กุมารทอง เลี้ยงกุมารทองเพื่ออะไร


[ 4 ส.ค. 2554 ] - [ 16758 ]

ตายแล้วไปไหน
ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร
 
กุมารทอง เลี้ยงกุมารทองเพื่ออะไร
 
 
     กุมารทองจะมีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์แต่สั้นกว่าอากาศเทวาสั้นกว่าชาวสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา
 
กุมารทอง
     เรื่องกุมารทอง ไม่ใช่เป็นการเล่าเรื่องผี และไม่ใช่เป็นการเล่าวรรณกรรมเรื่องขุนช้าง ขุนแผน แต่เป็นเรื่องกฎแห่งกรรมที่นำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้เห็นการเวียนว่ายตายเกิดของมนุษย์ ที่เป็นไปตามการกระทำของตน และไม่น่าเชื่อแต่ก็เป็นความจริงว่า วิทยาศาสตร์ทางวัตถุกับวิทยาศาสตร์ทางใจจะเคียงคู่ไปด้วยกัน ในขณะที่โลกกำลังเจริญรุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยี แต่วิทยาศาสตร์ทางใจก็ไม่ได้หายไปไหน และดูเหมือนว่ากำลังจะถูกบดบัง แต่ถึงอย่างไรก็บังไม่หมด ก็จะมีเคียงคู่กันไปอย่างนี้
 
     กุมารทอง เป็นเรื่องที่น่าศึกษา เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นไปของชีวิตที่เกี่ยวข้องกับกฎแห่งกรรม เป็นเรื่องของอดีตมนุษย์ในปรโลก ที่มีภพติดกับภพภูมิมนุษย์ ซ้อนกันอยู่อีกมิติหนึ่ง คือ อยู่ที่เดียวกับมนุษย์แต่ซ้อนกันอยู่ เหมือนกายมนุษย์ละเอียดซ้อนอยู่ในกายมนุษย์หยาบอย่างนั้น
 
     กุมารทองจะมีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์ แต่สั้นกว่าอากาศเทวา สั้นกว่าชาวสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา เป็นต้น อายุจะอยู่ช่วงประมาณห้าร้อยถึงพันปีมนุษย์ ตายแล้วอาจจะเกิดซ้ำอย่างเดิม หรืออาจจะอยู่ถึงอายุในภพภูมินั้น หรืออาจจะไม่ถึง เหมือนมนุษย์มีอายุเฉลี่ย ๗๕ ปี บางคนก็อยู่ถึง บางคนก็อยู่ไม่ถึง บางคนก็อยู่เกิน
 
วิบากกรรมที่ทำให้มาเกิดเป็นกุมารทอง
 
     ก่อนอื่นเรามาดูวิบากกรรมที่ทำให้เป็นกุมารทอง คือ กรรมที่บางคนเคยทำแท้งสมัยเป็นมนุษย์ ชาติก่อนที่จะเป็นกุมารทอง เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ เคยทำแท้งเอาไว้ จึงทำให้ตายในท้อง แบบตายท้องกลม ตายทั้งแม่และลูก เมื่อตายแล้วก็กลายเป็นผีเด็ก คือ ถ้าตายตอนเด็กก็เป็นผีเด็ก ตายตอนแก่เป็นผีแก่ ตายหนุ่มสาวก็ผีหนุ่มสาว และอีกวิบากกรรมหนึ่ง ตอนที่เป็นมนุษย์ชอบเรียนวิชาพวกนี้ด้วย ซึ่งก็เป็นภาพในอดีตชาติของตนครั้งยังเป็นมนุษย์ ที่ได้ไปผ่าท้องเอาเด็กออกมาทำตามขั้นตอนพิธีกรรม จึงทำให้ต้องมาเป็นกุมารทอง ไม่ใช่ว่าจะนำมาทำกุมารทองได้หมดทุกคน ต้องมีวิบากกรรมที่เคยทำเขาไว้ คือวิบากกรรมทำแท้งจึงต้องมาตายในท้อง ตายแล้วร่างก็ออกมาเป็นผีเด็ก แล้วก็เคยไปเรียนวิชาพวกนี้มาก่อน จึงมีคนที่เรียนวิชานี้ นำไปประกอบพิธีกรรมแบบที่ตัวเคยทำ แล้วก็เรียกวิญญาณของตัวมาเลี้ยงไว้ และก็นำมาใช้งาน โดยมีวิทยาธรเจ้าของวิชากำกับด้วยมนต์
 
