพ หรือ แผ่นดิน ซึ่งหมายถึง สถานที่อยู่อาศัยนั่นเอง ถ้ารวมความ กับคำว่า เทวะแล้ว เทวภูมิ จะหมายถึง สถานที่อันเป็นที่อยู่ของผู้ที่มีความเพลิดเพลิน ในกามคุณ 5 อันเป็นทิพย์
 
ที่ตั้งของเทวภูมิ
 
     เทวภูมิ หรือ สวรรค์ คือ ภูมิอันเป็นที่อยู่ของเทวดา เป็นโลกที่อยู่อาศัยของสัตว์อันเป็นทิพย์ ที่มีรัศมีสว่างไสวรอบกายตลอดเวลา เหตุที่ทำให้มาเกิดเป็นเทวดาเพราะได้สร้างบุญกุศลไว้เมื่อครั้งยังเป็น มนุษย์ เมื่ออุบัติขึ้นก็ตั้งอยู่ในวัยหนุ่มสาวทันที เรียกว่า ถือกำเนิดแบบโอปปาติกะ ไม่ต้องนอนในครรภ์มารดา หรืออยู่ในฟองไข่ก่อน ส่วนจะอุบัติขึ้น ณ สวรรค์ชั้นไหน เป็นเทวดาประเภทใด และอยู่ในฐานะ อะไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับบุญที่ตัวเองสั่งสมมาเมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ สวรรค์มีด้วยกัน 6 ชั้น ได้แก่
 
ชีวิตหลังความตาย
ตายแล้วจะไปอยู่ที่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับบุญที่ตัวเองสั่งสมมาเมื่อครั้งเป็นมนุษย์
 
จาตุมหาราชิกาเทวภูมิ เป็นสวรรค์ชั้นที่ 1 ตั้งอยู่ ณ เชิงเขาสิเนรุ
ตาวติงสเทวภูมิ เป็นสวรรค์ชั้นที่ 2 ตั้งอยู่ที่หน้าตัดของเขาสิเนรุ
ยามาเทวภูมิ เป็นสวรรค์ชั้นที่ 3 ตั้งอยู่สูงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ขึ้นไปในอากาศ
ดุสิตาเทวภูมิ เป็นสวรรค์ชั้นที่ 4 ตั้งอยู่สูงจากสวรรค์ชั้นยามาขึ้นไปในอากาศ
นิมมานรตีเทวภูมิ เป็นสวรรค์ชั้นที่ 5 ตั้งอยู่สูงจากสวรรค์ชั้นดุสิตขึ้นไปในอากาศ
ปรนิมมิตวสวัตดีเทวภูมิ เป็นสวรรค์ชั้นที่ 6 ตั้งอยู่สูงจากสวรรค์ชั้นนิมมานนรดีขึ้นไปในอากาศ
 
ในตอนต่อไปจะขอนำเสนอในเรื่องของ การอุบัติและการจุติของชาวสวรรค์ ว่าทำอย่างไรถึงได้ไปสวรรค์
 
1มหาสีหนาทสูตร,มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์, มก. เล่ม 18 ข้อ 175 หน้า 51.
 
รับชมวิดีโอ
 
 
บทความที่เกี่ยวข้องกับสวรรค์ดินแดนเหนือความฝัน
 
 


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
การอุบัติและการจุติของชาวสวรรค์การอุบัติและการจุติของชาวสวรรค์

เรื่องของชาวสวรรค์เรื่องของชาวสวรรค์

บุพกรรมใดตายไปเป็นเปรตโครงกระดูกบุพกรรมใดตายไปเป็นเปรตโครงกระดูก



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

ตายแล้วไปไหน