ทำไมผมจึงไปเกิดในประเทศที่มีแต่สงครามและมีชีวิตที่ลำบาก


[ 23 ส.ค. 2554 ] - [ 15270 ] LINE it!

คุณครับรักผมบ้างไหม/ฉากหลังสงคราม
 

คำถามจากทางบ้าน:

        ภรรยาของผมเป็นชาวอิรัก นับถือศาสนาอิสลาม เธอเคร่งครัดในศาสนามาก เป็นลูกพี่ลูกน้องของผมเอง ซึ่งก่อนแต่งงานทางพ่อแม่ได้หมั้นหมายเธอไว้ให้ผม กอปรกับเธอและผมก็รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน และเรายังเคยพูดคุยเรื่องแต่งงานด้วยกันในสมัยเด็กๆ ซึ่งในตอนนั้นเธอพูดกับผมว่า ฉันจะแต่งงานกับเธอคนเดียวเท่านั้น ถ้าไม่มีเธอ ฉันจะไม่ยอมแต่งงานกับใครเด็ดขาดเลย คำพูดนี้ติดตรึงอยู่ในหัวใจของผม ไม่ลืมเลือน
 
        ต่อมาเมื่อเธออายุ ๒๓ ปี ผมอายุ ๒๘ ปี ก็เข้าพิธีแต่งงานกันที่ประเทศอิหร่าน แต่เรามาอยู่กินด้วยกันที่ประเทศเดนมาร์ก มีลูกด้วยกัน ๓ คน หญิง ๒ คน ชาย ๑ คน
 
        ภรรยาผมจิตใจเธออยากจะไปอยู่แต่ประเทศอิรัก ซึ่ง ๑ ปี เธอไปแค่ ๕ - ๑๐ ครั้งเป็นอย่างน้อย และเธอก็ให้เหตุผลกับผมว่าฉันเหงา ฉันคิดถึงพ่อแม่พี่น้อง ฉันอยากกลับอิรัก เพราะที่นั่นฉันอบอุ่น ทุกวันนี้เธอก็พาลูกๆ ไปอยู่ที่อิรักสลับกับมาอยู่กับผม ครั้งละประมาณ ๑ เดือนครึ่ง และผมก็คิดว่า จะปลูกบ้านที่อิรักให้เธอไว้อยู่ในช่วงที่เธอกลับไป แต่ผมจะอยู่ที่เดนมาร์กกับลูกๆ เพื่อให้ลูกได้เรียนหนังสือด้วย ซึ่งภรรยาผมก็รู้สึกเห็นด้วยกับความคิดนี้
 
        ภรรยาของผม เธอรักผมหรือไม่ แล้วทำไมเธออยากกลับไปอยู่กับญาติๆ ในอิรักทั้งๆ ที่มีสงคราม ผมกับเธอจะอยู่ด้วยกันได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่อย่างไรครับ
 
        ตัวผมเอง นับถือศาสนาอิสลามตามบรรพบุรุษ ต้องทำละหมาดวันละ 5 เวลา แต่ผมก็ไม่ได้มีความสุขเลย ผมไม่เข้าใจว่า “ทำไมต้องมีการทำสงครามเข่นฆ่ากันเอง?” ซึ่งความโหดร้ายเยี่ยงนี้เกิดขึ้นในบ้านเมืองของผม และผมก็เจอแต่ความโหดร้ายของสงคราม มาตั้งแต่อายุ 14 ปี  ต้องเวียนเข้าออกคุกกับพี่น้องทุกๆ 3 เดือน พบกับความอดๆ อยากๆ ต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ผมต้องรับภาระเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนพ่อที่ตายไปแล้วทุกอย่าง
 
        และต่อมาในปี 2534 ผมอายุ 21 ปี อิรักก็ทำสงครามอีกครั้ง ซึ่งสงครามคราวนั้น บ้านเมืองระส่ำระสาย ผู้คนหลบหนีไปเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ชายแดนคูเวต ตัวผมก็ชวนญาติๆทั้งแม่ พี่น้องให้หลบหนีไปที่นั่นด้วย แต่ไม่มีใครกล้าไปเพราะกลัวจะถูกฆ่าตายระหว่างทาง แต่ผมได้เสี่ยงกล้าตายมากับผู้ลี้ภัยอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งในระหว่างทางก็มีคนถูกยิงตายไปหลายคน ส่วนคนที่เหลือก็หลบๆ ซ่อนๆ หนีวิถีกระสุนปืนไปได้อย่างเฉียดฉิวและถึงจุดหมายในที่สุด     ผมไม่เข้าใจว่า “ทำไมต้องมีการทำสงครามเข่นฆ่ากันเอง?”
 