 
ภาพตัวอย่าง วิทยาธรที่อยู่ในป่าหิมพานต์
 
     วิทยาธรที่เป็นเจ้าของวิชา คือ อดีตมนุษย์ที่ชอบเรียนวิชานี้ ตายแล้วก็ไปเป็นวิทยาธรอยู่ที่ป่าหิมพานต์ และก็จะรักษาวิชาสืบต่อกันมาอย่างนี้ ควบคู่กับไปกับเทคโนโลยี แต่ถ้าไม่มีกรรมด้านนี้ก็เรียกมาใช้งานไม่ได้
กุมารทองส่วนใหญ่ เป็นเด็กผมจุก นุ่งโจงกระเบน ไม่ใส่เสื้อ สวมสร้อยสังวาล ถูกเลี้ยงโดยผู้ที่มีวิชาไสยศาสตร์ วิชาที่เรียนนี้ ต้องใช้ศพคนตายท้องกลม คือ ตายทั้งแม่และลูก มีอยู่ ๒ ประเภท คือ ประเภทที่มีวิบากกรรมด้านนี้ จึงจะนำไปทำกุมารทองได้ และประเภทที่ไม่มีวิบากกรรมด้านนี้ ก็ไม่สามารถนำไปทำกุมารทองได้ ซึ่งถ้าไม่มีกรรมด้านนี้ทั้งแม่และลูกที่ตายก็จะไปเกิดตามกรรมของตน แต่ถ้ามีวิบากกรรมประเภทนี้ ก็จะดึงดูดให้ผู้ที่เรียนวิชาไสยเวทย์ที่เป็นมนุษย์นำไปใช้งาน โดยมีอาจารย์วิทยาธรจะเป็นผู้กำกับ คอยแนะนำว่า ให้ไปเอาตรงนั้น ตรงนี้ ทำอย่างนั้น อย่างนี้
 
กำเนิดกุมารทอง
      ทีนี้เราก็ย้อนมาดูเรื่องราวที่ต่อเนื่องกัน ซึ่งเป็นเรื่องวิบากกรรมของทั้งแม่และลูกที่ทำร่วมกัน คือ พอลูกตายในท้องแม่ที่มีกรรมชนิดนี้ อาจารย์วิทยาธรเขาจะไปบอกอาจารย์มนุษย์ที่เรียนไสยเวทย์ ในสายกุมารทอง สายรักยม สายลูกกรอกประเภทนั้น เขาก็จะมาดูตามหลักวิชา ซึ่งจะไม่ลงรายละเอียด พอเขาผ่าท้องเอาเด็กที่อยู่ในท้องออก แล้วนำมาประกอบพิธีกรรม ส่วนศพของแม่ก็ใช้ด้วย เอาไปทำน้ำมันพราย จะใช้ไขมันตรงหน้าท้องไปเจียว แล้วก็มีมนต์กำกับ แล้วใส่อะไรต่างๆ ลงไป เพื่อจะผูกมัดเจ้าของร่างเอาไว้ ซึ่งจะบังคับแม่ลูกที่มีกรรมอย่างนี้ โดยร่วมมือกันระหว่างครูวิทยาธรกับครูมนุษย์ ตรงนี้เป็นความรู้วิทยาศาสตร์ทางใจ ส่วนลูกที่อยู่ในท้องก็มาเป็นลูกกรอก ซึ่งจะมีชื่อเรียกต่างกัน ถ้าอยู่ในท้องเดี่ยวๆ เรียกว่า ลูกกรอก ถ้าอยู่ในท้องคู่ก็เรียกรักยม เด็กโตขึ้นเรียกกุมารทอง เมื่อนำมาแรกๆ ก็โตไม่มากนัก จะต้องนำมาเลี้ยงต่อจนโตเป็นกุมารทอง
 
