เรื่องกินเรื่องใหญ่


[ 2 ธ.ค. 2562 ] - [ 201 ] LINE it!

เรื่องกินเรื่องใหญ่
อาการทานจุกจิกทั้งวันอาจจะเกิดขึ้นกับหลายคน หากพบว่าสิ่งที่รับประทานเข้าไปนั้น มากกว่าคำว่าจุกจิก แบบไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ จะเป็นอย่างไร
 
เรื่อง : พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
จากรายการทันโลกทันธรรม ออกอากาศทางช่อง GBN
 
 
พฤติกรรมการรับประทานที่เรียกว่าอิ่มแล้วก็ยังทานได้ไม่หยุด แต่ถ้าหิวเมื่อไหร่ถ้าได้ไม่ยั้ง อาการแบบนี้ทางการแพทย์เรียกว่าอะไร?
 
          พฤติกรรมที่ผิดปกติในเรื่องของการรับประทาน หมายถึง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัจจัยอย่างอื่น แต่เป็นเพราะความผิดปกติของการรับประทานน้อยไปหรือมากไป บางคนไม่ยอมทานอะไรเลย เนื่องจากกลัวอ้วน ต้องการแบบนางแบบที่ผอมมากๆ เรียกว่า Anorexia  Nervosa หรือ Anorexia เป็นภาวะที่ไม่ยอมทานอาหารเนื่องจากกลัวอ้วนเป็นหลัก ซึ่งขั้วตรงข้ามของ Anorexia คือ Bulimia Nervosa เป็นลักษณะของคนที่ทานแบบ implosive คือทานเข้าไปเยอะมาก แล้วเกิดความกังวลเรื่องแคลอรี่ก็จะล้วงออกไป ไปวิ่ง หรือไปเบิร์น เพราะกลัวอ้วนแต่ก็ชอบทาน ซึ่งเป็นความผิดปกติด้านการรับประทานอีกอย่างนึง 

 
          แต่ที่จะพูดถึงคือโรค Binge Eating Disorder เป็นอาการของคนที่รับประทานได้ครั้งละมากๆแล้วมักจะทานในเวลาอันรวดเร็ว และไม่พยายามจะออกกำลังกายเพื่อกำจัดแคลอรี่ เรียกว่าทานอย่างเดียวไม่เอาออก จะรู้สึกแย่กับตัวเองที่ทานเข้าไปเยอะ แต่ก็ไม่สามารถควบคุมได้ พอถึงเวลาก็จะทานทั้งๆ ที่ไม่หิวก็ยังทานแล้วก็ทานจนแน่นๆ จนกระทั่งมันเข้าไปไม่ได้ ถึงจะหยุดเหมือนกับจะหาอะไรใส่ตลอดเวลา
 
สาเหตุของ Binge Eating Disorder เกิดจากอะไร?

 
          สาเหตุอันดับหนึ่งคือเรื่องของความเครียด ถ้าเป็นเด็กในวัยเรียนคือเครียดจากการเรียน จากการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองอยู่ บางครั้งเป็นความกลัวอ้วนก็มี คือเครียดจากการกลัว ว่าจะอ้วนแล้วก็ไม่ค่อยอยากจะกินอะไร แต่พอถึงเวลาร่างกายเหมือนไปเรียกหาว่าต้องทาน แล้วก็อัดเข้าไปแล้วมารู้สึกผิดกับตัวเอง กลัวตัวเองจะอ้วน
 
          2.พฤติกรรมการลดน้ำหนักที่สุดโต่งเกินไป เช่น พยายามอดมื้อกินมื้อพยายามที่จะไม่ทานอะไรเพราะกลัวอ้วน
 
          3.ปัญหาครอบครัวที่ฝังลึกในจิตใจ หรือความกดดันทางสังคมที่ต้องย้ายสังคมใหม่

 
 
