ขุรปุตตชาดก ชาดกว่าด้วยการทำตนให้ไร้ประโยชน์


[ 28 ก.ค. 2563 ] - [ 1236 ] LINE it!

ชาดก 500 ชาติ

ขุรปุตตชาดก-ชาดกว่าด้วยการทำตนให้ไร้ประโยชน์

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร
  
       ในสมัยพุทธกาลเมื่อครั้งที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุผู้ถูกภรรยาเก่าโลมเร้า แล้วทรงซักถามภิกษุนั้น
“ จริงหรือภิกษุ ได้ทราบว่าเธอกระสันอยากสึก ” “ จริงพระเจ้าค่ะ ” “ เธอกระสันอยากสึกเพราะเหตุอะไร ” “ เพราะภรรยาเก่าพระเจ้าค่ะ ”
 
ภิกษุหนุ่มผู้มีความต้องการอยากที่จะสึกเหตุเพราะภรรยาเก่ารุมเร้า
 
ภิกษุหนุ่มผู้มีความต้องการอยากที่จะสึกเหตุเพราะภรรยาเก่ารุมเร้า
 
       “ ดูกรภิกษุหญิงนี้ทำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่เธอไม่เฉพาะในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อนเธอกำลังจะกระโดดเข้าไฟตายเพราะอาศัยหญิงนี้ แต่อาศัยบัณฑิต
จึงได้ชีวิตไว้ ” พระศาสดาตรัสดังนี้แล้วจึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาทก
 
พระศาสดาทรงตรัสเล่าอดีตนิทาน ขุรปุตตชาดก ให้แก่ภิกษุหนุ่มได้ฟัง
 
พระศาสดาทรงตรัสเล่าอดีตนิทาน ขุรปุตตชาดก ให้แก่ภิกษุหนุ่มได้ฟัง
 
       ในอดีตกาลพระเจ้าเสนกะครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี ครั้งนั้นพระเจ้าเสนกะเสด็จประพาสเมือง มีนาคราชตนหนึ่งกำลังเที่ยวจับเหยื่อบนบกกินอยู่
เด็กชาวบ้านกลุ่มหนึ่งผ่านมาเห็นก็เข้าใจว่าเป็นงู จึงช่วยกันเอาไม้ทุบตี “ นี่แน่ะเจ้างู ตีให้ตาย ๆ

พระเจ้าเสนกะแห่งนครพาราณสี
 
พระเจ้าเสนกะแห่งนครพาราณสี
 
      พวกเจ้ามาช่วยข้าตีมันหน่อยสิ เจ้างูนี่ตัวใหญ่นัก คงลักขโมยกินไก่ชาวบ้านมาไม่น้อย นี่แน่ะต้องโดนแบบนี้ ” พระราชาเสด็จไปถึงที่นั่นพอดีเห็นเด็ก
กำลังทำร้ายงูก็เลยเกิดความสงสารจึงรับสั่งห้ามไว้และให้ปล่อยมันไป
 
เด็ก ๆ กำลังช่วยกันรุมตีงูใหญ่ตัวหนึ่ง
 
เด็ก ๆ กำลังช่วยกันรุมตีงูใหญ่ตัวหนึ่ง
 
       “ เจ้าหนู พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่ ” “ พวกข้ากำลังตีงูนี่อยู่พระเจ้าค่ะ ” “ พวกเจ้าอย่าได้รังแกสัตว์เช่นนี้ จงปล่อยมันไปเสียเถิด ” ฝ่ายนาคราช
เมื่อรอดชีวิตก็กลับไปยังนาคพิภพของตน “ พระราชาองค์นี้เป็นผู้มีเมตตา สมควรที่เราต้องตอบแทนคุณ ”
 
พระเจ้าเสนกะเสด็จผ่านมาทางที่เด็ก ๆ กำลังรุมตีงูใหญ่
 
พระเจ้าเสนกะเสด็จผ่านมาทางที่เด็ก ๆ กำลังรุมตีงูใหญ่
 
      ครั้นเวลาเที่ยงคืนนาคราชได้จำแลงตนเข้าเฝ้าพระราชาถึงที่บรรทมแล้วได้มอบแก้วแหวนเงินทองให้พระเจ้าเสนกะพร้อมผูกมิตรภาพเป็นพระสหายกัน
“ ข้าพระองค์นำแก้วแหวนเงินทองเหล่านี้มาเพื่อตอบแทนที่ทรงช่วยชีวิตข้าพระองค์ไว้ ”
 