ทรงเจ้าเข้าผีมาเป็นกุมารทอง
     นอกจากนี้ยังมีกุมารทองอีกประเภทหนึ่ง เป็นพวกที่มีวิบากกรรมเคยทำแท้งในอดีต จึงถูกทำแท้งในชาติที่เกิดเป็นมนุษย์ ประกอบกับกรรมที่เคยนับถือทรงเจ้าเข้าผีมามาก ชอบเป็นชีวิตจิตใจ นับถือว่าเป็นสรณะ เมื่อตายแล้วอาจารย์วิทยาธรที่เป็นภุมมเทวา ก็ไปนำตัวมาเลี้ยงผูกไว้ด้วยมนต์ ให้เป็นเด็กในความปกครองแต่จะนำมาได้เฉพาะที่มีเชื้อสายทางนี้เท่านั้น ซึ่งจะมีอายตนะดึงดูดเป็นสายๆ ตามสายของอาจารย์วิทยาธรที่มีหลายสาย ที่ดูแลสิงๆ ทรงๆ ก็มี ดูแลกุมารทองก็มี เหมือนฝูงนกเข้าฝูงนก ฝูงปลาเข้าฝูงปลา ขี้เมาเข้าวงเหล้า ผู้มีบุญเข้าวงบุญ บางท่านก็มีเด็กอยู่ในความปกครองมาก บางท่านก็มีน้อย
 
 
กุมารทองออกมาเที่ยวเล่น หรือแกล้งมนุษย์
  
     ต่อมาอาจารย์เมืองมนุษย์ได้เรียนวิชานี้ ซึ่งจะมีอาจารย์วิทยาธรเป็นผู้คุมวิชาจะคอยผสมความศักดิ์สิทธิ์ ส่งฤทธิ์ ส่งเดช คอยประสานงานอาจารย์มนุษย์ ทำการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ขึ้นมา แล้วก็สร้างสื่อขึ้นมาด้วยวัสดุอะไรก็แล้วแต่ เป็นหิน เป็นดิน เป็นโลหะ ส่วนใหญ่ทำเป็นรูปตุ๊กตาเด็ก แล้วก็นำมาผูกด้วยมนต์กับภุมมเทวาเด็กในสายการปกครองของอาจารย์วิทยาธร ที่มีกรรมดังกล่าวดูดมา
 
     คำว่า ผูก หมายความว่า ผูกพัน แต่พันด้วยมนต์จนกลายเป็นกุมารทอง แล้วก็นำมามอบให้กับลูกศิษย์ที่มาขอและมีความเชื่อมั่นทางด้านนี้ อาจารย์ในเมืองมนุษย์ก็จะบอกวิธีใช้งานว่า ใช้อย่างไร ทำอะไรได้บ้าง และจะเลี้ยงอย่างไร
 
วิธีการเลี้ยงและใช้งานกุมารทอง
     การเลี้ยงกุมารทองในช่วงแรก โตด้วยมนต์ของอาจารย์วิทยาธรกับของอาจารย์ในเมืองมนุษย์ แต่จะอาศัยบุญของอาจารย์วิทยาธรที่ดูแลควบคุมวิชาพวกนี้เป็นหลัก จะใช้มนต์เลี้ยงจนกระทั่งโตเหมือนเด็กที่ถึงเวลาคลอดออกจากครรภ์มารดา ตอนนี้จึงจะให้ดื่มนม การให้ดื่มนมมี ๒ ประเภท คือ อาศัยนมมารดากับนมจากวิทยาธร การดื่มนมมารดาก็เหมือนกับการดื่มนมของเด็กทั่วไป นมของวิทยาธรน้ำนมจะไหลออกจากปลายนิ้วมือของวิทยาธร เมื่อกุมารทองดูดน้ำนมก็จะไหลไปเรื่อยๆ ด้วยฤทธิ์ของวิทยาธร พออิ่มแล้วน้ำนมก็หายไป จะสลับสับเปลี่ยนกันให้ดื่มนม จากแม่บ้าง จากวิทยาธรบ้าง
 
     มารดาของกุมารทองก็อยู่ได้ด้วยบุญของอาจารย์วิทยาธร ท่านจะให้อาหารทิพย์ กายละเอียดพวกนี้จะมีความเป็นอยู่คล้ายๆ มนุษย์ คือ มีครอบครัว มีลูก มีอะไรสารพัด แม่ลูกอยู่ได้ด้วยบุญของวิทยาธรและมนต์ของวิทยาธรกำกับ
 