        ผมว่ามันไม่ยากเกินกว่าที่เราจะทำได้    พอผมหนีมาเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ชายแดนคูเวต ในเต็นท์ทหารค่ายอพยพ ซึ่งในหน้าร้อนอากาศขึ้นสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ผมทำอะไรไม่ได้เลยได้แต่กินกับนอน อยู่ที่นั่นถึง 7 ปี แล้วผมก็ได้ย้ายมาที่เดนมาร์กเมื่ออายุ 28 ปี จากนั้นก็เข้าเรียนภาษาเดนมาร์กในโรงเรียนแห่งหนึ่ง  ณ ที่แห่งนี้ ทำให้ผมพบผู้หญิงต่างชาติคนหนึ่ง ซึ่งครั้งแรกที่พบเธอผมก็อยากจะทักเธอมาก จึงตัดสินใจเข้าไปถามเธอทันทีว่า “คุณเป็นไทยพุทธหรือมุสลิม” เธอตอบว่า “เป็นพุทธ” ผมบอกเธอว่า “ผมเคยได้ยินคำว่าศาสนาพุทธครั้งแรกตอนที่ผมอยู่อิรัก ผมอยากรู้ว่าคำสอนของศาสนาพุทธคืออะไร?” เธอตอบว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” ผมรีบถามต่อทันทีว่า “ทำดีทำยังไง อย่างไหนเรียกว่าทำชั่ว แล้วคนอย่างผมเรียกว่าคนดีหรือคนชั่ว” แล้วผมก็ถามเพราะอยากรู้อีกว่า “แล้วหลักปฏิบัติของพุทธละ” เธอกลับตอบว่า “ฉันไม่รู้ เอาไว้ถ้ารู้แล้ว ฉันจะบอกคุณ”
 
        หลังจากนั้นเราก็คุยกันทุกวัน แต่จนแล้วจนเล่าเธอก็ยังไม่ตอบคำถามผมสักที จนมาวันหนึ่ง ผมถามเธอตรงๆ ว่า “คุณเป็นชาวพุทธ ทำไมคุณไม่รู้หลักและวิธีปฏิบัติของศาสนาพุทธละ คุณเป็นชาวพุทธตั้งแต่เกิดคุณกลับไม่รู้ แล้วจะให้ผมไปถามกับใคร ถ้าคุณมาถามผมเกี่ยวกับศาสนาอิสลามนะ ผมตอบคุณได้หมดเลย ผมขอถามคุณจริงๆ เถอะ ชาวพุทธเค้าไม่สอนให้เข้าวัดกันหรือ? ”
 
        ผมต้องการแสวงหาความสงบ เพราะผมเบื่อการรบราฆ่าฟันในหมู่พวกเรากันเอง  ผมจึงเริ่มปรึกษาเรื่องส่วนตัว เธอเองก็เล่าเรื่องต่างๆให้ผมฟัง ซึ่งผมคิดว่าต่างจากศาสนาที่ผมนับถือมาก คือ “เราแต่งงานกันเองในเครือญาติ แต่ทำสงครามฆ่ากันเองในเครือญาติ ฆ่ากันได้ทั้งๆ ที่เป็นญาติกัน” แต่ศาสนาอื่นๆ ไม่ได้บังคับให้แต่งงานกับญาติ จะแต่งงานหรือมีครอบครัวกับใครก็ได้ ไม่ผิดไม่โดนฆ่า   แต่ในที่สุดผมก็ต้องกลับไปแต่งงานกับชาวอิรักคนปัจจุบัน
        ทำไมผมจึงไปเกิดในประเทศที่มีแต่สงคราม มีชีวิตที่ลำบากจากสงคราม และทำไมผมไม่ถูกยิงตายขณะหนีออกนอกประเทศ
 