พระเจ้าเสนกะทรงรับสั่งให้เด็ก ๆ ปล่อยงูไป
 
พระเจ้าเสนกะทรงรับสั่งให้เด็ก ๆ ปล่อยงูไป
 
       นับแต่นั้นนาคราชก็มาเยี่ยมพระเจ้าเสนกะผู้เป็นสหายในยามดึกทุกคืน และได้มอบหมายให้นาคมานวิกานางหนึ่งผู้ไม่อิ่มในกามคุณมาประจำอยู่
ข้างพระเจ้าเสนกะเพื่อคอยปกป้องดูแลพระองค์พร้อมกับมอบมนต์บทหนึ่งให้พระราชาไว้ใช้ในคราวไม่เห็นนางนาคตนนั้น
 
งูใหญ่หรือนาคราชได้กลับมายังเมืองของตนหลังจากที่ถูกปลดปล่อย
 
งูใหญ่หรือนาคราชได้กลับมายังเมืองของตนหลังจากที่ถูกปลดปล่อย
     
       นางนาควิกานางนี้ข้าพระองค์มอบหมายให้คอยดูแลปกป้องพระองค์ หากไม่เห็นนางเมื่อไหร่ ท่านจงร่ายมนต์นี้ อยู่มาวันหนึ่งพระเจ้าเสนกะ
เสด็จประพาสสวนหลวงพร้อมด้วยบริวารขณะลงเล่นน้ำอยู่นั้นนางนาคเห็นงูน้ำตัวหนึ่งแล้วเกิดความใคร่จึงแปลงร่างเป็นงูเสพสมกันอยู่
 
นาคราชได้เล่าถึงความดีของพระเจ้าเสนกะที่ได้ช่วยชีวิตของตนไว้
 
นาคราชได้เล่าถึงความดีของพระเจ้าเสนกะที่ได้ช่วยชีวิตของตนไว้
 
       “ ทำอะไรอยู่จ๊ะพ่องูรูปหล่อ มานี่สิข้ามีอะไรจะให้เจ้าดู ” ฝ่ายพระเจ้าเสนกะเมื่อไม่ทรงเห็นนางนาคจึงร่ายมนต์ที่พญานาคราชสอนไว้  “ นางนาคมานวิกา
เจ้าอยู่ไหน สงสัยเราต้องร่ายมนต์ให้นางปรากฏตัวสะแล้ว ” เมื่อพระราชาร่ายมนต์จบนางนาคก็กลายร่างเป็นมนุษย์กำลังทำอนาจารอยู่
 
นาคราชได้แวะมาเยี่ยมเยียนพระเจ้าเสนกะในทุกค่ำคืน
 
นาคราชได้แวะมาเยี่ยมเยียนพระเจ้าเสนกะในทุกค่ำคืน
 
       ทำให้พระเจ้าเสนกะทรงกริ้วใช้ซีกไม้ไผ่ตีนาง “ นางนาคผู้ไม่รู้จักอิ่มในกาม ไม่รู้จักอดกลั้นใจเลย เจ้าต้องได้รับโทษแน่ ๆ นี่แน่ะ ” “ โอ้ย โอ้ย เจ็บ
หากท่านทำร้ายข้าเช่นนี้ ข้าก็จะไม่ขออยู่ดูแลท่านอีก ” นางนาคออกจากพระราชอุทยานกลับไปยังนาคพิภพด้วยความโกรธที่พระราชาลงโทษตน 
 
นาคราชได้มอบนางนาคมานวิกาให้คอยปกป้องและอยู่รับใช้พระเจ้าเสนกะ
 
นาคราชได้มอบนางนาคมานวิกาให้คอยปกป้องและอยู่รับใช้พระเจ้าเสนกะ
  
       เมื่อมาถึงนาคพิภพก็เข้าเฝ้าพญานาคราช “ เกิดเรื่องอะไรเจ้าถึงมาที่นี่ได้ ” “ พระเจ้าเสนกะพระสหายของพระองค์เฆี่ยนตีหม่อมฉันจนต้องหนีมา
ดูรอยแผลพวกนี้ซิเพค่ะ ” “ หนอย พระเจ้าเสนกะทำร้ายคนของเราได้ เสียแรงที่เราเป็นสหายกันมา ”
 