          กลุ่มคนที่เสี่ยงกับการเป็นโรคนี้ คือกลุ่มวัยรุ่นตอนปลาย อายุประมาณ 23-25 ปีที่มีแนวโน้มจะพัฒนาเป็นโรคกินผิดปกติที่เรียกว่า Binge Eating Disorder ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่มีพื้นฐาน ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ เอาแต่ใจตัวเองไม่มีความยับยั้งชั่งใจ หรือมีแนวโน้มชอบทาน หมายถึงชอบทานเพื่อให้รางวัลตัวเอง หรือให้รางวัลแก่ตัวเองด้วยการรับประทาน กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อ Binge Eating Disorder ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์การรับประทานอาหารบางอย่าง ไปกระตุ้นส่วนที่เป็น Reward Center หรือศูนย์แห่งการให้รางวัลตัวเอง
          เนื่องจากมีเคมีอาหาร เช่น ในน้ำตาล จะมีกลูโคมอร์ฟีน เมื่อน้ำตาลย่อยในลำไส้แล้วจะก่อให้เกิดสารที่เหมือนกับมอร์ฟีน เป็นกลูโคมอร์ฟีน ซึ่งไปกระตุ้น Reward Center  ทำให้รู้สึกดีขึ้น เวลาทานหวานจะรู้สึกดี เพราะมีกลูโคมอร์ฟีนอยู่ ผลิตภัณฑ์จากนมก็เช่นเดียวกัน เมื่อย่อยแล้วจะมี เคโซมอร์ฟีน เกิดในลำไส้ซึ่ง เคโซมอร์ฟีน ดูดซึมเข้ากระแสเลือดแล้วไปกระตุ้นที่ Reward Center ในสมอง หรือศูนย์ให้รางวัลตัวเองทำให้รู้สึกสบายใจรู้สึกดีขึ้น เพราะฉะนั้นคนที่มีความเครียด พอกินแล้วอาจจะมีความรู้สึกดีในช่วงสั้น แต่เมื่อหมดฤทธิ์ จึงกินเพื่ออยากได้อารมณ์นั้นอีกความรู้สึกสบายใจนั้นอีก
 
อันตรายสำหรับโรค Binge Eating Disorder มีอะไรบ้าง? 

 
          มีคนทานจุ จนแน่นท้อง แล้วไปกระทบการเต้นของหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจจะก่อให้เกิดลิ่มเลือด แล้วก็ลิ่มเลือดไปอุดตันเสียชีวิตได้ โดยทั่วไปไม่เป็นโรคร้ายแรง แต่ในระยะยาวจะเกิดปัญหา คือจะเกิดโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ นอนไม่หลับ ปัญหาสุขภาพต่างๆจะตามมา
 
หากเป็นคนทานจุกจิกแล้วอยากจะทดสอบตัวเองว่าเป็น Binge Eating Disorderหรือไม่ จะมีวิธีการเช็คอย่างไร?

 
มีอาการ 5 อย่าง ที่ต้องเช็คตัวเอง หากมี 3 ใน 5 อย่างนี้ ถือว่าเป็น Binge Eating Disorder ได้แก่ 1.ทานเร็ว 
          2.ทานจุ คือทานเยอะ 
          3.ทานเยอะโดยที่ไม่หิวแต่ก็ยังทาน บางคนไม่หิวแต่เพื่อนชวนก็ไป
          4.อยากไปทานคนเดียวเพราะอาย เนื่องจากทานเยอะ จึงเริ่มมีพฤติกรรมอยากทานคนเดียว 
          5.รู้สึกผิด ซึมเศร้า หรือรู้สึกแย่กับตัวเอง หลังจากทานเสร็จ บางครั้งจะเกิดความรู้สึกรังเกียจตัวเอง ซึ่งหากมี 3 ใน 5 นี้ถือว่าป่วย
 
หากอยากจะรักษาต้องทำอย่างไรบ้าง?

 
          เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากความเครียด วิธีที่ดีที่สุดคือ คลายเครียด การที่จะคลายเครียดได้ ต้องรู้สาเหตุว่าเกิดจากอะไร เรื่องราวที่เกิดในชีวิตในแต่ละวัน มีอะไรที่ชอบ ไม่ชอบบ้าง แล้วก็เพิ่มสิ่งที่ชอบเข้าไป การให้รางวัลตัวเองมีได้หลายอย่าง อาจจะไม่ใช่จากการรับประทานอย่างเดียว เช่นการหาหนังสือดีๆ อ่าน ฟังเพลง ดูหนัง ออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังกายสามารถช่วยด้าน Reward Center ด้วย เพราะมีการหลั่งฮอร์โมนที่ดีออกมา แต่หากปรับแล้วยังไม่ได้ผล ให้ลองไปปรึกษานักจิตบำบัด หรือผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น
 
ทันธรรม...โดย พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ

 
          ในสมัยโบราณ เวลาของชีวิตโดยเฉพาะในยุคเร่ร่อน จะหมดไปกับการหาอาหารเกือบทั้งวัน เร่ร่อนจากนี่ไปโน่น จากโน้นไปนี่ หาผลไม้ป่าบ้าง หาดักจับสัตว์ป่ามาบ้าง จนกระทั่ง เริ่มเกิดการปฏิวัติการเกษตรที่คนรู้จักการทำการเกษตรเป็นครั้งแรก แทนที่จะไปเก็บผลหมากรากไม้ในป่า จะกินเนื้อสัตว์ไม่ต้องไปนั่งล่า ทำปศุสัตว์ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู ผลคือได้ผลผลิตจำนวนมาก จนกระทั่งมีผลผลิตส่วนเกินพอที่จะหล่อเลี้ยง จึงเริ่มเกิดเมืองขึ้นมา เกิดชนชั้นปกครอง คนอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม เป็นชุมชน เป็นหมู่บ้าน เป็นตำบล เป็นเมือง เป็นนครขึ้น 
 
