กฎหมายตาวิเศษ


[ 5 ธ.ค. 2561 ] - [ 343 ] LINE it!

กฎหมายตาวิเศษ
โลกเปลี่ยนไปคนเปลี่ยนแปลง เมื่อตำรวจไม่เพียงพอ กฎหมายตาวิเศษจึงเกิดขึ้น

เรื่อง : พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
จากรายการข้อคิดรอบตัว ออกอากาศทางช่อง DMC




ประชากรของประเทศจีนมีมากกว่าคนไทย และสัดส่วนนี้มากน้อยเพียงไร?

          ประชากรไทยมีประมาณ 65ล้านคน ส่วนประชากรจีนมีอยู่ประมาณ 1,400 ล้านคน ที่จีนแผ่นดินใหญ่ ยังไม่นับไต้หวัน 23 ล้าน ฮ่องกงอีก 7 ล้านคน และชาวจีนโพ้นทะเลอยู่ในไทยร่วม 10 ล้านคน ในมาเลเซียประมาณ 7 ล้านคน สิงคโปร์ประมาณ 3 ล้านกว่าคน อินโดนิเซียประมาณ 3 ล้าน อเมริกาประมาณ 4-5 ล้านคน แคนาดา 1 ล้านกว่าคน ขนาดประเทศที่เรานึกไม่ถึงเปรูใน อเมริกาใต้ ก็มีคนจีนอีกประมาณ 1ล้านกว่าคน แล้วยังรักษาภาษาจีนไว้ ยังใช้ภาษาจีนอยู่ คู่กับภาษาสเปน คือคนท้องถิ่นใช้ภาษาสเปน แต่คนจีนมีมากพอถึงขนาดว่า ใช้ภาษาจีนคู่กับภาษาสเปนได้ ชาวจีนโพ้นทะเลเหล่านี้รวมแล้วประมาณ 50 ล้านคน ชาวจีนทั้งโลกประมาณ 1,500 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ1 ใน5ของประชากรโลก ซึ่งถือว่าสัดส่วนลดลงแล้วนะ ถ้าเป็นช่วงประมาณราวๆ ซักประมาณ 40 ปี ก่อนหน้านี้สัดส่วนคนจีนประมาณหนึ่งในสี่ของโลก ทุกๆสี่คน จะมีคนจีนหนึ่งคน เหตุที่สัดส่วนลดลงเพราะว่าประมาณ 40 ปีที่แล้วประเทศจีนประกาศใช้นโยบายลูกคนเดียวไง แบบเด็ดขาดเลยนะ แต่ละคนครอบครัวหนึ่งมีลูกได้คนเดียวเท่านั้น ถ้าใครมีลูกสองคนเป็นข้าราชการไล่ออกเลย หรือว่าตัดลดชั้นลดเงินเดือนอย่างนี้เป็นต้น ลงโทษเลยนะ มีโทษตามกฏหมายแบบเด็ดขาดมาก ทำให้ประชากรจีนหายไปเยอะ นี่ถ้าเกิดไม่มีนโยบายเรื่องนี้นะ ตอนนี้ประชากรจีนคงมีประมาณราวๆ 1800 ล้านคนคงจะแน่นโลกไปหมดเลย แน่นประเทศแน่นโลกแล้วก็ มันจะเยอะมากๆ งั้นถ้าเกิดเอาคร่าวๆ คนจีนก็มากกว่าคนไทยประมาณ 20 เท่าตัว

ประชากรเชื้อชาติจีนจำนวน 1000 กว่าล้านคน มีวิธีการปกครองอย่างไร?
 