นางนาคมานวิกาได้พบกับงูน้ำสุดหล่อนางเลยกลายร่างกลับเป็นงูเพื่อเสพสมกับงูน้ำนั้น    

นางนาคมานวิกาได้พบกับงูน้ำสุดหล่อนางเลยกลายร่างกลับเป็นงูเพื่อเสพสมกับงูน้ำนั้น
 
       พญานาคราชไม่ทราบความจริงที่เกิดขึ้นเพียงได้เห็นแผลของนางนาคก็โกรธ เรียกทหารนาค ๔ ตนมา แล้วสั่งให้ไปทำลายที่นั่งบรรทมของพระเจ้าเสนกะ
“ พวกเจ้าทั้ง ๔ จงไปพ่นพิษทำลายพระที่นั่งบรรทมของพระเจ้าเสนกะเสียให้สิ้น ” ทหารนาคทั้ง ๔ มาถึงห้องบรรทมหมายจะทำลายพระที่นั่งบรรทมเสีย

พระเจ้าเสนกะเห็นนางนาคหายไปเลยร่ายมนต์เรียกนาง
 
พระเจ้าเสนกะเห็นนางนาคหายไปเลยร่ายมนต์เรียกนาง
  
       ก็ได้ยินพระราชาตรัสเล่าให้ราชเทวีฟังถึงเรื่องที่นางนาคมานวิกากลับยังนาคภพ ทหารนาคทั้งหลายได้ฟังดังนั้นก็กลับไปรายงานยังพญานาคราช
“ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง เพราะเราฟังความข้างเดียวจนเกือบทำร้ายสหายเสียแล้ว ” พญานาคราชรู้สึกผิดต่อพระเจ้าเสนกะ
 
พระเจ้าเสนกะเห็นนางนาคทำอนาจารกับงูน้ำเลยใช้ไม้ตีเพื่อลงโทษนาง
 
พระเจ้าเสนกะเห็นนางนาคทำอนาจารกับงูน้ำเลยใช้ไม้ตีเพื่อลงโทษนาง
 
     จึงเสด็จมายังพระที่นั่งบรรทมของพระสหายเพื่อขอขมาแล้วได้ถวายมนต์ที่ชื่อว่า สรรพรุตชนะ ซึ่งเป็นมนต์รู้เสียงร้องของสัตว์ทุกชนิด แล้วจึงทูลห้าม
ไม่ให้พระเจ้าเสนกะมอบมนต์นี้แก่ผู้อื่น ไม่เช่นนั้นจะต้องทรงกระโดดเข้ากองไฟสวรรคต “ มนต์สรรพรุตชนะนี้สำคัญยิ่ง นักทรงอย่ามอบให้ผู้ใด
ไม่เช่นนั้นท่านต้องสละชีวิตด้วยการกระโดดเข้ากองไฟ ”
 
นางนาคมานวิกากลับไปฟ้องนาคราชว่านางถูกทำร้ายโดยพระเจ้าเสนกะ
 
นางนาคมานวิกากลับไปฟ้องนาคราชว่านางถูกทำร้ายโดยพระเจ้าเสนกะ
 
       “ ข้าขอรับคำท่าน ” ตั้งแต่นั้นมาพระเจ้าเสนกะก็ทรงรู้เสียงสัตว์ต่าง ๆ วันหนึ่งขณะที่พระองค์ประทับนั่งที่ท้องพระโรง เสวยของเคี้ยวจิ้มน้ำผึ้งน้ำอ้อยอยู่นั้น
น้ำผึ้งน้ำอ้อยหยดหนึ่งและขนมชิ้นหนึ่งตกลงที่พื้น มดแดงตัวหนึ่งเห็นหยดน้ำผึ้งและขนมนั้นก็เรียกเพื่อนให้มากิน “ พวกเราถาดน้ำผึ้งแตก หม้อน้ำอ้อย

