โครงการเยาวชน Peace Revolution และคำถามเกี่ยวกับสมาธิ


[ 2 ก.ค. 2554 ] - [ 15436 ] LINE it!
View this page in: English

ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2554
โครงการเยาวชน Peace Revolution
 
 
 
 
ข้อมูลพื้นฐาน
โครงการ Peace Revolution สำหรับเยาวชน
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
 
Peace Revolution
 
โครงการพีซเรฟโวลูชั่น (Peace Revolution) สำหรับเยาวชน
 
        โครงการปฏิบัติธรรมนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ในครั้งนี้มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 20 คนจาก 12 ประเทศ ได้แก่ บราซิล, โคลัมเบีย, เปรู, โรมาเนีย, สวีเดน, สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, จอร์แดน, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, ปากีสถาน, และเอธิโอเปีย แบ่งเป็นชาย 8 คน และหญิง 12 คน หลังจากปฏิบัติธรรม 12 วันที่มุกตะวัน จังหวัดพังงา เรียบร้อยแล้ว เยาวชนแต่ละคน ต่างได้รับความสุขอย่างเสมอหน้า บ้างก็รู้สึกกายเบา ตัวเบา ตัวลอย ตัวหาย ตัวขยาย ไม่มีตัวตน เห็นแสงสว่าง เห็นดวงแก้ว เห็นแสงสว่างออกมาจากดวง เห็นจุดสว่างกลางดวง เป็นต้น
 
Peace Revolution
 
โครงการพีซเรฟโวลูชั่น (Peace Revolution) สำหรับเยาวชน
 
คำถามจากเยาวชน Peace Revolution รุ่น เดือนมิถุนายน พ.ศ.2554
 
คำถามเกี่ยวกับสมาธิ
 
1.เมื่อดิฉันนั่งสมาธิไปถึงจุดหนึ่งแล้ว ดิฉันกลัวที่จะให้ใจเข้าไปลึกมากกว่านั้น ดิฉันควรทำอย่างไร
 
คำตอบจากคุณครูไม่ใหญ่ (พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์)
 
        สิ่งที่จะต้องทำ คือ อย่ากลัว เรามาถูกทางแล้ว ให้ทำเฉยๆอย่างเดิม เพราะยิ่งลึกเข้าไปเท่าไหร่จะยิ่งทำให้ใจของเราบริสุทธิ์เพิ่มขึ้น มีความสุขเพิ่มขึ้น มีความรู้เพิ่มขึ้น มีความรักสากล คือ รักสรรพสัตว์ทั้งหลาย เพิ่มขึ้น เป็นต้น เพราะฉะนั้น จงปล่อยไปเรื่อยๆอย่างที่ใจอยากจะเป็น ถ้าใจอยากจะเข้าไปข้างใน เราก็ทำเฉยๆ ให้เป็นเรื่องของประสบการณ์ภายในที่จะดำเนินต่อไป อย่าไปยับยั้งอย่าไปฝืนประสบการณ์ภายใน
 
2.เมื่อทำสมาธิ ใจ ดิฉันจะเป็นกลางๆไร้ความรู้สึก ถ้าเราฝึกสมาธิไปเรื่อยๆ ดิฉันจะกลายเป็นคนไร้ความรู้สึกหรือเฉยชาหรือไม่
 
คำตอบจากคุณครูไม่ใหญ่ (พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์)
 
        ถ้าฝึกสมาธิไปเรื่อยๆจะไร้ความรู้สึกที่ไม่ดี แต่จะมีความรู้สึกที่ดี กล่าวคือ มีความสุข มีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆทุกอนุวินาที จะไม่เฉื่อยชา จะมีแต่มีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม สมมุติว่าแต่เดิมเรามีชีวิตชีวา 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อยิ่งฝึกสมาธิไปเรื่อยๆ จะเพิ่มเป็น 200, 300 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีผลเสียอะไร มีแต่ดีเพิ่มขึ้น ยกเว้นว่า “เราจะปฏิเสธความรู้สึกที่ดีๆนี้เท่านั้น”
 
คำถามเกี่ยวกับสมาธิกับชีวิตประจำวัน
 
1.เมื่อผมกลับไปประเทศของผมแล้ว ผมควรจะทำอย่างไรที่จะรักษาระดับสมาธิไว้ ผมรู้ว่า...ผมเปลี่ยนไปในทางที่ดี แต่ผมไม่อยากจะให้เพื่อนของผมหาว่าผมแปลกๆ หรือว่าเปลี่ยนไปมาก หลังจากมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้
 
คำตอบจากคุณครูไม่ใหญ่ (พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์)
 
        “สมาธิ” ต้องทำทุกวันให้สม่ำเสมอ อย่าให้ขาด เพื่อรักษาระดับสมาธิไว้ ให้เป็นกิจวัตรประจำวันเหมือนเราอาบน้ำ, ล้างหน้า, แปรงฟัน สำหรับกรณีที่ไม่อยากให้เพื่อนๆหาว่าเราแปลกๆหรือเปลี่ยนไปมาก หลังจากมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เราก็ต้องแตกต่างจากเพื่อนบ้าง แต่เป็นการแปลกดี...แปลกไปในทางที่ดี ซึ่งตัวอย่างดีๆอย่างนี้ ชาวโลกขาดแคลน เพื่อนก็ยังขาดแคลนความรู้ตรงนี้ เพราะฉะนั้น เราอาจจะแตกต่างจากเพื่อนไปบ้างในทางที่ดีขึ้น ซึ่งการที่จะแตกต่างอย่างนี้ก็จะยิ่งทำให้เพื่อนดำเนินชีวิตได้ถูกต้องด้วย มีความสุข มีชีวิตชีวาเหมือนอย่างที่เราเป็น เราเป็นอย่างไรเพื่อนของเราก็จะเป็นอย่างนั้น ส่วนการไปร่วมกิจกรรมต่างๆกับเพื่อนๆ ถ้าเป็นกิจกรรมที่ดีมีประโยชน์ เราก็เข้าร่วมได้ตามปกติ (อย่างมีชีวิตชีวา)
 
2.ดิฉันรู้สึกว่าดิฉันชอบที่จะมองแต่ข้อเสียของตัวเอง ซึ่งมันไม่สร้างสรรค์เลย ทำอย่างไรเราจะรักตัวเองได้มากกว่านี้
 
คำตอบจากคุณครูไม่ใหญ่ (พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์)
 
        ให้มองไปตามความเป็นจริง ความเป็นจริงของตัวเรานั้นมีทั้งข้อดีข้อด้อย เราก็ดูไปตามความเป็นจริง อันไหนที่เป็นข้อเสีย (ข้อด้อย) เราก็แก้ไข อันไหนที่เป็นข้อดี เราก็ทำเพิ่มเติมให้ดียิ่งขึ้น ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆแล้วเราจะเห็นว่า “เราแตกต่างจากเดิมไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมากมาย” ซึ่งนี่แหละ คือ แรงบันดาลใจที่จะทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้เรา, ผู้ที่ได้ยินชื่อเสียงของเราในทุกหนทุกแห่ง อยากจะเอาอย่างเรา เห็นหรือไม่ว่า “สันติภาพของโลกกำลังจะเริ่มขึ้นจากเรา” เราเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกๆคน
 
3.การแผ่เมตตา คือ การหลอกตัวเองหรือไม่ เพราะว่าเราไม่ได้รักทุกๆคนขนาดนั้น
 
คำตอบจากคุณครูไม่ใหญ่ (พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์)
 
        การแผ่เมตตาไม่ได้เป็นการหลอกตัวเอง แม้เรายังไม่ได้รักทุกๆคนจริงๆ แต่เรากำลังสะสมความรู้สึกที่ดี ให้ใจของเราสูงส่งขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงระดับที่เป็นความรู้สึกที่ดีอย่างนั้นจริงๆที่สามารถรักทุกๆคนในโลกได้ ซึ่งจะทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้นที่ความรักสากลออกมาจากหัวใจของเราอย่างแท้จริง
 
คำถามเกี่ยวกับเป้าหมายชีวิต และความเชื่อต่างๆ
 
1.ดิฉันไม่อยากจะเป็นผู้ตามที่ถูกจูงจมูก แต่ดิฉันอยากจะเอาคำสอนของศาสนาพุทธมาใช้ จะทำได้อย่างไร
 
คำตอบจากคุณครูไม่ใหญ่ (พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์)
 
        การที่เราอยากจะเอาคำสอนที่ดีของทุกความเชื่อ อาทิ คำสอนของพระพุทธศาสนา มาใช้ ก็เพียงแค่เราให้โอกาสตัวเราเองมาศึกษาเรียนรู้เพิ่มขึ้น จนพิสูจน์ได้ว่า “สิ่งที่เรียนรู้นี้ มีเหตุมีผล มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อตนเองและผู้อื่นจริง” เราก็เอาไปใช้ได้ ไม่เรียกว่า เราถูกจูงจมูกแต่อย่างใด เหมือนกับเราไปเรียนวิชาทั่วๆในมหาวิทยาลัย เพราะนี่เป็นความรู้สากลที่ทุกคนสามารถศึกษาเรียนรู้ได้ เหมือนทุกคนแหงนไปดูพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ หรือดูดวงตะวันบนท้องฟ้า
 
2.เมื่อดิฉันนั่งสมาธิไปจนค้นพบความจริงที่ซ่อนอยู่ ดิฉันจะกลายเป็นพุทธเลยหรือไม่
 
คำตอบจากคุณครูไม่ใหญ่ (พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์)
 
        โปรดอย่ากลัว กล่าวคือ อย่าไปคิดว่าเป็นพุทธหรือไม่ แต่ว่าจะกลายเป็นความจริงแท้ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ไม่เกี่ยวกับศาสนา กล่าวคือ ความจริงแท้มีอยู่ภายในอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น คำว่า “พุทธะ” แปลาว่า ผู้รู้แจ้งที่เกิดจากการเห็นแจ่มแจ้งด้วยตนเอง เช่น เราเห็นดวงสว่างมีอยู่ในตัวของเรา เมื่อเราเห็นจริงๆ ใครจะมายืนยันว่า “ไม่เห็น” เราก็ไม่ยอมรับ เพราะเราเห็น เห็นแล้วเรามีความสุข เห็นแล้วใจของเราสูงส่ง อย่างนี้เรียกว่า “ผู้รู้” และเรียกว่า “ผู้ตื่น” กล่าวคือ ตื่นจากชีวิตโลกมายา ที่เหมือนคนที่นอนหลับแล้ว และเป็น “ผู้เบิกบาน” ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เรียกว่า “พุทธะ” ใครที่เป็นอย่างนี้ก็จะเรียกอย่างนี้ แต่จะไม่เรียกก็ได้
 
3.ศาสนาหรือความเชื่ออื่นนำไปสู่จุดหมายปลายทางเดียวกันหรือไม่
 
คำตอบจากคุณครูไม่ใหญ่ (พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์)
 
        เมื่อความรู้แตกต่างกัน การไปสู่จุดหมายปลายทางจึงไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่าง เช่น เราเรียนซ่อมจักรยาน เราก็รู้วิธีซ่อมจักรยาน, เราเรียนซ่อมรถยนต์ เราก็รู้วิธีซ่อมรถยนต์, เรียนสร้างเรือเดินสมุทร เราก็รู้วิธีสร้างเรือเดินสมุทร เป็นต้น
 
4.ปุถุชนจะเข้าถึงพระนิพพานได้หรือไม่
 
คำตอบจากคุณครูไม่ใหญ่ (พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์)
 
        ปุถุชนเท่านั้นที่จะเข้าถึงพระนิพพาน เพราะเริ่มต้นต้องเป็นปุถุชนก่อน แล้วค่อยๆศึกษาเรียนรู้ ค่อยๆพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจิตบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นๆจากภายใน ทุกข์ก็ถูกดับลงไปเรื่อยๆ เปรียบกับไฟกองใหญ่ดับมอดไปเรื่อยๆจนดับสนิท แล้วเกิดความสุขเย็นสบาย ทุกคนมีหัวใจที่เร่าร้อนทั้งสิ้น แต่ความเร่าร้อนนั้นถูกดับไป ดับที่ต้นเหตุที่ทำให้ใจของเราเร่าร้อน เพราะฉะนั้น ปุถุชนจะเข้าถึงพระนิพพานได้ อย่างง่ายๆ แต่ต้องให้รู้ว่า “จุดเริ่มต้นไปสู่พระนิพพานอยู่ตรงไหน” ผู้รู้ดั้งเดิมทุกๆท่านที่จะไปสู่จุดนี้ได้ ท่านเริ่มต้นนำใจมาอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด อย่างสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไรเลย ทำเฉยๆ
 
**********************************
 
รับชมวีดีโอ
โครงการปฏิบัติธรรมพีซเรฟโวลูชั่น ครั้งที่ 5


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
ทนทุกข์ทรมานมาข้ามภพข้ามชาติ ตอนที่ 9ทนทุกข์ทรมานมาข้ามภพข้ามชาติ ตอนที่ 9

พลิกโลกด้วยดวงใจที่สว่างไสวพลิกโลกด้วยดวงใจที่สว่างไสว

เจ้าของอู่ซ่อมรถหนีอบายมาบวชเจ้าของอู่ซ่อมรถหนีอบายมาบวช



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

ช่วงเด่นฝันในฝัน