        ผมคิดสงสัยตลอดเวลาว่า ทำไมโลกใบนี้ต้องมีสงครามฆ่ากันเอง ทำอย่างไรจึงจะหยุดสงครามได้ และใครจะเป็นผู้ทำให้สงครามหยุดได้ครับ
 

ที่นี่มีคำตอบ:

        ภรรยาของลูก ก็ยังรักตัวลูกอยู่ แหม...ต้องมาถามครูไม่ใหญ่ ถามเธอสิจ๊ะ แต่ความผูกพันกับครอบครัวและแดนเกิดมันมีมากจนยากที่จะห้ามใจที่จะไม่กลับไปถิ่นเดิมในสิ่งแวดล้อมที่พรั่งพร้อมไปด้วยหมู่ญาติ แม้จะเกิดภาวะสงครามก็ตาม เพราะว่าร่มเงาของหมู่ญาตินั้นร่มเย็นกว่าร่มไม้ใดๆ ทั้งสิ้น ไปอยู่ตรงนั้น แม้อยู่ในภาวะสงครามก็มีความอบอุ่นซึ่งกันและกัน
 
ภรรยาของลูกก็ยังรักตัวลูกอยู่
ภรรยาของลูกก็ยังรักตัวลูกอยู่
 
        ให้ลูกประคองรักนี้ไว้ให้ได้ตลอดไป ด้วยการยินยอม ยืดหยุ่น ยิ้มแย้ม เยือกเย็น เชียร์เธอบ้าง อะไรบ้าง เพราะเธอก็เป็นคนดี เป็นภรรยาที่ดีของสามี เป็นแม่ที่ดีของลูก ลูกอย่ากังวลหรือเป็นทุกข์ใจเลย ชีวิตมันก็เป็นอย่างนี้ มันก็เป็นไปตามวิบากกรรม
 
ให้ลูกประคองรักนี้ไว้ให้ได้ตลอดไป
ให้ลูกประคองรักนี้ไว้ให้ได้ตลอดไป
 
        ดังนั้นไม่ว่าเธอจะไปอิรักหรือไม่ไป ก็ให้ลูกนั่งสมาธิ ทำใจใสๆ แล้วก็นึกถึงบุญนี้ให้ไปคุ้มครองเธอและลูกให้ปลอดภัย
 
เหตุที่ทำให้ลูกต้องไปเกิดในประเทศที่มีสงคราม มีชีวิตที่ลำบากจากสงคราม
เหตุที่ทำให้ลูกต้องไปเกิดในประเทศที่มีสงคราม มีชีวิตที่ลำบากจากสงคราม
 
        ลูกต้องไปเกิดในประเทศที่มีสงคราม มีชีวิตที่ลำบากจากสงคราม เพราะในอดีตได้เคยเป็นเศรษฐีพ่อค้านักธุรกิจใหญ่ ได้ให้เงินสนับสนุนรัฐในการทำสงครามด้วยความไม่เต็มใจตามที่ทางรัฐขอมา เพราะหากไม่ให้เดี๋ยวเขาก็บังคับเอา ดีไม่ดีถูกติดคุกหรือถูกยึดไปหมด หรือไม่ก็ถูกฆ่าตาย ก็ต้องให้ และก็ต้องยิ้มแย้มแจ่มใส สนับสนุนรัฐบาลจะเอาอย่างไรก็เอา เพื่อประเทศชาติของเราอย่างนั้น วิบากกรรมนี้มาส่งผล
 
เหตุที่ทำให้ไม่ถูกยิงตายขณะหนีออกนอกประเทศ
เหตุที่ทำให้ไม่ถูกยิงตายขณะหนีออกนอกประเทศ
 
        ไม่ถูกยิงตายขณะหนีออกนอกประเทศ เพราะในชาตินั้น ตัวลูกก็ไม่ได้เต็มใจในการสนับสนุนให้เขาทำสงคราม แค่ให้เงินด้วยความจำใจจึงรอดตายได้ แต่ก็วิ่งให้ตื่นเต้นหวาดเสียวหน่อย แต่ลูกกระสุนไม่มีอารมณ์มาโดนลูก เพราะลูกไม่ได้เต็มใจที่จะให้เงินเขาไปทำสงคราม
 