บริวารของนาคราชแอบได้ยินถึงเหตุแห่งความจริงที่พระเจ้าเสนกะได้ลงโทษนางนาคมานวิกา
 
บริวารของนาคราชแอบได้ยินถึงเหตุแห่งความจริงที่พระเจ้าเสนกะได้ลงโทษนางนาคมานวิกา
 
       หม้อขนมคว่ำแล้วที่ท้องพระโรง รีบมากินกันเถิด ” “ ลาภปากรอบเย็น มื้อนี้ได้ดินเนอร์อาหารพระราชา ว้าวอร่อย ๆ ” พระราชาทรงสดับเสียงร้องบอก
ของมดแดงแล้วก็ทรงพระสรวล พระราชเทวีที่ประทับอยู่ใกล้ ๆ เห็นดังนั้นก็เกิดความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ทูลถาม เมื่อพระราชาเสวยของเคี้ยวแล้ว
 
นาคราชได้ขอขมาพระเจ้าเสนกะพร้อมทั้งมอบมนต์สรรพรุตชนะให้กับพระเจ้าเสนกะ
 
นาคราชได้ขอขมาพระเจ้าเสนกะพร้อมทั้งมอบมนต์สรรพรุตชนะให้กับพระเจ้าเสนกะ
 
       ทรงสรงสนานและประทับนั่งบนพระราชบัลลังก์ ทรงได้ยินแมลงวันตัวผู้คุยกับแมลงวันตัวเมีย “ ที่รักบรรยากาศแบบนี้เรามาหาอะไรทำสนุก ๆ กันดีกว่านะ ”
“ คอยก่อนนะจ๊ะพี่จ๋า เดี๋ยวพระราชทรงลูบไล้ของหอมแล้ว น้องจะเอาตัวไปคลุกผงหอมที่พระราชาทำร่วงไว้ น้องจะได้ตัวหอมๆ ยังไงละจ๊ะพี่ ”
 
พระเจ้าเสนกะทรงเสวยของเคี้ยวจิ้มน้ำผึ้ง
 
พระเจ้าเสนกะทรงเสวยของเคี้ยวจิ้มน้ำผึ้ง
 
       ต่อมาเมื่อพระราชาทรงเสวยพระกระยาหารเย็น มีอาหารก้อนหนึ่งหล่นที่พื้น มดแดงทั้งหลายก็ร้องบอกกันให้มากินอาหารนั้น “ พวกเราห้องอาหาร
ของพระราชาแตกแล้ว มากินกันเถอะ ” “ ว้าว ลาภปากรอบเย็น ฮ่า ฮ่า อร่อย อร่อย ” พระเทวีกลั้นความสงสัยเอาไว้ถึง ๓ ครา

บรรดามดต่างพากันเรียกเพื่อนๆ ตนมากินเศษน้ำผึ้งที่ตกลงสู่พื้น
 
บรรดามดต่างพากันเรียกเพื่อนๆ ตนมากินเศษน้ำผึ้งที่ตกลงสู่พื้น
 
       จนเมื่อเวลาเสด็จขึ้นแท่นพระบรรทมกับพระราชา พระนางจึงได้ทูลถาม “ วันนี้หม่อมฉันเห็นพระองค์หัวเราะถึง ๓ ครั้ง พระองค์หัวเราะอะไรหรือเพค่ะ ”
“ ไม่มีอะไรหรอกเจ้านอนเสียเถิด ” พระเทวีทรงรบเร้าจนพระราชาใจอ่อน จึงบอกเรื่องที่ทรงรู้มนต์ที่ให้รู้เสียงสัตว์นั้น พระนางจึงของให้พระองค์
ประทานมนต์นั้นให้
 
พระเทวีแอบสงสัยที่พระเจ้าเสนกะทรงพระสรวลในขณะที่ทรงเสวยพระกระยาหารเย็น
 
 
พระเทวีแอบสงสัยที่พระเจ้าเสนกะทรงพระสรวลในขณะที่ทรงเสวยพระกระยาหารเย็น
 
      “ น้องหญิงหากพี่บอกมนต์นั้นแก่เจ้า พี่จะต้องตายนะ ” “ หากพะองค์รักหม่อมฉันจริง ขอจงสละเพื่อหม่อมฉันเถิด ” ด้วยเพราะตกอยู่ในอำนาจของสตรี
พระราชาทรงตัดสินพระทัยว่าจะมอบมนต์ สรรพรุตชนะแก่พระราชเทวี แม้จะต้องเข้ากองไฟก็ตาม คิดได้ดังนี้แล้วจึงเสด็จเข้าไปในพระราชอุทยานด้วยราชรถ
 