 
วิธีการเลี้ยงกุมารทองก็เหมือนกับการเลี้ยงเด็ก เลี้ยงลูก
 
     เด็กที่เป็นลูกกรอก รักยม กุมารทอง พวกนี้เมื่อเลี้ยงแล้วก็โตขึ้นเรื่อยๆ แต่ระยะเวลาในการเจริญเติบโตจะช้ากว่าในเมืองมนุษย์ ซึ่งจะมีอายุยาวกว่าของมนุษย์ กุมารทองบางตัวโตเร็ว บางตัวโตช้า เพราะวิบากกรรมไม่เท่ากัน ถ้าตัวไหนใกล้หมดกรรมจะโตเร็วหรือไม่ก็ไปเกิดเลย ตัวไหนที่โตช้าและเป็นกุมารทองนาน แสดงว่ามีวิบากกรรมมาก
 
     สัมภเวสีเด็กที่ถูกเลี้ยงให้เป็นกุมารทองจะมีนิสัยเหมือนเด็กมนุษย์ คือ ชอบเล่นและซุกซนเหมือนเด็กๆ แต่ถึงแม้จะซุกซนแค่ไหน แต่ก็อยู่ในสายตาของวิทยาธรตลอด เพราะเขามีตาทิพย์
 
     วิธีการเลี้ยงกุมารทองก็เหมือนกับการเลี้ยงเด็ก เลี้ยงลูก พูดง่ายๆ คือ เลี้ยงด้วยการเซ่นไหว้ ให้กินผลไม้ ให้กินน้ำแดง กินขนม เขาจะกินของละเอียดที่ซ้อนกันอยู่ การใช้งานส่วนใหญ่จะมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ช่วยเหลือด้านค้าขายบ้าง เผ้าของ เฝ้าบ้านเป็นหลัก ให้ดูหวย หรือดูดวงเป็นเรื่องรองลงมา เช่น ให้เฝ้าของ เฝ้าบ้าน แม้เจ้าของบ้านไม่อยู่ ก็ทำให้เหมือนมีคนอยู่ในบ้าน จะมีเสียงเด็กวิ่งเล่น หรือบางทีก็แปลงกายเป็นสุนัขดำตัวใหญ่ก็ได้ หรือแปลงกายเป็นอะไรก็ได้ แต่กุมารทองทำอย่างนี้ไม่ได้ทุกตัว บางตัวก็แปลงกายได้ บางตัวก็แปลงไม่ได้ แล้วแต่เชื้อมากหรือเชื้อน้อย เหมือนกับเราสนใจอะไรมาก ก็จะมีตบะ มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นเป็นพิเศษ
 
      ช่วยเรื่องการค้าขาย กุมารทองจะมีวิธี คือ จะเข้าไปดึงตัวบ้าง ฉุดมือบ้าง กระชากบ้าง แต่เจ้าตัวไม่รู้ตัว จะเหมือนเดินเข้าไปธรรมดา ไปดลใจบ้าง หรือไปกระซิบข้างหู ซึ่งคนที่ถูกกระซิบก็จะไม่ได้ยิน แต่จะเกิดความรู้สึกว่า เอ๊ะ อยากไปซื้อของร้านนี้ จริงๆ แล้วเรื่องการขายของดี หรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับบุญเก่าของเจ้าของที่สร้างทานมาพอดีกับจังหวะที่บุญส่งผลเป็นหลักซึ่งถ้าทานส่งผลช่วงนั้นจะทำอะไรก็ดีทั้งนั้น ส่วนกุมารทองเป็นเพียงส่วนเสริมนิดหน่อยเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็รวยทุกวัน บอกให้ช่วยขายที่ให้ได้ ขายนั่นให้ได้นะ ซื้อมาขายไปพักเดียวก็รวยกว่าบิลเกตต์แล้ว ซึ่งจะขายดีอย่างนั้นทุกครั้งก็ไม่ใช่ จะได้เฉพาะบางครั้งเท่านั้น ที่เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านก็เช่นเดียวกัน อย่าลืมว่าบุญกรรที่ทำมาเป็นหลัก แต่กุมารทองเป็นส่วนเสริมนิดหน่อย ขนาดบางทีกุมารทองเฝ้าบ้าน ขโมยยังขึ้นบ้านได้ แสดงว่าคนนั้นมีวิบากกรรมเคยไปลักขโมยของคนอื่น เพราะเป็นวิบากกรรมที่ติดมากับตัว เมื่อถึงเวลาส่งผลอะไรก็กันไม่อยู่
 
 
กุมารทองในช่วงแรกจะโตด้วยมนต์ของอาจารย์วิทยาธรกับของอาจารย์ในเมืองมนุษย์
แต่จะอาศัยบุญของอาจารย์วิทยาธรที่ดูแลควบคุมวิชาพวกนี้เป็นหลัก
 
วิธีการติดต่อกับกุมารทอง
     วิธีการติดต่อระหว่างผู้เลี้ยงกุมารทองกับกุมารทอง คือ บางทีกุมารทองก็จะมากระซิบข้างหู แต่ไม่เห็นตัว เพียงแต่มีความรู้สึก หรือบางทีถ้าจิตของใครที่อ่อนไหวง่าย กุมารทองก็จะสิงร่างของผู้นั้นได้ง่าย เด็กที่ถูกสิงบ่อยๆ ต้องเป็นเด็กที่มีเชื้อนับถือทางทรงเจ้าเข้าผีมาก่อนในอดีต ถ้าไม่มีเชื้อก็เข้าไม่ได้ พูดง่ายๆ คือ เป็นพวกเดียวกัน และบางทีที่สิงเด็กเล็กมากกว่าเด็กโต หรือ เข้าสิงเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย เพราะจิตอ่อนไหวกว่า แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่แต่ อ่อนไหวง่าย และมีเชื้อติดมาจากอดีตก็เข้าสิงง่าย
สังคมของกุมารทอง
     เนื่องจากกุมารทองไม่ได้มีตนเดียว มีหลายตนหลายพวก เขาก็จะมีสังคมกุมารทองเหมือนสังคมมนุษย์ เขามีการคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน แต่ไม่เหมือนเด็กในเมืองมนุษย์กุมารทองจะคุยแลกเปลี่ยนวิชากัน ต้องเสกคาถา ร่ายมนต์อย่างนี้ ว่าคาถาอย่างนี้ จะดลใจคนทำอย่างไร จะเปิดประตู เปิดทีวี ช่วยขายของจะทำอย่างไร ซึ่งมนต์ หรือคาถาเหล่านี้เรียนมาจากวิทยาธร ที่เรียกมาอบรม สอบบทที่ ๑ ทำอย่างนี้ ว่าคาถาอย่างไร อบรมอย่างนี้เรื่อยไป และก็พาไปฝึกงานตามที่ต่างๆ แล้วยังมีการชัดชวนพวกพ้องที่เป็นกุมารทองเหมือนกันบ้างหรือไม่ได้เป็นกุมารทอง แต่ว่าตายตอนเด็ก ก็ชวนเข้าพวกก็มี
 
กุมารีทอง กุมารเทย กุมารีเทย
     นอกจากกุมารทองแล้ว ยังมีกุมารีทอง กุมารเทย กุมารีเทย เพราะพวกที่ชอบสิงๆ ทรงๆ มีทั้งหญิงและชาย และถ้ามีกรรมทางกาเมเสริม คือ นอกจากชอบทรงเจ้าเข้าผีแล้ว ยังผิดศีลข้อ ๓ มีนิสัยเจ้าชู้ด้วย ทำเสน่ห์ยาแฝดอย่างนี้ ก็จะเป็นกุมารเทย หรือกุมารีเทย
 
 
กุมารีทองเป็นเด็กผู้หญิงแต่งตัวหลายแบบ คือ นุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อ แต่กุมารทองไม่ใส่เสื้อ
 
     ส่วนกุมารีทองนั้นก็เป็นเด็กผู้หญิง แต่งตัวหลายแบบ แบบไทยก็มี คือ นุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อ แต่กุมารทองไม่ใส่เสื้อ มีสร้อยสังวาลคาด แต่งตัวแบบจีนก็มี แบบปัจจุบันก็มี ไว้ผมจุกก็มี ไม่ไว้ผมจุกก็มี ซึ่งส่วนใหญ่เราคุ้นกับการไว้ผมจุก ตอนเด็กก็เป็นกุมารีทอง เมื่อโตเป็นสาวก็จะแต่งตัวตามสังคม ชอบแข่งกันสวยคล้ายกับมนุษย์ เครื่องแต่งกายได้มาจากของเซ่นไหว้ตามกระแสนิยมของมนุษย์แรงไปทางไหน แฟชั่นแบบใด บางตนก็ตามกระแสของมนุษย์ บางตนก็ไม่ตามกระแส เพราะเขาเห็นมนุษย์ทำอย่างไรก็จะทำอย่างนั้น เพราะพวกนี้ คือ อดีตมนุษย์ที่มีภพใกล้เคียงมนุษย์มาก และมองเห็นมนุษย์ด้วยตาละเอียดทุกวัน
 