        โลกใบนี้ต้องมีสงครามฆ่ากันเอง เพราะมนุษย์ยังมีกิเลส โลภ โกรธ หลง บังคับให้สร้างกรรม นี่แหละคือศัตรูถาวรและที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติ มนุษย์กับมนุษย์ไม่ใช่เป็นศัตรูกัน แต่กิเลสอาสวะที่อยู่ภายในใจมนุษย์ต่างหาก คือ ศัตรูที่แท้จริงของมนุษย์ เพราะฉะนั้น ถ้าจะทำสงครามที่แท้จริงต้องนั่งหลับตา และก็รบกับโลภะ โทสะ โมหะที่มีอยู่ในตัว
 
เหตุที่ทำให้โลกใบนี้ต้องมีสงครามฆ่ากันเอง
เหตุที่ทำให้โลกใบนี้ต้องมีสงครามฆ่ากันเอง
 
        มนุษย์ยังมีกิเลส มีความโลภ ความโกรธความหลง บังคับให้สร้างกรรม เมื่อทำกรรมแล้วก็ทำให้เกิดวิบากกรรม วิบากกรรมคล้ายๆ กันจึงดึงดูดให้มาเกิดร่วมกัน แล้วก็ถูกกิเลสดังกล่าวบังคับวนไปวนมาอยู่อย่างนี้ พอมาเกิดร่วมกัน กิเลสที่มีอยู่ในใจของแต่ละคนก็บังคับให้ทะเลาะกัน โดยแต่ละคนก็ไม่รู้ว่า ใครบังคับบัญชาอยู่ฉากหลังที่ทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เพราะยังไม่มีดวงตาเห็นธรรม ยังไม่มีธรรมจักขุ ยังไม่มีญาณทัศนะ เพราะยังเข้าไม่ถึงพระธรรมกายที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน จึงไม่รู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต
 
        จะหยุดสงครามได้นั้น ทุกคนในโลกจะต้องร่วมมือกัน จะเว้นแม้แต่เพียงคนเดียวไม่ได้ ด้วยการหยุดใจเข้าไปให้ถึงความสงบภายใน จนเกิดสันติสุข แล้วสันติสุขนั้นก็จะขยายมาสู่ภายนอก ทำให้เกิดสันติภาพภายนอกอย่างแท้จริง หยุดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นแก่โลก
 
จะหยุดสงครามได้ด้วยการหยุดใจเข้าไปให้ถึงความสงบภายใน จนเกิดสันติสุข
จะหยุดสงครามได้ด้วยการหยุดใจเข้าไปให้ถึงความสงบภายใน จนเกิดสันติสุข
 
        เดี๋ยวนี้มอบรางวัลสันติภาพ ปลูกป่ายังมอบให้เลย เพราะไม่รู้ว่าทำอย่างไรสันติภาพจึงจะเกิดขึ้นในโลก เพราะฉะนั้น วิธีเดียวเท่านั้น คือ หยุดใจที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗แล้วสันติภาพที่แท้จริงจะบังเกิดขึ้น
 
โดย คุณครูไม่ใหญ่
๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมผมจึงอยากเรียนรู้พระพุทธศาสนาชอบนั่งสมาธิและดู DMC แม้ฟังไม่เข้าใจทำไมผมจึงอยากเรียนรู้พระพุทธศาสนาชอบนั่งสมาธิและดู DMC แม้ฟังไม่เข้าใจ

บุพกรรมใดทำให้ข้าพเจ้าต้องไปเทศน์สอนนักโทษเดนตายในคุกบุพกรรมใดทำให้ข้าพเจ้าต้องไปเทศน์สอนนักโทษเดนตายในคุก

คุณแม่เคยเกิดอยู่ในสังคมเช่นไรจึงมีความเชื่อว่า ฆ่าสัตว์ทำอาหารไม่บาปคุณแม่เคยเกิดอยู่ในสังคมเช่นไรจึงมีความเชื่อว่า ฆ่าสัตว์ทำอาหารไม่บาป



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

ที่นี่มีคำตอบ-โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา