“ชีวิตสมณะ” เส้นทางสุขแท้ เส้นทางสุดท้าย


[ 19 ก.ค. 2554 ] - [ 14570 ] LINE it!

ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2554
“ชีวิตสมณะ” เส้นทางสุขแท้ เส้นทางสุดท้าย

 
 
 
พลิกชีวิตพระธรรมทายาท (รุ่นเข้าพรรษา) ด้วยบุญบวช
ตอน “ชีวิตสมณะ” เส้นทางสุขแท้ เส้นทางสุดท้าย
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
 
กราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง
 
        กระผม พระเอกลักษณ์ ฐิตมโน อายุ 30 ปี พระธรรมทายาทในโครงการบวชพระแสนรูป รุ่นเข้าพรรษา ครั้งที่ 4 ณ ศูนย์อบรมวัดพระธรรมกาย ระเบียง 2 จังหวัดปทุมธานี ขอรายงานตัวครับ หลวงพ่อครับ...กระผมเคยเป็นคนไม่ดี และเคยใช้ชีวิตสมบุกสมบัน เหลวแหลก จนชีวิตแทบไม่เหลือชิ้นดีเลยครับ กล่าวคือ ตั้งแต่สมัยที่กระผมยังเป็นนักศึกษา เรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันนานาชาติแห่งหนึ่ง กระผมมีนิสัยไม่ดีครับ เกเรเกตุง ดื่มทั้งเหล้า เมาทั้งยา เที่ยวคลับเที่ยวบาร์ แถมยังใช้เงินที่พ่อแม่ให้มาอย่างสุรุ่ยสุร่ายอีกด้วยครับ กระผมไม่เคยสนใจเรื่องการเรียนเลยแม้แต่น้อย ประมาณว่าเวลาที่เพื่อนไปเข้าห้องเรียนกัน ตัวกระผมก็ยังนอนแอ้งแม้งเมาแฮ้งค์อยู่ที่หอเกือบทุกวันเลยครับ ทำให้ผลการเรียนของกระผมตกต่ำลงตามลำดับ แต่ก็ไม่ถึงกับรีไทร์นะครับ แค่กระผมต้องใช้เวลาเรียนยืดยาวและเยิ่นเย้อกว่าเพื่อนๆในรุ่นเท่านั้นเอง คือ เพื่อนใช้เวลาเรียนกัน 4 ปีจบ แต่ตัวกระผมกว่าจะเรียนจบต้องใช้เวลาถึง 7 ปีเลยครับ
 
พระเอกลักษณ์ ฐิตมโน
 
พระเอกลักษณ์ ฐิตมโน
 
        ตอนนั้น เวลาเดินผ่านน้องรุ่นใหม่ๆ พวกเขาต่างก็ยกมือไหว้ กระผมก็รู้สึกอายนิดๆ เพราะ เหมือนพวกเขาเห็นกระผมเป็นโบราณวัตถุของมหาวิทยาลัยอย่างไรอย่างนั้นเลยครับ หลวงพ่อครับ แม้การเรียนของกระผมจะดูแย่ร่อแร่เต็มทน แต่กระผมก็ยังมีบุญที่มีเพื่อนสนิทดีๆอย่าง น้องน๊อต (อดีตมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส) และครอบครัวรสจันทร์ ที่ชอบชวนกระผมไปทำบุญที่วัดพระธรรมกายตั้งแต่สมัยเรียนครับ กระผมยอมรับว่าตอนนั้นกระผมไม่เข้าใจเรื่องบุญสักเท่าไหร่ และดูเหมือนกระผมจะชอบกิน เที่ยว ทำตัวเหลวไหลเสียมากกว่า ชีวิตของกระผมตอนนั้นจึงไม่รุ่งโรจน์ แต่กลับรุ่งริ่งลงเรื่อยๆ เมื่อทางบ้านต้องประสบปัญหาหนี้สินอย่างหนัก ทำให้พ่อแม่ไม่มีเงินส่งให้กระผมเรียนอีกต่อไป และเป็นเหตุให้กระผมต้องดรอปการเรียนในที่สุด ตอนนั้นกระผมรู้สึกเฉาชีวิตจริงๆครับ และสิ่งที่กระผมคิดว่าจะช่วยกระผมได้ก็คือ “บุญ” กระผมจึงตรงมาทำบุญที่วัดพระธรรมกายทันที และวันนั้นบุญก็ได้บันดาลให้กระผมได้รู้จักกับคุณแม่ปราณี ชนะโรค ซึ่งช่วงนั้นที่วัดกำลังจัดให้มีพิธีแห่อัญเชิญรูปหล่อทองคำพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯเวียนประทักษิณรอบมหาธรรมกายเจดีย์ครับ คุณแม่ปราณีจึงบอกให้กระผมเข้าร่วมขบวนแห่ และบอกให้อธิษฐานจิตขอพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯให้ช่วยให้พ้นเคราะห์
 