วิธีปลดปล่อยกุมารทอง
     วิธีปลดปล่อยแรงงานเด็กกุมารทอง เพื่อไม่ให้มีเชื้อเวรกรรม ซึ่งเป็นเชื้อวิบัติติดตัวไปนั้น เชื้อวิบัติเป็นอย่างไร เชื้อวิบัติก็คือเชื้อที่จะทำให้ไปเจอพวกทรงเจ้าเข้าผี พอไปนับถืออย่างนั้นเข้า ก็จะห่างไกลจากพระรัตนตรัย จะไม่อยากทำความดีเพิ่มขึ้น ผู้ที่ปล่อยจะต้องหมดกรรมแล้ว คือจะไม่มีความรู้สึกผูกพันกับสิ่งนี้ เกิดความกลัวไม่อยากเอาไว้ เพราะมีแล้วก็มีโครมคราม ลูกหลานอยู่ไม่เป็นสุข แต่ไม่รู้จะเอาไปทำอย่างไร หรือบางทีก็ได้รับต่อมาจากผู้ที่เคารพนับถือ ผู้เป็นที่รัก เป็นญาติบ้าง เป็นพรรคพวกกันบ้างก็เกรงใจรับสืบทอดกันมา เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
 
     วิธีการปลดปล่อยจะต้องทำดังนี้ คือ ให้พูดดีๆ กับกุมารทอง เอารูปปั้นกุมารทองก็ดี รักยมก็ดี ลูกกรอกก็ดี ถ้าเป็นผู้ชายก็เรียกตัวเองว่าพ่อ ผู้หญิงเรียกตัวเองว่าแม่ สมมุติว่าเป็นผู้หญิงก็แล้วกัน แม่เห็นว่าลูกกุมารทอง ถึงเวลาจะหมดกรรมแล้ว ไปเกิดใหม่นะลูกนะไปเกิดในภพภูมิที่ดีกว่านี้ อย่าอยู่ในภพภูมินี้เลย เพราะรักหรอกจึงบอกลูก ทำอย่างนี้ก็จะทำให้กุมารทองรักยมหรือลูกกรอกดีใจ เพราะการที่จะคลายความผูกพันกันได้จะต้องประกอบด้วย
 
      ๑.      ผู้ที่เลี้ยงหมดจากเชื้อวิบัติ เชื้อเวรกรรมนี้แล้ว
      ๒.      กุมารทองก็หมดจากกรรมนี้ด้วย
 
 
วิธีปลดปล่อยกุมารทองหรือรักยม ลูกกรอกด้วยการนำไปฝังกลบดิน
 
     แล้วให้นำกุมารทองหรือรักยมหรือลูกกรอกไปฝัง โดยขุดหลุมโตพอประมาณ วางลงไปโปรยดอกไม้ของหอม ดอกไม้จะเป็นดอกอะไรก็ได้ แล้วก็พูดว่า สิ่งนี้คือซากของลูกที่ไม่ใช้แล้ว เหมือนซากศพที่ตายแล้ว สมควรที่จะขจัดซากนี้ให้สลายกลายไปเป็นซากดิน พ่อและแม่ก็จะกลบร่างนี้ เพื่อให้ลูกไปเกิดในภพภูมิที่ดี แต่ก่อนที่ลูกจะไป ให้ลูกรับศีล ๕ เหมือนพระให้ศีลอย่างนั้น ข้อหนึ่ง เว้นจากการฆ่าสัตว์ ข้อ ๒ เว้นจากการลักทรัพย์อย่างนี้ เป็นต้น กล่าวไปจนครบ ๕ ข้อ ลูกๆ จะรับศีล ๕ จากแม่นะ แล้วแม่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้
วันรุ่งขึ้นก็ไปใส่บาตร ถวายสังฆทานแล้วก็อุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ที่มีกรรมเวรทางนี้เสร็จแล้วเราก็กลบอย่างดีเรียบร้อย เพราะถ้าเอาไว้ที่ต้นไม้ ใครเห็นเข้า เกิดมีรสนิยมทางด้านนี้ คว้าไปอีก ก็ไม่ดี รักต้องกลบ ทำแค่นี้แล้วกุมารทองก็จะพ้นจากสภาพนี้ไปเป็นภุมมเทวาอีกระดับหนึ่ง ที่พ้นจากสภาพนี้ไปเป็นภุมมเทวาอีกระดับหนึ่ง ที่พ้นจากการควบคุมของวิทยาธร หรือถ้าเราให้บุญไปเรื่อยๆ ก็จะเป็นรุกขเทวดา หรือสามารถไปเป็นอากาศเทวาได้ ก็เหมือนเราทำบุญแผ่ส่วนกุศลไปให้หมู่ญาติของเราที่ละโลกแล้ว หรืออาจจะไปเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ และหลังจากนี้ให้ห่างไกลจากสิ่งเหล่านี้
 
     หลังจากนั้น ให้เราไปขอศีลจากพระ แล้วก็ยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังคัง  สะระณัง คัจฉามิ แล้วก็ยึดถือตลอดไป เรียกว่าหันไปกันคนละด้านไปเลย ถ้าใครไปเจอแบบนี้ เราชวนให้เขาเลิก เราไม่เชื่อแต่เราก็ไม่ลบหลู่ เราชวนให้เขาพ้นจากเชื้อวิบัติและเชื่อเวรกรรมที่จะตามผูกพันไม่จบสิ้น
 
 
เราต้องปลดปล่อยกุมารทองเพราะเราเข้าใจซาบซึ้งแล้วว่า พระรัตนตรัยเท่านั้นเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงของชีวิต
 
     นอกจากวิธี รักต้องกลบแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่ง คือ รักต้องลอย คือ เราฝากแม่พระคงคาไว้ เวลาจะนำไปปล่อย ให้จัดเตรียมข้างของเครื่องใช้ให้เรียบร้อย มีดอกไม้ ธูป เทียน เป็นต้น เหมือนเราลอยอัฐิลอยอังคารอย่างนั้น และจะต้องพูดดีๆ กล่าวว่าเราไม่ได้ลบหลู่ดูหมิ่นท่านเลย แต่ว่าตอนนี้เรามีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง จะขอคืนสิ่งนี้ให้กับครูผู้รักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้ ซึ่งเคยดูแลเรามาระยะหนึ่ง ขณะนี้หมดความจำเป็นแล้ว วิธีนี้ก็ทำลักษณะคล้ายกับการฝากแม่พระธรณีไว้
 
     การปลดปล่อยกุมารทอง เมื่อเราหมดความจำเป็นที่จะต้องใช้แล้ว เพราะเรามาเข้าใจซาบซึ้งว่า พระรัตนตรัยเท่านั้นเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงของชีวิต เราจึงได้สละสิ่งเหล่านี้ไป ไม่ได้ลบหลู่ดูแคลนเพราะฉะนั้นก็จะมี ๒ วิธี คือ ฝากแม่พระธรณีกับฝากแม่พระคงคา ซึ่งต้องทำให้ถูกหลักวิชา มีถ้อยคำดีๆ ต้องพูดไพเราะ เพราะระหว่างที่เรากำลังทำพิธี เจ้าของวิชาเขายืนดูอยู่ว่าทำถูกหลักวิชาหรือไม่ ถ้าถูกหลักวิชาไม่มีปัญหา เพราะเมื่อไม่เรียนวิทยาศาสตร์ แต่จะเรียนภาษาอังกฤษหรือคณิตศาสตร์ก็ตกลง หมายความว่าเราก็วางวิชาหนึ่ง แล้วก็ต้องมาเรียนอีกวิชาหนึ่งนั่นเอง
 
รับชมวิดีโอ
 
 

รายการวิดีโอที่เกี่ยวข้อง

เพลงธรรมะ ฟังเพลงธรรมะออนไลน์
ศูนย์รวมเพลงธรรมะ สามารถดาว์นโหลดเพลงธรรมะได้ทั้ง Video และ MP3 FREE
 
บทความที่เกี่ยวข้องกับกุมารทอง เลี้ยงกุมารทองเพื่ออะไร
 
 
 





บทความที่เกี่ยวข้อง
กุมารทอง ผลเสียจากการเลี้ยงกุมารทองกุมารทอง ผลเสียจากการเลี้ยงกุมารทอง

มนุษย์มาจากไหน เหตุใดจึงเรียกว่ามนุษย์มนุษย์มาจากไหน เหตุใดจึงเรียกว่ามนุษย์

มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือ รวมคลิปภาพมนุษย์ต่างดาวมนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือ รวมคลิปภาพมนุษย์ต่างดาว



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

ตายแล้วไปไหน