วิบากกรรมหม่อมลูกปลา สามีติดยา-แอบมีกิ๊ก


[ 27 ก.ค. 2549 ] - [ 16506 ] LINE it!


 

ตะลุยข่าว...วิบากรรมหม่อมลูกปลา สามีติดยา-แอบมีกิ๊ก

หม่อมลูก ปลา ผู้สร้างตำนานรักอันลือลั่นในวังอัศวินเป็นข่าวโด่งดังเมื่อหลายปีก่อนกลับ มาเป็นข่าวหน้า 1 อีกครั้งเมื่อหอบลูกขึ้นโรงพักตบหน้าสามีที่ถูกจับคดีเสพยาบ้า ตัดพ้อชีวิตสุดระกำลำบากมีเงินติดตัวกินข้าวเพียงน้อยนิด ค่าเทอม-ค่าหนังสือลูกยังไม่มีจ่าย ซ้ำร้ายสามียังแอบไปมีกิ๊กทำให้ครอบครัวแตกแยกอาจถึงขั้นแยกทาง

ชื่อของ "หม่อมลูกปลา" หรือ นางชลาศัย ขวัญฐิติ ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น นางคูณมาศ ขวัญฐิติ ปรากฏเป็นข่าวอีกครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ร.ต.อ.กิตติพงษ์ สิมมาลี รอง สว.สส.สน.พญาไท รักษาราชการการแทน สว.สส.สน.พญาไท พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจับกุม นายอุเทศ ชุปวา หรือ หนึ่ง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 337/2 ซอยห้างโรงพิมพ์ ส.สง่า ถนนพระราม 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม. ซึ่งเป็น "สามีหม่อมลูกปลา"

พร้อมกับเพื่อนร่วมก๊วน ได้แก่ นายธงชัย สุขขาว อายุ 20 ปี น.ส.วันเพ็ญ หอมสุวรรณ อายุ 23 ปี นายอัศนัย กิจประเทือง อายุ 25 ปี และ นายเสกศึก นาคประสงค์ อายุ 28 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 11 เม็ด อุปกรณ์ในการเสพจำนวนหนึ่ง ถูกจับกุมได้ที่บริเวณปากทางเข้าชุมชนวัดมะกอกกลางสวน แขวงสามเสน เขตพญาไท กทม.เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา

"เมื่อเกิดอาการเครียดจะหันมาเสพยาบ้าที่บริเวณดังกล่าวเป็นประจำ เมื่อเสพเสร็จแล้วจะกลับบ้านพัก" นายอุเทศ ให้การรับสารภาพ

ตำรวจ ได้แจ้งข้อหากับนายอุเทศ นายธงชัย นายอัศนัย ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ส่วน น.ส.วันเพ็ญ แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และนายเสกศึก แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

หลังรับทราบข่าวหม่อมลูกปลา จึงหอบลูกชาย 2 คน คือ ด.ช.อนุพันธุ์ ชุปวา หรือออกัส อายุ 10 ขวบ และ ด.ช.อัศวิน ขวัญฐิติ อายุ 5 ขวบ มาโรงพักทันทีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่เมื่อพบหน้าสามีอันเป็นที่รักกลับไม่พูดจาอะไรหนำซ้ำตบหน้าสามีไปอย่าง แรง 1 ฉาด ต่อหน้าสื่อมวลชนและตำรวจเป็นจำนวนมาก พร้อมด่าว่าเรื่องที่ไปเสพยาจนตำรวจและนักข่าวต้องเข้าไปห้ามปราม

"จะไม่ให้ตบได้อย่างไรทุก วันนี้ต้องอยู่อย่างยากลำบากทั้งค่าเทอมลูก ค่าเสื้อผ่า ค่าหนังสือยังไม่มีเงินจ่ายเลย ต้องไปขอยืมจากคนอื่น แล้วยังไปมั่วสุมกับเพื่อนเสพยาอีก" นี่เป็นคำตัดพ้อของหม่อมลูกปลาที่พูดต่อหน้าสื่อมวลชนในค่ำคืนที่สามีถูกจับ

ตบหน้าเสร็จหม่อมลูกปลาก็พาลูก 2 คนกลับบ้านทันทีโดยบอกตำรวจเพียงคำเดียวสั้นๆ ว่า "ไม่ประกันตัวเพราะไม่มีเงิน"

พลัน ที่เป็นข่าวหลายคนคงอยากรู้ชีวิตของหม่อมลูกปลาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ผู้สื่อข่าวจึงติดต่อพูดคุยเพื่อสะท้อนชีวิตของเธอ หม่อมลูกปลาเล่าถึงชีวิตตัวเองว่า ที่ผ่านมามีชีวิตที่ลำบากแต่ก็ต้องดิ้นรนทำมาหากิน ก่อนหน้านี้ไปทำงานที่ร้านตัดผมได้เงินไม่มาก จึงออกมาขายไก่ย่าง 5 ดาวกับสามี ที่อาคารศรีจุลทรัพย์ ถนนพระราม 6 ขายอยู่ประมาณ 2 ปี ได้กำไรวันละประมาณ 100-300 บาท แต่ต้องจ่ายค่าเช่าที่เดือนละ 6,000 บาท ก็พอกินพอใช้

"ระยะหลังไก่ย่างขายไม่ดี เหมือนเมื่อก่อน บวกกับความเหนื่อยล้าที่ทำงานมานานอยากจะพักบ้าง จึงบอกให้สามีออกไปหางานอื่นทำ จนเมื่อสองเดือนก่อนสามีได้งานทำเป็นพนักงานส่งของที่บริษัทย่านเจริญนคร ได้เงินเดือน เดือนละประมาณ 6,000 บาท ผ่อนรถจักรยานยนต์เดือนละ 2,000 บาท เหลือ 4,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว" หม่อมลูกปลา กล่าว

เมื่อสามีทำงานเป็นหลัก แหล่งและมีเงินพอใช้ในครอบครัว หม่อมลูกปลาจึงเลิกขายไก่ย่าง 5 ดาวออกมาอยู่บ้านเลี้ยงน้องออกัสและน้องชาย โดยคิดว่าจะออกมาพักผ่อนอยู่กับบ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียวสักระยะ ก่อนจะคิดหางานใหม่ทำ สุดท้ายจึงออกมาอยู่ที่บ้านย่านรังสิตที่วังอัศวินซื้อไว้ให้

ส่วนสามีอาศัยบ้านญาติอยู่ ใกล้ที่ทำงาน วันหยุดก็กลับมาหาหม่อมลูกปลาและลูกที่บ้านหรือบางครั้งหม่อมลูกปลาและลูก จะไปหาเอง และวางแผนไว้จะขายของเล็กๆ น้อยๆ ที่บ้านเพื่อช่วยสามี ซึ่งคิดว่าเท่านี้คงอยู่กันได้อย่างมีความสุข เพราะเงินไม่ได้ใช้อะไรมากมายแค่วันละ 200-300 บาท พอที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ 4 คนพ่อแม่ลูก

แต่แผนทุกอย่างที่วางไว้อย่างดีต้องมาพังทลายเมื่อสามีโทรศัพท์มาบอกว่าถูกตำรวจจับในข้อหามั่วสุม!

"ตอน แรกคิดว่าไม่ได้หนักหนาอะไร จึงพาลูก 2 คนไปที่ สน.พญาไท แต่เมื่อไปถึง ทราบว่าสามีถูกจับข้อหาเสพยาบ้า ตอนนั้นทั้งตกตะลึงและโกรธเพราะสามีไม่เคยมีเรื่องยาเสพติดก่อนหน้านี้ ไม่ชอบด้วยช้ำ จึงตบหน้าไปหนึ่งครั้ง ส่วนน้องออกัสลูกชายคนโตเมื่อเห็นพ่อถูกใส่กุญแจมือก็ร้องไห้ถามว่าพ่อทำ อย่างนี้ทำไม ส่วนน้องชายซึ่งเพิ่งจะ 5 ขวบยังไม่ประสา ถามว่าพ่อถูกจับเหรอ ก็ต้องโกหกลูกไปต่างๆ นานา ว่าพ่อไม่ได้ถูกจับ" หม่อมลูกปลากล่าวอย่างมีอารมณ์

หม่อมลูกปลา ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้มาก่อนว่าสามีไปเสพยาบ้า และเพื่อนกลุ่มที่ถูกจับพร้อมกันก็เพิ่งเห็นมาคบหากันเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ ผ่านมา ตนเจ็บใจที่สามีมาเสียตัวตอนแก่ถ้าเป็นเด็กวัยรุ่นก็จะไม่โกรธเลย แต่นี่อายุปาเข้าไป 30 แล้วเพิ่งคิดที่จะอยากลองยา แล้วเป็นไงพอเริ่มลองได้ไม่นานก็ถูกจับเลย

ขณะนี้ทราบว่าสามีถูกให้ไปอยู่ที่เรือนจำคลองเปรมเพื่อบำบัดเป็นเวลา 45 วัน ใน 45 วันนี้คนในครอบครัวทุกคนจะไม่มีใครไปเยี่ยม ปล่อยให้เขาสำนึกผิดที่ทำให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน และตนเองก็ไม่อยากให้ลูกไปเห็นสภาพความเป็นอยู่ในคุกเพราะไม่ดีต่อเด็ก

"ครั้งแรกคิดว่าเมื่อสามีมี งานทำเป็นหลักแหล่งจะทำให้ครอบครัวดีขึ้น แต่เมื่อถูกตำรวจจับก็ทำให้เดือดร้อน เพราะฉันเองไม่ได้ทำงานอะไร สามีก็เพิ่งทำงานได้ประมาณ 10 วันเงินเดือนเดือนแรกก็ยังไม่ได้ วันนี้มีเงินติดตัวอยู่ไม่กี่ร้อยบาท พอซื้อข้าวให้ลูกกินไปวันๆ ไม่รู้ว่ากว่าที่สามีจะออกมาจากสถานบำบัดจะหาเงินที่ไหนให้ลูกกิน โรงเรียนก็ใกล้จะเปิดเทอมต้องหาค่าเทอมให้ลูก ไหนจะค่าเสื้อผ้านักเรียน หนังสือเรียนอีก และหากสามีออกมาบริษัทคงไล่ออกจากงาน คิดว่าคงต้องให้ไปขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแถวบ้านต่อไป" หม่อมลูกปลากล่าวอย่างปลงๆ

ต้องยอมรับว่าเรื่องสามีถูก ตำรวจจับก็เป็นเรื่องที่พอทน แต่ที่เป็นเรื่องใหญ่กว่านั้นคือเรื่องที่สามีของเธอเองยอมรับกับผู้สื่อ ข่าวว่าขณะนี้แยกทางกับหม่อมลูกปลาแล้ว แอบไปมีกิ๊กใหม่อีกราย !

คำถามนี้หม่อมลูกปลา ตอบว่า ทราบว่าสามีไปมีผู้หญิงอื่นเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา และพูดคุยเรื่องนี้กันแล้ว สามีบอกว่าขอเวาลาสักพักจะจัดการกับปัญหาทุกอย่างให้เสร็จสิ้น และตนเองก็ไม่เคยโทรศัพท์ไปต่อว่าทางแฟนใหม่ แต่อาจจะเป็นพ่อแม่ของสามีเองที่โทรศัพท์ไปต่อว่า

"เราสองคนเป็นคู่ทุกข์คู่ยากกันมานานคบกันมากว่า 10 ปี มีลูกกัน 2 คนแล้ว เขาเป็นคนที่รักลูกมาก ฉันเองก็ไม่เคยมีใครนอกจากเขา และคงจะเลิกกันไม่ได้ คนเรามีลูกด้วยกันแล้วถ้าเลิกกันก็ไม่ใช่คนแล้ว แต่ถ้าเขาขอเลิก ฉันเองกับลูกคงจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้" หม่อมลูกปลากล่าวด้วยเสียงเศร้าสร้อย

ในอนาคตชีวิตของหม่อมลูกปลา จะเป็นเช่นไร ยังไม่มีใครล่วงรู้ แต่หลายคนคงอยากให้มีอะไรดีๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอบ้างจะได้ช่วยบรรเทาจิตใจที่บอบช้ำให้เบาบางลง พร้อมทั้งเป็นกำลังใจให้เธอต่อสู้กับชีวิตต่อไป

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เนชั่น เจาะข่าว ทั่วไทย
 


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
The Crescent Island : เกาะกลางทะเลทรายฝีมือมนุษย์The Crescent Island : เกาะกลางทะเลทรายฝีมือมนุษย์

ฮือฮา! วัตถุประหลาดคล้ายนิ้วคน?ฮือฮา! วัตถุประหลาดคล้ายนิ้วคน?

เกิดมาไม่มีทั้งแขนและขา..มีแต่ตัวด้วน ๆเกิดมาไม่มีทั้งแขนและขา..มีแต่ตัวด้วน ๆ



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

DMC NEWS