กุมภชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของสุรา


[ 17 มี.ค. 2563 ] - [ 449 ] LINE it!

ชาดก 500 ชาติ

อุทัญจนีชาดก-ชาดกว่าด้วยหญิงโจร

สหายของนางวิสาขา 500 นาง ต่างพากันเที่ยวงานมหรสพสุรา

สหายของนางวิสาขา ๕๐๐ นาง ต่างพากันเที่ยวงานมหรสพสุรา
  
        ในสมัยพุทธกาลเมื่อครั้งที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภหญิงนักดื่มสุรา ๕๐๐ คน ผู้เป็นสหายของนางวิสาขามหาอุบาสิกา
แล้วจึงตรัสพระธรรมเทศนา นครสาวัตถีมีการจัดมหรสพสุรา หญิง ๕๐๐ คนนั้น ได้จัดเตรียมสุราไว้ให้สามีที่ไปเล่นมหรสพ
 
นางวิสาขาเดินทางไปถวายทานต่อองค์สมเด็จพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
 
นางวิสาขาเดินทางไปถวายทานต่อองค์สมเด็จพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
 
        จากนั้นจึงพากันไปชักชวนนางวิสาขาให้ไปเล่นมหรสพด้วยกัน “ พวกเรามาชวนเจ้าไปงานมหรสพสุรา ไปด้วยกันนะ ” “ ไม่ละ ข้าไม่ดื่มสุรา พวกเจ้าไปกันเถอะ ” “ ตามใจ
เจ้าไปถวายทานพระพุทธองค์เถิด ส่วนพวกเราจะไปเล่นมหรสพ ” นางวิสาขาส่งคนไปทูลเชิญพระบรมศาสดาถวายมหาทานแล้ว
 
สหายของนางวิสาขาได้ร้องรำทำเพลงเหตุเพราะเมาสุรา
 
สหายของนางวิสาขาได้ร้องรำทำเพลงเหตุเพราะเมาสุรา
 
        จึงนำสิ่งของที่เตรียมไว้ไปยังพระเชตวันมหาวิหาร โดยมีหญิงเหล่านั้นติดตามไปด้วย ขณะที่นางวิสาขาเข้าเฝ้าพระศาสดาอยู่นั้น บรรดาหญิงเหล่านั้น บางคนก็ฟ้อนรำ
บางคนก็คะนองมือคะนองเท้าจนทะเลาะวิวาทกัน “ ชะเอิงเอย ข้าฟ้อนรำสวยรึเปล่า ”

สหายของนางวิสาขาก่อเหตุทะเลาะวิวาทแย่งสุรากันดื่ม
 
สหายของนางวิสาขาก่อเหตุทะเลาะวิวาทแย่งสุรากันดื่ม
 
        “ เอ่อ นั้นขวดสุราของข้า เอาคืนมา ไม่งั้นแก่เจอดีแน่ ๆ ” “ ของข้าต่างหาก หาว่าข้าขโมยเหรอต้องเจอดีแน่ ๆ นี่แน่ะ นี่แน่ะ ” พระศาสดาเห็นดังนั้นจึงทรงแสดง
อิทธิปาฏิหาริย์ประทับทรงยืนอยู่ ณ ยอดสิเนรุบรรพต เปล่งพระรัศมีออกจากพระอุนาโลมเหมือนมีพระจันทร์และพระอาทิตย์ขึ้นถึง ๑,๐๐๐ ดวง
 
พระศาสดาทรงแสดงอิทธิปาฏิหาริย์และแสดงพระคาถาแก่บรรดาเหล่าสหายของนางวิสาขา
 
พระศาสดาทรงแสดงอิทธิปาฏิหาริย์และแสดงพระคาถาแก่บรรดาเหล่าสหายของนางวิสาขา
 
       พร้อมกับแสดงพระคาถา “ ท่านทั้งหลายจะมัวร่าเริงบันเทิงกันอยู่ทำไม ในเมื่อโลกกำลังลุกเป็นไฟอยู่เนืองนิจ ท่านทั้งหลายอันความมืดมิดหุ้มห่อแล้ว ยังไม่พากัน
แสวงหาประทีป คือ ที่พึ่งอีกหรือ ” เมื่อจบพระคาถาหญิงทั้ง ๕๐๐ เหล่านั้นก็บรรลุโสดาปัตติผล
 
