หลวงปู่วัดปากน้ำ ผู้นั่งสมาธิเดิมพันด้วยชีวิต


[ 4 ก.ย. 2557 ] - [ 5537 ] LINE it!

หลวงปู่วัดปากน้ำ

ผู้ปฏิบัติธรรมเดิมพันด้วยชีวิต

เรียบเรียงโดย พระมหาทศพร ปุญฺญงฺกุโร

หลวงปู่วัดปากน้ำ
หลวงปู่วัดปากน้ำ


     วันครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย 15 ค่ำเดือน 10   ในวันนี้เมื่อ 97 ปีที่แล้ว (ปัจจุบัน พ.ศ.2557) เป็นวันที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี ท่านได้เอาชีวิตเป็นเดิมพันในการค้นวิชชาธรรมกายให้หวนกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เราเองได้รู้เป้าหมายของชีวิตว่า เราเกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน อะไรเป็นเป้าหมายของชีวิต และจะไปสู่เป้าหมายชีวิตนั้นได้อย่างไร ทำให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง วันครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายนี้จึงเป็นวันสำคัญอย่างยิ่ง ที่ลูกหลานหลวงปู่ทุกๆ ท่านจะได้มาร่วมกันไหว้ครูวิชชาธรรมกายกัน  

     ในช่วงเช้าวัน ขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 พ.ศ.2460  ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง จ.นนทบุรี พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านมีความคิดขึ้นมาว่า

     “เราบวชมาจวนจะครบ 12 พรรษาแล้ว วิชชาของพระพุทธเจ้าเรายังไม่ได้บรรลุเลย ทั้งที่การศึกษาของเราก็ไม่เคยขาดเลยสักวัน ทั้งคันถธุระและวิปัสนาธุระ อย่าเลย ควรจะรีบกระทำความเพียร  ให้รู้เห็นของจริง ในพระพุทธศาสนาเสียที”

 

หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ
หลวงปู่วัดปากน้ำ



     เมื่อกลับจากบิณฑบาตแล้วท่านก็รีบจัดการภารกิจต่างๆ ให้เรียบร้อยเพื่อจะได้ไม่มีเรื่องกังวลใจ เสร็จแล้วก็ได้เข้าเจริญภาวนาในพระอุโบสถแต่เพียงผู้เดียว และตั้งใจว่า ถ้ากลองเพลไม่ดังจะไม่ลุกขึ้นจากที่ เมื่อท่านเริ่มนั่งสมาธิไป ก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า

     " เอ...แต่ก่อนเราไม่เคยรู้สึกเช่นนี้เลย พอตั้งสัจจะลงไปว่า ถ้ากลองเพลไม่ดังจะไม่ลุกจากที่ เหตุใดมันจึงเพิ่มความกระวนกระวายใจมากมายอย่างนี้ ผิดกว่าครั้งก่อนๆ ที่นั่งภาวนา เมื่อไรหนอ กลองเพลจึงจะดังสักที "

     เมื่อท่านคิดเช่นนี้จิตก็ยิ่งแกว่งและซัดส่ายมากขึ้น จนเกือบจะเลิกนั่งหลายครั้ง แต่เมื่อท่านได้ ตั้งสัจจะไปแล้วก็ทนนั่งต่อไป คือท่านนั่งสมาธิโดยคิดว่า “ตายเป็นตาย” ในที่สุดใจของท่านก็หยุดรวมเป็นจุดเดียวกัน เห็นเป็นดวงใสบริสุทธิ์ขนาดเท่าฟองไข่แดงของไก่ ในใจมีความชุ่มชื่นเบิกบานอย่างบอกไม่ถูก

     และในคืนเดี่ยวกันนั้นเอง หลังจากได้ร่วมลงฟังพระปาฏิโมกข์กับเพื่อนภิกษุ ท่านได้เข้าไปในพระอุโบสถแล้วตั้งสัตยาธิษฐาน

      "แม้เลือดเนื้อจะแห้งเหือดหายไป เหลือแต่หนัง เอ็น กระดูก ก็ตามที ถ้านั่งลงไปแล้ว ไม่บรรลุธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงเห็น จะไม่ยอมลุกขึ้นจากที่ จนตลอดชีวิต”
 
     และพระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านก็ได้บรรลุธรรม เข้าถึงพระธรรมกายภายใน ในคืนนั้นเอง สมดั่งพุทธพจน์ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า

     "ภิกษุในศาสนานี้ ก้าวกลับจากบิณฑบาต ภายหลังภัตร นั่งขัดสมาธิคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติมั่น เฉพาะหน้าว่า จิตของเรายังไม่หมดความถือมั่น ยังไม่หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะเพียงใด เราจักไม่ทำลายบัลลังก์นี้"

      เมื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านได้เอาชีวิตเป็นเดิมพันในการปฏิบัติธรรมเช่นนี้ เราเองในฐานะลูกหลานศิษย์ของพระเดชพระคุณหลวงปู่ ก็ควรเร่งทำความเพียร นั่งสมาธิเจริญภาวนา ให้ได้เข้าถึงพระธรรมกายภายในด้วย และเป็นการกลั่นใจเราให้ใสๆ รองรับบุญใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ในวันครูวิชชาธรรมกายที่ 8 กันยายน นี้

วิดีโอพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เล่าประวัติพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ปี 2555


     เมื่อถึงวันครูวิชชาธรรมกายนี้เราก็ต้องทุ่มเทนั่งสมาธิตามพระเดชพระคุณหลวงปู่ ผู้เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติธรรมอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ซึ่งในพระไตรปิฎกก็มีเรื่องการเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการปฏิบัติธรรม ดั่งเรื่องราวของ พระพาหิยทารุจีริยะ


      ในสมัยพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า กัสสปะ ท่านได้เกิดเป็นกุลบุตรในตระกูลหนึ่ง หลังจากที่พระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้วท่านก็ได้ออกบวช ในเวลาต่อมาเมื่อพระศาสนาถึงยุคใกล้จะเสื่อมสิ้นลง ท่านได้เห็นความเสื่อมในการประพฤติปฏิบัติของพุทธบริษัท 4 ก็เกิดความสังเวชสลดใจ จึงชักชวนเพื่อนภิกษุอีก 6 รูป พากันขึ้นไปปฏิบัติธรรมบนภูเขาสูงชันลูกหนึ่ง ได้ตัดไม้ไผ่มาทำเป็นบันได เพื่อปีนขึ้นไปตามหน้าผาของภูเขานั้น เมื่อถึงยอดเขานั้นแล้ว ก็ตั้งใจว่า ถ้าไม่ได้สำเร็จมรรคผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะยอมสละชีวิตอยู่บนยอดเขานี้ และได้ผลักบันไดให้ตกลงหน้าผาไป แล้วพระภิกษุแต่ละรูปก็ต่างบำเพ็ญสมณธรรมอยู่บนนั้น

     ในบรรดาภิกษุทั้ง 7 รูปนั้น พระภิกษุผู้มีพรรษาสูงสุด ก็ได้บรรลุพระอรหันต์ในคืนนั้นเอง พอรุ่งเช้าก็ได้เหาะไปบิณฑบาตที่อุตตรกุรุทวีป  ได้นำภัตตาหารมาถวายแด่พระภิกษุที่ยังไม่บรรลุธรรม แต่ภิกษุเหล่านั้นกลับปฏิเสธที่จะฉันภัตตาหารว่า  "แค่เพียงพวกกระผมสนทนากับพระคุณเจ้าก็เสียเวลามากแล้ว ขอพระคุณเจ้าอย่ามาหา พวกกระผมอีกเลย" ภิกษุเหล่านั้นก็ไม่ได้ฉันภัตตาหารใดๆ

      3 วันผ่านไป พระภิกษุผู้มีพรรษารองลงมาก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอนาคามี ครั้นถึงวันที่ 7 พระเถระที่บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ก็ได้ปรินิพพานในวันนั้น ส่วนรูปที่เป็นพระอนาคามีได้บังเกิดในพรหมชั้นสุทธาวาส ภิกษุที่เหลืออีก 5 รูป แม้เอาชีวิตเป็นเดิมพันแล้ว แต่ยังไม่ได้บรรลุธรรมใดๆ ก็ได้มรณภาพในวันนั้นเช่นกัน บังเกิดเป็นเทพบุตรในเทวโลก วนเวียนเสวยทิพยสมบัติในสวรรค์ 6 ชั้นอยู่ยาวนาน

     ล่วงเวลามาถึงพุทธันดรนี้ ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  "พระสมณโคดม"  พระภิกษุที่นั่งสมาธิแบบทิ้งชีวิตในคราวนั้น ก็ได้บรรลุธรรมกันทุกรูป แต่มีภิกษุที่มีเรื่องราวน่าอนุโมทนาอยู่รูปหนึ่ง คือ ในพุทธันดรนี้ท่านเกิดมามีชื่อว่า พาหิยะ ทำการหาเลี้ยงชีพด้วยการหลอกลวงคนอื่น ด้วยคิดว่าตัวเองเป็นพระอรหันต์ ทำให้เพื่อนในคราวที่เคยเกิดเป็นภิกษุด้วยกัน ที่ปัจจุบันไปบังเกิดเป็นพรหมชั้นสุทธาวาส ลงมาเตือน จึงกลับได้สติ คิดว่าตนเองทำกรรมหนักเสียแล้ว  จึงรีบเดินทางไกลเพื่อไปพบพระพุทธเจ้าที่วัดพระเชตวัน

     แต่ในเวลานั้นพุทธองค์กำลังเสด็จออกบิณฑบาต พาหิยะจึงรีบกระวีกระวาดตามหาพระพุทธเจ้า พอได้เห็นพระพุทธองค์เท่านั้นก็เกิดความปีติเลื่อมใสเป็นอย่างมาก ได้เข้าไปถวายบังคมขอฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า แต่กลับถูกพระพุทธองค์ห้ามถึง 2 ครั้ง ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาฟังธรรม ในครั้งที่ 3 พระพุทธองค์จึงได้กล่าวพระคาถาสั้นให้ ว่า

     "เมื่อเห็น สักแต่ว่าเห็น เมื่อฟัง สักแต่ว่าฟัง เมื่อทราบ สักแต่ว่าทราบ เมื่อรู้แจ้ง สักว่ารู้แจ้ง"

     พาหิยะได้ฟังเพียงเท่านี้ก็ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา 4 ณ ที่ตรงนั้นเอง แต่ในขณะที่พระพาหิยะกำลังแสวงหาจีวรเพื่อขอบวชนั้นเอง โคแม่ลูกอ่อนซึ่งเป็นคู่เวรกันมาข้ามชาติ ก็ได้ขวิดพระพาหิยะสิ้นใจในระหว่างทางนั้นเอง

      พระศาสดาพร้อมด้วยภิกษุทั้งหลายเสด็จมาเห็นพระพาหิยะนอนจมกองเลือดอยู่นั้น จึงได้ตรัสบอกพระภิกษุทั้งหลายว่า พาหิยะปรินิพพานแล้ว และทรงแสดงธรรมว่า "ภิกษุทั้งหลาย เธออย่าประมาณธรรมของเราว่ามีน้อยหรือมาก แม้คาถาตั้งหลายพันที่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่ประเสริฐเลย ส่วนบทคาถาแม้บทเดียวซึ่งประกอบด้วยประโยชน์ยังประเสริฐกว่า" และพระพุทธองค์ก็ทรงแต่งตั้งพระพาหิยะให้เป็นเอตทัคคะทางด้าน "ผู้ตรัสรู้ได้พลัน"

     ท่านสาธุชนทั้งหลาย..การที่เราทำความเพียรตั้งใจปฏิบัติธรรมนั้น ผลแห่งการปฏิบัติย่อมไม่สูญเปล่า เหมือนเรื่องพระพาหิยะที่เล่ามานี้ นั่งสมาธิยอมสละชีวิต แม้ไม่ได้บรรลุธรรมใดๆ เลยในชาตินั้น แต่ผลแห่งความเพียรก็ทำให้ได้บรรลุธรรม แม้ฟังพระคาถาเพียงบทเดียว เราเองก็เช่นกัน ผลแห่งความเพียรที่เราปฏิบัติธรรมนั้น ย่อมทำให้เราได้เข้าถึงพระธรรมกายภายในได้อย่างแน่นอน

     ในวันครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายนี้พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านได้เอาชีวิตเป็นเดิมพันในการค้นพบวิชชาธรรมกายให้เราได้ปฏิบัติตามแล้ว เหลือเพียงเราตั้งใจนั่งสมาธิให้เข้าถึงธรรมกันทุกท่านนะ

ขอให้เจริญในธรรม
พระมหาทศพร ปุญฺญงฺกุโร

บทความเกี่ยวกับหลวงปู่วัดปากน้ำ

หลวงปู่วัดปากน้ำ ผู้นั่งสมาธิเดิมพันด้วยชีวิต
หลวงปู่วัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี ผู้เอาชีวิตเป็นเดิมพันในการปฏิบัติธรรม
ดวงแก้วธรรมชัย ดวงแก้วกายสิทธิ์
วันธรรมชัย ใจใสใจสบาย ทำอะไรก็สำเร็จ

อานุภาพปาฏิหาริย์ของหลวงปู่วัดปากน้ำ
วันครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย



Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
ข่าวจากปรโลก - สึนามิ (Tsunami)ข่าวจากปรโลก - สึนามิ (Tsunami)

มหาเศรษฐีในสมัยพุทธกาลมหาเศรษฐีในสมัยพุทธกาล

กำหนดการพิธีอัญเชิญรูปหล่อทองคำพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายกำหนดการพิธีอัญเชิญรูปหล่อทองคำพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

เรื่องเด่นทันเหตุการณ์