          ยุคปัจจุบัน ที่ผ่านการปฏิวัติอุตสากรรม ผ่านเข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสาร พบว่าปัญหาของมนุษย์ปัจจุบัน ส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องของการไม่พอกิน แต่กลับกลายเป็นกินมากเกินไป จนเป็นโรคอ้วน ปัญหาคือทานมากเกินไป หลายคนกินจุกจิก จนกระทั่งน้ำหนักขึ้น ต้องไปเสียเงินในการลดน้ำหนัก บางคนถึงขนาดไปผ่าตัด เพื่อจะได้รับอาหารน้อยลง ดูดซึมน้อยลง จะได้ไม่อ้วน แต่จะมีโรคแทรกซ้อนผลข้างเคียง เกิดเป็นพังผืดมัดลำไส้ มัดกระเพาะตามมา 

 
          เป็นโรคอ้วน เพราะทานเยอะ ก็ทานให้น้อยลง ปากของเรา เราไม่เอาเข้าปาก แล้วใครจะมาบังคับเราเข้าปากได้ แต่เวลาทำจริงมีของล่อตาล่อใจอดไม่ได้ ขอสักนิดนึงโดยเฉพาะคนมีปัญหาเรื่องความเครียดจะยิ่งควบคุมตัวเองได้ยาก เมื่อหยิบใส่ปากก็จะทำให้เกิดการดูดซึมสารอาหารเข้าร่างกาย เข้ากระแสเลือด เมื่อน้ำตาลในกระแสเลือดสูงขึ้นจะมีผลไปลดความเครียด คนเครียดจึงชอบช็อกโกแลต ทานแล้วน้ำหนักขึ้น เพราะทานเพื่อคลายเครียด 

 
           วิธีการแก้คือ ควบคุมตัวของเรา ใจของเรา กายของเรา ปากของเรา ท้องของเรา คุมให้อยู่ ใครที่รู้สึกว่า คุมใจตัวเองไม่ค่อยอยู่ ขอแนะนำให้ฝึกนั่งสมาธิ สวดมนต์ พอใจนิ่งจะคุมใจตัวเองเราได้ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะปัญหาหลักเกิดจากใจ ก็ตั้งใจสวดมนต์นั่งสมาธิสม่ำเสมอทุกวัน แล้วให้สิ่งแวดล้อมไม่มีของจุกจิกเพื่อจะได้ไม่ล่อตาล่อใจ ในตู้เย็นอาจจะจำเป็นต้องมีอาหารอยู่บ้าง ก็ให้เลือกที่เป็นประโยชน์ เช่น พวกผัก ผลไม้ เอาเฉพาะที่จำเป็น ต่อจากนั้นค่อยฝึกนิสัยทานแค่เฉพาะมื้ออาหาร คือระหว่างมื้ออาหารไม่ทาน ดีที่สุดคือวันละ 2 มื้อ มื้อเช้า มื้อเที่ยง เนื่องจากการแพทย์พิสูจน์แล้วว่า ทานวันละ 2 มื้อ ไม่ทานมื้อเย็นมีผลดีต่อสุขภาพร่างกายมากกว่า เพราะช่วงที่หิว ร่างกายสร้างโกรธฮอร์โมนมาซ่อมแซมส่วนต่างๆที่สึกหรอของร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง เมื่อทานอาหารเสร็จแล้ว ให้ฝึกนิสัยแปรงฟัน จะดีต่อสุขภาพฟัน 
 
          มันจะกลายเป็นเรื่องง่าย หากสร้างนิสัยใหม่ได้สำเร็จ เพราะฉะนั้นให้ทดลอง 1.นั่งสมาธิ 2.ทานอาหารเป็นมื้อเป็นคราวอย่ากินจุกจิก ทานวันละ 2 มื้อ ไม่เกิน 3 มื้อ มื้อเย็นให้ทานน้อยๆ 3.แต่ละมื้อดูน้ำหนักตัว หากน้ำหนักเยอะให้ทานลดลง 2-3 ช้อน ทานเสร็จก็รวบช้อนโรคอ้วนหายทันที
 
 

รับชมคลิปวิดีโอเรื่องกินเรื่องใหญ่ : ทันโลกทันธรรม
ชมวิดีโอเรื่องกินเรื่องใหญ่ : ทันโลกทันธรรม   Download ธรรมะเรื่องกินเรื่องใหญ่ : ทันโลกทันธรรม



Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
สุขภาพดีแม้ทำงานหนักสุขภาพดีแม้ทำงานหนัก



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

ทันโลกทันธรรม