        บุญในครั้งนั้นได้ส่งผลอัศจรรย์เร็วแรงแบบติดจรวดเลยครับ เพราะจู่ๆญาติของเพื่อนที่ทราบข่าวว่ากระผมเรียนไม่จบ เพราะไม่มีเงิน เขาก็นึกอยากจะอนุเคราะห์ให้ทุนเรียนแก่กระผมขึ้นมาครับ โดยเขาได้ให้เงินเดือนกระผมเป็นทั้งค่าเทอมและค่าใช้จ่ายทุกอย่างตกประมาณเดือนละห้าหมื่นบาท กระผมจึงได้กลับไปเรียนต่อจนจบ และทันทีที่กระผมเรียนจบ กระผมก็ได้งานทำชนิดสุดเก๋ เท่ เฉี่ยว กล่าวคือ ได้ไปทำงานเป็นคนเบื้องหลังแห่งวงการบันเทิง คือ เป็นโปรดิวเซอร์จัดคอนเสิร์ตโอเปร่าและออเคสตร้า ให้กับบรรดาไฮโซไฮซ้อ นอกจากนั้นกระผมยังได้ไปรับจ๊อบเป็นผู้ช่วยสไตลิสต์ รับหน้าที่จัดเสื้อผ้าสวยเก๋ให้ดีเจ  (พิธีกร) ทางช่องเคเบิลทีวีเพลงสากลยอดฮิต อย่าง แชนแนลวี (Channel V) อีกด้วยครับ
 
        ช่วงนั้น กระผมใช้ชีวิตหลั่นล้าเฮฮามาก เรียกว่าทำตัวเหลวแหลกอย่างต่อเนื่อง แถมยังใช้เงินที่ญาติของเพื่อนโอนมาให้อย่างเมามัน แต่แล้วจู่ๆญาติของเพื่อนคนนี้ก็ได้มาสอดแนม ตามดูและล่วงรู้ถึงพฤติกรรมอันไม่เข้าท่าของกระผมเข้าให้ เขาจึงเลิกส่งเงินให้กระผมใช้เลยครับ ซ้ำร้ายช่วงนั้น ปัญหาหนี้สินทางบ้านก็ประดังประเดเข้ามารุมเร้าตัวกระผมอย่างหนัก ซึ่งกระผมก็ไม่รู้จะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร จึงได้โทรศัพท์ไปปรึกษาคุณแม่ปราณี ซึ่งท่านได้บอกกับกระผมว่า “หลวงพ่อกำลังจะจัดบวชพระแสนรูป รุ่นเข้าพรรษา หากเธอไม่อยากมีชีวิตตกอับไปกว่านี้ก็ให้รีบบวช แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น” เมื่อได้ยินดังนั้น กระผมจึงตัดสินใจมาบวชทันทีครับ
 