          ตั้งแต่โบราณผู้ปกครองจีนพยายามหาวิธีในการควบคุมประชากรให้ได้ มีการพัฒนาปรับลองระบบมาเรื่อยๆ เช่น พรรคคอมมิวนิสต์ปกครองประเทศ ใช้ระบบคอมมูลคือ ยึดที่ดินจากเจ้าของที่ดิน แล้วประกาศกฎหมายว่า ที่ดินทั้งประเทศทุกตารางนิ้วเป็นของรัฐหมด ไม่มีที่เอกชนเลยแม้แต่ไร่เดียว แล้วให้ชาวบ้านมาทำกินร่วมกันเป็นคอมมูล เสมอภาคกัน เหมือนโรงเรียนกินนอน แบ่งหน้าที่กัน ฐานะยากจนเหมือนกันหมด อาหารไม่ค่อยมีคุณภาพแต่ยังมีข้าวกิน แล้วให้แต่ละคนจับตาดู พฤติกรรมเพื่อนบ้าน พฤติกรรมคนในครอบครัวว่าใครทำอะไรผิดหลักคอมมิวนิสต์หรือไม่ หลายคนที่สมัยนั้นยังเด็กย้อมถูกล้างสมองว่ารัฐคือสำคัญที่สุด ใครทำอะไรที่ผิดจากคำสอน ท่านเหมาเจ๋อตุงผิดหมด แม้แต่พ่อแม่ตัวเองไม่ต้องกตัญญู เหมาเจ๋อตุงยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะต้องการคุมประเทศจีนให้ได้ ผลคือคล้ายๆ สงครามกลางเมือง มีคนได้รับความเสียหาย บ้านแตกสาแหรกขาด ต่อมาในสมัยเติ้งเสี่ยวผิงใช้นโยบายเปิดประเทศ ระบอบอย่างไรก็ได้ทางเศรษฐกิจแต่ขอให้คนอยู่ดีกินดีประเทศเจริญ ถือเป็นระบอบที่ดี ชาวจีนทั้งประเทศยอมรับระบบการตลาด เพราะทำให้มีเงินมากขึ้น ชาวจีนมีรายได้ต่อหัวจีดีพีเพิ่มขึ้นในช่วง 40 ปีเกิน 100 เท่าตัว ทุกคนรู้ว่าระบบนี้ดี แต่ช่องว่างระหว่างชนชั้น คนรวยคนจนก็มี แต่โดยภาพรวมทุกคนได้หมด แต่ได้มากได้น้อยอยู่ที่ฝีมือ อยู่ที่โอกาส 
 

 
          รัฐบาลจีนกำลังเอาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามาใช้ในการควบคุมประชากรอีกแบบหนึ่ง คือเป็นระบบตัดแต้มบางคนเรียกว่ากฏหมายตาวิเศษ คือกำหนดแต้มให้ประชาชนทุกคนเริ่มต้นทุกคนมีแต้มเต็ม หากไปทำอะไรผิดจะโดนตัด แต่หากทำดี แต้มก็จะขึ้น การให้แต้มหรือตัดแต้ม จะดูจาก 3 ด้าน ดังนี้
          1.เรื่องการใช้จ่ายเงิน เช่น ไปรูดบัตรเครดิตแล้วจ่ายเงินหรือไม่ หากไม่ยอมจ่ายเงิน หรือจ่ายช้าจะถูกตัดแต้ม แต่หากจ่ายตรงเวลาแต้มจะเพิ่มขึ้น จ่ายภาษี ตรงเวลาหรือไม่ แต้มจะขึ้นหรือลดตามพฤติกรรมการใช้เงินเหล่านี้
          2.พฤติกรรมทางสังคม เช่น ขับรถผิดกฎจราจรหรือไม่ เมาแล้วขับหรือไม่ มีความเสียหายทางสังคมหรือไม่ หากมีแต้มจะลด แต่หากทำดี เช่น มีน้ำใจเป็นจิตอาสาไปช่วยคน แต้มจะเพิ่มขึ้น 
          3.พฤติกรรมออนไลน์ เช่น โพสต์เรื่องหยาบคายหรือไม่ ทำให้คนอื่นเดือดร้อนหรือไม่ หากมีพฤติกรรมทางออนไลน์ที่เสียหาย แต้มจะลด มีคำหยาบ คำยุยงส่อเสียด คำที่ต่อต้านรัฐบาลแต้มจะลดแต่หากมีพฤติกรรมทางออนไลน์ที่ดี ให้ข้อมูลที่ดีกับสังคมแต้มก็จะขึ้น    