สหายของนางวิสาขา ๕๐๐ นาง ต่างบรรลุโสดาปัตติผลหลังจากฟังพระธรรมเทศนาจากพระพุทธเองค์
 
สหายของนางวิสาขา ๕๐๐ นาง ต่างบรรลุโสดาปัตติผลหลังจากฟังพระธรรมเทศนาจากพระพุทธเองค์
 
        เมื่อพระศาสดาเสด็จลงมายังที่ประทับแล้ว นางวิสาขาจึงทูลถามถึงที่มาของสุรา อันเป็นเครื่องทำลายหิริโอตัปปะนี้ พระศาสดาจึงทรงนำเรื่องในอดีตมาสาทก
อดีตกาลเมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี มีนายพรานผู้หนึ่งชื่อว่า สุระ เป็นชาวแคว้นกาสี ออกหาของป่าในป่าหิมพานต์
 
นางวิสาขาได้ทูลถามถึงที่มาของสุราจากพระพุทธองค์
 
นางวิสาขาได้ทูลถามถึงที่มาของสุราจากพระพุทธองค์
 
       ในป่าหิมพานต์นั้นมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งสูงเท่าคนยืน แตกเป็นสามคาคบ มีโพรงใหญ่ขนาดเท่าตุ่มเมื่อฝนตกก็เต็มไปด้วยน้ำ รวมทั้งผลสมอ มะขามป้อมและเถาพริกไทย
ที่สุกร่วงจากต้นที่ขึ้นโดยรอบ ใกล้ ๆ ต้นไม้นั้นมีทุ่งข้าวสาลีเกิดขึ้นเอง นกแขกเต้าคาบเอารวงข้าวสาลีจากที่นั้น
 
นายพรานสุระชาวแคว้นกาสีออกหาของป่าในป่าหิมพานต์
 
นายพรานสุระชาวแคว้นกาสีออกหาของป่าในป่าหิมพานต์
     
       แล้วบินไปจับกินอยู่บนต้นไม้นั่น เมล็ดข้าวเปลือกและเมล็ดข้าวสารก็หล่นลงไปในโพรงนั้น “ อือ ข้าวสาลีมากมายขนาดนี้ กินอิ่มไปถึงปีหน้าเลยนะเนี่ย ” “ นั้นสิคาบมาสะเยอะเลย
อุ๊ย! นั่นร่วงไปแล้วหลายเม็ดเชียว ” เมื่อเข้าฤดูร้อน ฝูงนกกระหายน้ำ บินมากินน้ำที่ต้นไม้นั้น
 
โพรงไม้ขนาดใหญ่เต็มไปด้วยน้ำฝน ผลสมอ มะขามป้อม และเถาพริกไทยที่สุกแล้วร่วงหล่นลงมา
 
โพรงไม้ขนาดใหญ่เต็มไปด้วยน้ำฝน ผลสมอ มะขามป้อม และเถาพริกไทยที่สุกแล้วร่วงหล่นลงมา
 
        ก็มึนเมาพลัดตกลงไปที่โคนต้นไม้นั้น ม่อยหลับไปสักครู่หนึ่งก็ตื่น แล้วก็บินจากไป รวมถึงฝูงลิงก็เช่นกัน “ เอ้ นี่มันน้ำอะไรกันนี่ ยิ่งดื่มมันก็ยิ่งมึน ” “โอ้ย ไม่ไหว ๆ
หัวหมุนติ้ว ๆ เลย ” “ เจี๊ยก ๆ ยิ่งดื่มยิ่งมึน แต่ก็อยากดื่มอีก ” “ อ้าวหลับไปสะแล้ว ” “ ข้าก็ชักไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ” 
 
บรรดาสัตว์น้อยใหญ่พากันมากินน้ำในโพรงไม้แล้วก็พากันหลับไป
 
บรรดาสัตว์น้อยใหญ่พากันมากินน้ำในโพรงไม้แล้วก็พากันหลับไป
 
        วันหนึ่งนายพรานสุระผ่านมาพบเห็นสิ่งแปลกประหลาดนั้นเข้า ก็เกิดความสงสัยว่า ทำไมหากน้ำนั่นมีพิษ แล้วสัตว์เหล่านั้นจึงฟื้นขึ้นมาได้ จึงลองตักน้ำนั้นมาดื่มเอง
“ แปลกจริง ๆ นี่มันน้ำอะไรกัน แบบนี้ต้องลองดื่มดูสะหน่อยแล้ว อืม รสชาติแปลกดี ดื่มแล้วก็ชักอยากจะกินเนื้อแล้วสิ เอานกพวกนี้มาย่างกินดีกว่า ”

นายพรานสุระได้เฝ้ามองบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ที่กินน้ำแล้วก็พากันหลับร่วงลงจากต้นไม้
 
นายพรานสุระได้เฝ้ามองบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ที่กินน้ำแล้วก็พากันหลับร่วงลงจากต้นไม้
  
        เมื่อนายพรานสุระลองดื่มน้ำนั้นแล้ว ก็เกิดอาการมึนเมาอยากจะกินเนื้อสัตว์ จึงก่อไฟย่างนกที่ร่วงลงมาพื้นดินนั้นกิน มือหนึ่งฟ้อนรำ มือหนึ่งก็ถือนกย่างกัดกินเป็นอยู่อย่างนี้
ถึง ๒ วัน จึงออกเดินหาของป่าโดยไม่ลืมตักน้ำใส่กระบอกไม้ไผ่นำไปดื่มด้วย
 
นายพรานสุระได้ลองดื่มน้ำจากโพรงไม้ใหญ่    

นายพรานสุระได้ลองดื่มน้ำจากโพรงไม้ใหญ่
 
        ณ ที่ใกล้ ๆ กันนั้น มีดาบสชื่อวรุณบำเพ็ญพรตอยู่ นายพรานสุระพบเห็นดาบส จึงชวนให้มาดื่มน้ำกับกินเนื้อย่างด้วยกัน เพราะเหตุนี้จึงเรียกน้ำนั้นว่า สุราบ้าง วรุณีบ้าง
ตามชื่อของพรานและดาบสนั้นเอง “ ท่านดาบสลองดื่มน้ำนี่ดูเถิด ” “ น้ำนี่ ยิ่งดื่มยิ่งเพลิน ข้าว่านะ เรานำน้ำนี่ไปขายคงได้เงินมากมายเชียวล่ะ ”
 
นายพรานสุระมึนเมาจากการดื่มน้ำและได้ร้องรำทำเพลงอยู่เป็นเวลา ๒ วัน
 
นายพรานสุระมึนเมาจากการดื่มน้ำและได้ร้องรำทำเพลงอยู่เป็นเวลา ๒ วัน
  
       เมื่อดื่มน้ำนั้นด้วยกัน คนทั้งสองจึงเกิดความคิดในประกอบอาชีพได้อย่างหนึ่ง จึงพากันตักน้ำใส่กระบอกไม้ไผ่แล้วหาบเข้าเมืองไปถวายพระราชา พระราชาเสวยแล้ว
เกิดติดใจในรสชาติ จึงรับสั่งให้คนทั้งสองนำมาถวายอีก พร้อมกับประทานรางวัลให้
 
นายพรานสุระได้มาเจอดาบสวรุณีเลยชวนกันดื่มน้ำจากโพรงไม้นั้น
 
นายพรานสุระได้มาเจอดาบสวรุณีเลยชวนกันดื่มน้ำจากโพรงไม้นั้น
 
        “ น้ำนี่ช่างรสชาติดีจริง ๆ เอ้า นี่เป็นรางวัลของพวกท่าน ท่านจงไปเอาน้ำนี้มาให้เราอีก ” “ ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ ” นายพรานสุระและดาบสวรุณนำน้ำนั้นมาถวายพระราชาอีก
เมื่อหมดก็รับสั่งให้นำมาถวายอีก คนทั้งสองจึงปรึกษากันว่า ปรุงน้ำนั้นเสียเอง แล้วจดจำส่วนประกอบของน้ำนั้น เพื่อนำมาปรุงถวายพระราชา
 
นายพรานสุระและดาบสวรุณีได้นำน้ำจากโพรงไม้มาถวายพระราชา
 
นายพรานสุระและดาบสวรุณีได้นำน้ำจากโพรงไม้มาถวายพระราชา
 
       “ โอ้ยเหนื่อย เดินไปกลับแบบนี้มาไหวแน่ ” “ นั่นสิ ข้าว่าเราจำส่วนผสมแล้วมาปรุงเองดีกว่า ” คนทั้งสองจดจำส่วนประกอบแล้วนำมาปรุงในเมือง ถวายพระราชา
และให้แก่ประชาชนทั่วไป ชาวเมืองพากันดื่มสุราจนมัวเมา ไม่สนใจประกอบอาชีพ จึงมีฐานะยากจนเข็ญใจไปตาม ๆ กัน
 
พระราชาทรงประทานรางวัลให้แก่ดาบสวรุณีและนายพรานสุระ
 
พระราชาทรงประทานรางวัลให้แก่ดาบสวรุณีและนายพรานสุระ
 
       ไม่นานเมืองนั้นก็เป็นเหมือนเมืองร้าง มีแต่นักเลงสุรา ไม่มีคนทำมาหากินอะไร คนทั้งสองเห็นว่าชาวเมืองไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะซื้อสุราของตน จึงหลบหนีออกจากเมืองนั้น
ไปยังนครพาราณสี “ คนเมืองนี้ยากจน ไม่มีเงินจะซื้อสุราจากเราแล้ว ” “ นั่นสิ ข้าว่าเราไปปรุงสุราขายที่เมืองพาราณสีดีกว่า ” 
 
นายพรานสุระและดาบสวรุณีได้เข้าป่าและนำน้ำที่โพรงไม้มาถวายพระราชาอีกตามรับสั่ง
 
นายพรานสุระและดาบสวรุณีได้เข้าป่าและนำน้ำที่โพรงไม้มาถวายพระราชาอีกตามรับสั่ง
 
       เจ้าเมืองพาราณสีให้การต้อนรับผู้ปรุงสุราทั้งสองเป็นอย่างดี และได้พระราชทานเสบียงแก่คนทั้งสอง ช่วยกันจัดการปรุงสุราขึ้น “ เราได้ให้ทหารเตรียมของสำหรับปรุงสุรา
ให้แล้ว พวกท่านจงปรุงสุรามาให้เราเถิด ” “ ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ ” นายพรานสุระและดาบสวรุณปรุงสุราขายให้ชาวเมืองเช่นเคย
 
นายพรานสุระและดาบสวรุณีได้ปรุงสุราถวายพระราชาและจำหน่ายให้ประชาชนในแคว้นกาสี
 
นายพรานสุระและดาบสวรุณีได้ปรุงสุราถวายพระราชาและจำหน่ายให้ประชาชนในแคว้นกาสี
 
       ไม่นานเมืองพาราณสีก็พินาศด้วยสุรากลายเป็นเมืองร้างไปอีก คนทั้งสองจึงหนีออกเมืองพาราณสีไปยังเมืองสาเกต ซึ่งก็เกิดเหตุไม่ต่างไปจากเมืองพาราณสี สุดท้าย
คนทั้งสองก็หนีออกไปจากเมืองสาเกตเพื่อไปยังเมืองสาวัตถี “ ชาวเมืองพวกนี้ ไม่มีเงินจะซื้อสุราของเราแล้ว ”

ผู้คนพากันเมาสุราไม่ทำมาหากินและยากจนลงเรื่อยๆ
 
ผู้คนพากันเมาสุราไม่ทำมาหากินและยากจนลงเรื่อยๆ
 
       “ นั่นสิ เหม็นสาบคนจนจริง ๆ เราไปขายสุรากันที่เมืองสาวัตถีดีกว่า ” พระเจ้าสรรพมิตรผู้ปกครองเมืองสาวัตถี ได้ให้การต้อนรับคนทั้งสองเป็นอย่างดี และให้ทำการ
ปรุงสุรามาถวายเช่นเดียวกับเจ้าเมืองอื่น ๆ ขณะเดียวกันก็ส่งทหารสอดแนมให้ไปสังเกตดูพฤติกรรมของคนทั้งสองด้วย
 
นายพรานสุระและดาบสวรุณีได้ย้ายมาปรุงสุราถวายพระราชาที่เมืองพาราณสี
 
นายพรานสุระและดาบสวรุณีได้ย้ายมาปรุงสุราถวายพระราชาที่เมืองพาราณสี
 
       “ ทหารพวกเจ้าจงไปเฝ้าสังเกตดู อย่าให้คลาดสายตาเชียวนะ ” “ พระเจ้าค่ะ ” พรานสุระและวรุณดาบสปรุงสุราใส่ตุ่ม ๕๐๐ ใบ แล้วผูกแมวไว้ข้างตุ่มใบละตัวเพื่อป้องกัน
ไม่ให้หนูมารบกวน แมวเหล่านั้นเมื่อหิวน้ำจึงดื่มน้ำในตุ่ม จนมึนเมาหลับไป พวกหนูมาแทะหู จมูก หนวกและหาง แมวก็ไม่ตื่น
 
นายพรานสุระและดาบสวรุณีได้ย้ายไปปรุงสุราที่เมืองสาเกต
 
นายพรานสุระและดาบสวรุณีได้ย้ายไปปรุงสุราที่เมืองสาเกต
 
      “ น้ำอะไรกันนี่ ยิ่งดื่มยิ่งแซ่บ ” “ เหมี้ยว ม่ายไหวแล้วยิ่งดื่มยิ่งมึน หลับดีกว่า ” “ เฮ้ พวกเราเจ้าแมวมันหลับไปแล้ว ” “ ดีล่ะ พวกเราแทะหู แทะหางของมัน ให้แหว่งไปเลย
ฮะ ฮ่า ฮ่า ” คนสอดแนมคิดว่าแมวดื่มสุราแล้วพากันตายหมด จึงรีบกลับไปกราบทูลให้พระราชาทรงทราบ

ดาบสวรุณีและนายพรานสุระย้ายจากเมืองสาเกตมาปรุงสุรายังเมืองสาวัตถี
 
ดาบสวรุณีและนายพรานสุระย้ายจากเมืองสาเกตมาปรุงสุรายังเมืองสาวัตถี
 
        พระเจ้าสรรพมิตรทรงคิดว่าคนปรุงสุราทั้งสองปรุงทำยาพิษเพื่อปลงพระชนม์ จึงรับสั่งให้ทหารจับคนทั้งสองมาประหาร แม้คนทั้งสองจะพยายามอธิบายอย่างไรก็ไม่เป็นผล
“ พวกเจ้าคิดจะวางยาข้า โทษคือตายสถานเดียว ” “ พวกเราไม่กล้าทำเช่นนั้นหรอกพระเจ้าค่ะ ” “ พวก..พวกเรา ปรุงสุราตามรับสั่งจริง ๆ ”
 
พระเจ้าสรรพมิตรส่งทหารให้ไปสอดแนมดูพฤติกรรมของนายพรานสุระและดาบสวรุณี
 
พระเจ้าสรรพมิตรส่งทหารให้ไปสอดแนมดูพฤติกรรมของนายพรานสุระและดาบสวรุณี
 
       “ ทหารเอามันไปตัดหัว ” ครั้นพระราชาสั่งให้ประหารชีวิตคนทั้งสองแล้ว ก็สั่งให้ทำลายตุ่มเสีย ฝ่ายแมวทั้งหลายเมื่อสิ้นฤทธิ์สุราก็ตื่นลุกขึ้นวิ่งเล่นได้ พวกราชบุรุษ
เห็นดังนั้นจึงกราบทูลให้ทรงทราบ พระราชาจึงมีรับสั่งให้นำมาถวาย “ แมวพวกนั้นไม่ตาย แสดงว่าไม่ใช่ยาพิษสินะ
 
แมวที่ถูกผูกไว้ข้างตุ่มพากันดื่มน้ำสุราเพราะความหิวกระหายน้ำ
 
แมวที่ถูกผูกไว้ข้างตุ่มพากันดื่มน้ำสุราเพราะความหิวกระหายน้ำ
 
        ถ้าเช่นนั้นข้าจะลองดื่มดู ” ในขณะนั้นท้าวสักกเทวราชทรงตรวจดูสัตว์โลก ทอดพระเนตรเห็นพระเจ้าสรรพมิตรกำลังประทับนั่งเพื่อจะดื่มสุรา ทรงรู้ว่าหากพระราชา
ทรงดื่มน้ำสุรานี้ จะทำให้บ้านเมืองฉิบหาย จึงจำแลงกายเป็นพราหมณ์ถือหม้อที่เต็มไปด้วยสุราไว้ที่พระหัตข้างหนึ่ง ยืนอยู่ในอากาศที่หน้าพระพักตร์
 
บรรดาหนูต่างพากันมาแทะหู แทะหางแมวที่หลับไปเพราะฤทธิ์ของสุรา
 
บรรดาหนูต่างพากันมาแทะหู แทะหางแมวที่หลับไปเพราะฤทธิ์ของสุรา
 
          “ พวกท่านทั้งหลายจงซื้อหม้อใบนี้เถิด ”  “ ท่านเป็นใครมาร้องขายหม้ออยู่กลางอากาศเช่นนี้ ” “ หม้อใบนี้เป็นหม้อที่มีโทษมาก ผู้ใดดื่มน้ำในหม้อนี้จะเสียผู้เสียคน
ควบคุมสติไม่ได้ ทั้งแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม บ้างก็เหมือนคนบ้า บ้างก็ด่าทอทะเลาะวิวาท
 
นายพรานสุระและดาบสวรุณีถูกลงโทษประหารชีวิตเหตุเพราะพระเจ้าสรรพมิตรได้เกิดความเข้าใจผิด
 
นายพรานสุระและดาบสวรุณีถูกลงโทษประหารชีวิตเหตุเพราะพระเจ้าสรรพมิตรได้เกิดความเข้าใจผิด
 
       ด่าบิดามารดา ฆ่าสมณะชีพราหมณ์ได้ น้ำในหม้อใบนี้เป็นน้ำสุรา หากประสงค์จะเห็นความพินาศของตนและบ้านเมือง ก็จงซื้อไปดื่มเถิด ” เมื่อได้ฟังท้าวสักกะเทวราช
กล่าวถึงโทษของการดื่มสุราแล้ว พระเจ้าสรรพมิตรจึงทรงงดดื่มสุรา ยกย่องพราหมณ์นั้นเป็นอาจารย์และมอบรางวัลให้
 
บรรดาแมวต่างพากันตื่นมาวิ่งเล่นหลังจากที่หายมึนเมาจากฤทธิ์สุรา
 
บรรดาแมวต่างพากันตื่นมาวิ่งเล่นหลังจากที่หายมึนเมาจากฤทธิ์สุรา
 
       “ ท่านช่างมีน้ำใจกับเรา เราขอมอบเงินส่วย ๕ ตำบล ภาษี ๕๐๐ คน วัว ๗๐๐ ตัว รถม้าอาชาไนยอีก ๑๐ คันแก่ท่าน ขอท่านจงเป็นอาจารย์เราเถิด ” ท้าวสักกะเทวราช
ทรงสดับเช่นนั้น มิทรงกลับร่างเดิมประทับยืนบนอากาศ ปฏิเสธรางวัล แล้วทรงประทานโอวาทแก่พระเจ้าสรรพมิตร
 
ท้าวสักกะเทวราชจำแลงกายเป็นพราหมณ์มาเตือนสติพระเจ้าสรรพมิตร
 
ท้าวสักกะเทวราชจำแลงกายเป็นพราหมณ์มาเตือนสติพระเจ้าสรรพมิตร
 
       แล้วจึงเสด็จกลับไปยังสถานวิมานของพระองค์ทันที “ สิ่งที่ท่านจะมอบให้เรานั้นทรงเก็บไว้เถอะ เราขอเพียงให้พระองค์ทรงตั้งอยู่ในธรรมอย่าประมาทเถิด ” ฝ่ายพระเจ้าสรรพมิตร
เมื่อไม่ทรงดื่มสุรา ก็ตรัสสั่งให้ทำลายภาชนะสุราสิ้นแล้วทรงสมาทานศีล บริจาคทานได้เป็นผู้มีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า
 
ท้าวสักกะคืนกลับร่างเดิมแล้วทรงประทานโอวาทแก่พระเจ้าสรรพมิตร
 
ท้าวสักกะคืนกลับร่างเดิมแล้วทรงประทานโอวาทแก่พระเจ้าสรรพมิตร
 
       นับจากนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุปันการดื่มสุราเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางแม้ในชมพูทวีป พระบรมศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้วทรงประชุมชาดกว่า
 

พระราชาในครั้งนั้น ได้มาเป็น พระอานนท์
ส่วนท้าวสักกเทวราช ได้มาเป็น เราฉะนี้แล
 

รับชมคลิปวิดีโอกุมภชาดก ชาดกว่าด้วย โทษของสุรา
ชมวิดีโอกุมภชาดก ชาดกว่าด้วย โทษของสุรา   Download ธรรมะกุมภชาดก ชาดกว่าด้วย โทษของสุรา
 
 
 


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
กุมภชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของสุรากุมภชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของสุรา

พันธนโมกขชาดก ชาดกว่าด้วยการหลุดพ้นจากเครื่องผูกมัดพันธนโมกขชาดก ชาดกว่าด้วยการหลุดพ้นจากเครื่องผูกมัด

กุททาลชาดก ชาดกว่าด้วยความชนะที่ดีกุททาลชาดก ชาดกว่าด้วยความชนะที่ดี



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

นิทานชาดก 500 ชาติ