พระเอกลักษณ์ ฐิตมโน
 
พระเอกลักษณ์ ฐิตมโน
 
        หลวงพ่อครับ การกลับมาบวชครั้งนี้ ทำให้กระผมได้มีโอกาสทบทวนตัวเอง ได้ฝึกฝนตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระผมได้นั่งสมาธิ ซึ่งทำให้กระผมได้พบกับความสุขภายในแบบที่ไม่เคยเจอะเจอที่ไหนมาก่อนเลยครับ กล่าวคือ ปกติกระผมจะนั่งสมาธิทุกวันทั้งในรอบและตอนดึก เวลานั่งสมาธิ กระผมจะรู้สึกปวดหลังมาก และง่วงมากจนสัปหงกเกือบทุกครั้งครับ แต่กระผมก็อดทนและคิดว่า “แม้จะปวดหลังจนหลังหักตายก็จะขอนั่งไปอย่างนี้จนกว่าจะเห็นอะไรบ้าง หากจะตายท่านี้ก็ให้ตายไปเลย และหากว่าผีจะมาหลอกก็ให้หลอกไปเลย”
 
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของพระเอกลักษณ์ ฐิตมโน
 
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของพระเอกลักษณ์ ฐิตมโน
 
        จนกระทั่งกลางดึกคืนหนึ่ง ขณะที่กระผมกำลังนั่งสมาธิและรู้สึกง่วง และปวดหลังเต็มที่ จู่ๆกระผมก็เห็นเหมือนแสงไฟนีออนสว่างโพลง วาบขึ้นมาในกลางท้องของกระผม เหมือนมีคนมาเปิดไฟครับ ตอนนั้นกระผมรู้สึกตระหนกนิดหน่อย ประกอบกับความง่วงและความปวดต่างๆก็อันตรธานหายไป เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น ตอนนั้นกระผมบอกกับตัวเองว่า “ที่ระเบียงเขาปิดไฟหมดแล้ว และนี่มันเป็นแสงไฟจากในท้องของเรา” จากนั้น กระผมจึงตั้งสติและทำสมาธิต่อ นึกว่า “ตัวเราเป็นองค์พระ องค์พระเป็นตัวเรา” แล้วจู่ๆกระผมก็รู้สึกว่าร่างกายของกระผม ทั้งหน้าตาแขนขา ทั้งเนื้อทั้งตัว กลายเป็นแก้วใสๆเหมือนองค์พระแก้วใสไปหมดเลยครับ กระผมรู้สึกดีและมีความสุขมากๆ และกระผมก็รู้สึกดีใจที่สามารถบวชสองชั้นอย่างที่หลวงพ่อบอกได้ แถมตอนนี้เวลากระผมเดินไปไหนหรือทำอะไร ถ้ากระผมนึกอยากเห็นองค์พระ ท่านก็จะมาให้เห็นอยู่ที่กลางท้องของกระผมด้วยครับ
 
        หลวงพ่อครับ ตั้งแต่กระผมครองผ้ากาสาวพัสตร์ กระผมก็รู้ตัวดีว่าตัวกระผมไม่เหมาะกับทางโลก ถ้ามีโอกาสกระผมอยากจะรับใช้ถวายงานหลวงพ่อไปทุกภพทุกชาติ กระผมไม่อยากจากผ้าเหลืองนี้ไปเลยครับ กระผมอยากเลือกเดินบนเส้นทางนี้ สร้างบารมีกับหลวงพ่อตลอดไป และอยากจะทุ่มเททุกอย่างที่จะให้กับพระศาสนาได้ สุดท้ายนี้ กระผมขอกราบขอบพระคุณหลวงพ่อและทุกคนที่ได้ชี้เส้นทางสว่างอันวิเศษสุดสายนี้ให้กับกระผม ซึ่งกระผมจะไม่มีวันลืมเลยครับ
 
กราบคารวะด้วยความเคารพอย่างสูง
 
พระเอกลักษณ์ ฐิตมโน
 


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
หลับแล้วตื่นกลางวิมาน ตอนที่ 5หลับแล้วตื่นกลางวิมาน ตอนที่ 5

พระพี่เลี้ยงหัวใจเกินร้อยพระพี่เลี้ยงหัวใจเกินร้อย

รุ่งอรุณใหม่ ณ อ่าวเบงกอลรุ่งอรุณใหม่ ณ อ่าวเบงกอล



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

ช่วงเด่นฝันในฝัน