          การให้แต้มมีผล เช่น คนแต้มดีไปขอกู้เงินจะได้เงินกู้ดอกเบี้ยถูก คนแต้มน้อยอาจไม่ได้กู้หรือได้ดอกเบี้ยแพง การทำประกันรถยนต์ ประกันบ้าน ประกันชีวิต ฯลฯ ถ้าแต้มน้อยเบี้ยประกันแพง แต้มเยอะเบี้ยประกันจะถูก การเดินทางไปต่างประเทศ หากแต้มดีจะสะดวก ขอพาสสปอร์ตสะดวก แต่หากแต้มต่ำขอพาสปอร์ตไม่ได้ แต้มสูงมีโอกาสได้สิทธิ์ ทุนการศึกษาการรักษาพยาบาลก่อนเป็นฟาสแทรค คือคนแต้มดีเหมือนกับเส้นทางปูด้วยพรมแดง แต่ถ้าเกิดแต้มเสียจะทำอะไรไม่สะดวกไปหมด มีผลต่อวิถีชีวิตทุกด้านจากแต้มที่ได้ 
         มีการทดลองที่เมืองหนึ่ง แต่ผลออกมาไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากระบบยังไม่ลงตัว การให้แต้มยังไม่ครอบคลุม แต่รัฐบาลจีนเห็นว่า หากทำสำเร็จจะมีประโยชน์มากในการดูแลประชาชนทั้งประเทศ เพื่อให้ทุกคนมีแรงขับเคลื่อนในการทำสิ่งที่ดีที่รัฐบาลต้องการ จึงลองอีก 30 เมือง แล้วปรับปรุงระบบให้สมบูรณ์ขึ้น มีบางเมืองที่ประสบความสำเร็จ แต่เรื่องนี้มีดีมีเสีย ซึ่งในอีกแง่หนึ่งก็มองว่าถูกรัฐบาลตัดสินเองหมด แทนที่ประชาชนจะเป็นคนให้คะแนนรัฐบาล รัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชนจึงกลายเป็นประชาชนต้องฟังเสียงรัฐบาล รัฐบาลต้องการอะไรรัฐบาลจะเป็นคนให้แต้ม ประชาชนทำตามที่รัฐบาลต้องการให้แต้มเยอะ แต่หากทำตัวไม่ถูกใจรัฐบาลกลับโดนตัดแต้ม เหมือนรัฐบาลเป็นผู้ควบคุมชีวิตของประชาชนในทุกด้านรอบด้านไปหมด เพราะมีคนห่วงอย่างนี้เหมือนกัน
 
หากนำกฎหมายตาวิเศษหรือระบบตัดแต้มมาใช้กับคนไทย จะเป็นอย่างไร? 



          หากใช้แบบครอบคลุมทุกด้านแบบจีนคงลำบากเหมือนกัน เพราะต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ทางระบบราชการไทย บางครั้งยังไม่ค่อยตรงไปตรงมา ดังนั้นจะใช้ได้ผลต่อเมื่อผู้ที่มีอำนาจในการควบคุมข้อมูล เข้าถึงข้อมูล ต้องมีความโปร่งใสที่พร้อมรับการตรวจสอบได้ ไม่ใช่จะควบคุมประชาชนได้ตามต้องการ เพราะฉะนั้นเมื่อมีเครื่องมือใหม่ขึ้นมา มีเครื่องมือดีเท่าไหร่ถ้าคนใช้ มีเจตนาไม่ดี ระบบในการควบคุมตรวจสอบไม่ดี ก็พร้อมจะถูกเบี่ยง จนกระทั่งระบบเสียไปเลย ก็เป็นไปได้ ดังนั้นจึงต้องพัฒนาเรื่องศีลธรรมคุณธรรมของคนโดยรวมทั้งประชาชนและทางเจ้าหน้าที่ให้ขึ้นมาระดับหนึ่งก่อน ให้ทุกคนมีวินัยรู้ถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่ตัวเอง และสิ่งที่ตัวเองต้องมีจรรยาบรรณ ไม่ใช้อำนาจในทางที่ผิด ในทางที่หารายได้โดยไม่ชอบเข้าหาตัวเอง 

มีอาจารย์รัฐศาสตร์ท่านหนึ่งกล่าวว่า “กฎหมายที่ดีที่สุดในโลกให้ไปดูพระธรรมวินัยของพระ”  เป็นอย่างไร?



          ในพระพุทธศาสนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์วางกฎแล้วคือพระวินัยที่เราคุ้นกันคือพระมีศีล 227 ข้อ แต่ศีลของพระไม่ใช่ให้คนอื่นมาจับผิด แต่วางไว้ให้จับผิดตัวเองทำผิดเมื่อไหร่ ผิดทันที แม้ไม่มีใครอื่นรู้ ตัวเองรู้ ทำคือผิด แต่ถ้ากฎหมายอื่นมีว่าถ้าทำผิดแล้วเจ้าหน้าที่จับไม่ได้ไม่ผิด ต้องมีเจ้าหน้าที่จับ แล้วสอบสวนผ่านขั้นตอนพนักงานสอบสวนไปถึงอัยการไปศาลจนกว่าศาลจะพิพากษา ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ตามกระบวนการ แต่ในพระพุทธศาสนาไม่จำเป็นต้องมีใครมาตรวจสอบ ทันทีที่คุณทำผิด ผิดทันทีตัวเองรู้อยู่แล้วก็มีกระบวนการในการพ้นจากโทษ เช่นความผิดเล็กน้อยก็ปลงอาบัติ คือมากล่าวว่าตัวเองพลาดไป ต่อภิกษุรูปอื่น ภิกษุรูปอื่นก็จะถามแล้วบอกว่า ท่านสำนึกแล้วใช่ไหม บอกกระผมสำนึกแล้ว ต่อไปกระผมจะไม่ทำอีก จะสำรวมระวังด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ แต่หากเป็นอาบัติหนักขึ้นมา ก็ต้องไปอยู่กรรม คล้ายกับเป็นโทษจำคุก กี่วันก็แล้วแต่วันปกปิดความผิด ถ้าเกิดผิดหนักขึ้นมาอีกก็ต้องปราชิกคือขาดจากความเป็นพระ ไปทำเข้าแม้คนอื่นไม่รู้ เจ้าตัวรู้อยู่คนเดียว ถือว่าไม่ใช่พระแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีคนอื่นมารู้ด้วย ถึงจะผิด ต่อให้ครองจีวรอยู่ก็ถือว่าไม่ใช่พระแล้วยิ่งอยู่ไปยาวก็ยิ่งบาปมากขึ้น เพราะถือว่าไม่ใช่พระแล้วมาใช้เครื่องนุ่งห่มของพระหลอกลวงประชาชน พระองค์ให้จับผิดตัวเอง แล้วสงฆ์เองก็ถือตามนี้ ทำให้เป็นกฎหมายที่ยั่งยืนที่สุดในโลก กฏหมายอื่น กฏหมายโรมัน กฎหมายอียิปต์ กฎหมายจีน เปลี่ยนไม่ได้มีอยู่แล้วตอนนี้ แต่พระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าอยู่มา 2500 กว่าปี ยังคงอยู่สถิตย์สถาพรมา มันไม่ได้สมบูรณ์ 100% ว่าทุกคนในพระธรรมวินัยดีหมดช มีดีบ้างไม่ดีบ้าง เพราะพระก็มาจากลูกชาวบ้าน พระอาจารย์สอนดีบ้างไม่ดีบ้างแต่โดยภาพรวม ตัวพระธรรมวินัยยังคงอยู่ และสามารถรักษาคณะสงฆ์มาได้จนถึงปัจจุบันถือเป็นสังคมที่ยั่งยืน มีอายุยาวนานมากที่สุดในโลก นี้คือหลักของพระธรรมมวินัยของพระพุทธเจ้า 



          ดังนั้นหากสามารถปลูกสร้างความรู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดี ให้เกิดขึ้นกับประชาชนได้ ให้จับผิดตัวเอง ให้เกิดมาตรฐานทางศีลธรรมในใจขึ้น อยากจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง เนื่องจากกิเลสยังไม่หมด บางทีเผลอทำในสิ่งที่ไม่ดี แต่พอรู้ก็หาทางแก้จะเป็นการรักษามาตรฐานสังคมที่ดีเอาไว้ ด้วยการขับเคลื่อนภายในของทุกคน ทำให้ไม่เครียด ไม่มีใครมาจับผิดเรา เนื่องจากเราจับผิดตัวเราเอง แล้วก็ทำในสิ่งที่ดีๆ ด้วยแรงขับเคลื่อนทางบวกในตัวของเรา 
          คนจีนที่อยู่ในประเทศจีน มีอัตราประชากร ถึง1ใน5ของโลก หรือ 20 เท่าของคนไทยเป็นจำนวนที่เยอะมาก ดังนั้นคนจีนในประเทศจีนจึงถูกควบคุมด้วยกฎหมาย เช่น กฎหมายตาวิเศษ กฎหมายตาวิเศษนับว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่กฎหมายใดก็ตามต้องขึ้นอยู่กับคนที่ใช้ด้วย ส่วนในเรื่องการฝึกตนตามพระธรรมมวินัย เป็นการปลูกจิตสำนึกให้คนเรา เริ่มต้นทำสิ่งที่ดีและหลีกเลี่ยงการทำความชั่ว นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดมากกว่าการอยู่ภายใต้กฎหมาย

 


รับชมคลิปวิดีโอกฎหมายตาวิเศษ : ข้อคิดรอบตัว
ชมวิดีโอกฎหมายตาวิเศษ : ข้อคิดรอบตัว   Download ธรรมะกฎหมายตาวิเศษ : ข้อคิดรอบตัว 

 



Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
ยิ่งใหญ่ในรายละเอียดยิ่งใหญ่ในรายละเอียด



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

ข้อคิดรอบตัว