แมลงวันตัวเมียพูดถึงเครื่องหอมของพระเจ้าเสนกะกับแมลงวันตัวผู้
 
แมลงวันตัวเมียพูดถึงเครื่องหอมของพระเจ้าเสนกะกับแมลงวันตัวผู้
 
       “ น้องหญิงเอ๋ย เพราะพี่รักเจ้า แม้ต้องสละชีพพี่ก็ยอม ” ขณะนั้นท้าวสักกะทรงตรวจดูสัตว์โลกอยู่ ทรงเห็นเหตุการณ์นี้ จึงทรงดำริว่าจะต้องเตือนสติพระเจ้าเสนกะ
“ พระราชาผู้โง่เขลาเพียงเพื่อสตรีแล้ว ถึงกับยอมตายเชียวหรือนี่ ข้าต้องเตือนสติเจ้าสะหน่อยแล้ว ”
 
พระเจ้าเสนกะทรงรับปากว่าจะบอกมนต์สรรพรุตชนะให้กับพระเทวี
 
พระเจ้าเสนกะทรงรับปากว่าจะบอกมนต์สรรพรุตชนะให้กับพระเทวี
 
      ท้าวสักกะพานางสุชาดามายังสวนหลวงแล้วจำแลงตนเป็นแพะสองผัวเมียยืนอยู่ข้างทางที่พระราชาเสด็จผ่านแพะตัวผู้กำลังทำท่าทางเสพสมกับแพะตัวเมียอยู่
ม้าเทียมรถของพระราชาจึงพูดกับแพะนั้น “ เจ้าแพะโง่ ไม่รู้จักอะไรควรทำในที่แจ้ง อะไรควรทำในที่ลับเลยนะ ” “ เจ้านั้นแหละโง่ ถูกเชือกรัดคอไว้
 
ท้าวสักกะทรงตรวจดูสัตว์โลก
 
ท้าวสักกะทรงตรวจดูสัตว์โลก
 
       เวลาเขาปล่อยเจ้าก็ไม่หนีไป แต่ข้าว่าเพราะเจ้าเสนกะเจ้านายเจ้าโง่กว่าแกเสียอีก ” “ เจ้าว่าข้าโง่ ข้าก็รู้ แต่พระเจ้าเสนกะโง่ยังไง ” “ ไม่โง่ได้ยังไง
ยอมตายเพื่อสวดมนต์ให้พระเทวี สุดท้ายตัวเองก็จะตายไม่มีภรรยา ข้าถึงว่าโง่ยังไงละ ” พระเจ้าเสนกะได้สดับคำที่ม้าและแพะสนทนากัน
 
ท้าวสักกะและนางสุชาดาได้จำแลงเป็นแพะยืนอยู่ข้างทางที่พระเจ้าเสนกะจะเสด็จผ่าน
 
ท้าวสักกะและนางสุชาดาได้จำแลงเป็นแพะยืนอยู่ข้างทางที่พระเจ้าเสนกะจะเสด็จผ่าน
 
       จึงตรัสถามแพะว่าควรทำเช่นไร “ เจ้าแพะเอ๋ย ถ้าเช่นนั้นเจ้าจงบอกมาว่าข้าควรทำอย่างไรกัน ” “ มหาราชไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่รักเท่าชีวิตของตน ท่านไม่ควร
ให้พรพินาศ ไม่ควรละทิ้งยศศักดิ์เพราะคนรักอย่างเดียว ” แพะนั้นพูดกับพระเจ้าเสนกะแล้วก็แสดงตนเป็นท้าวสักกะให้พระราชาทราบ
 
พระเจ้าเสนกะได้สอบถามแพะว่าควรจะแก้ไขอย่างไรเพื่อไม่ให้ตัวของพระองค์ต้องตาย
 
พระเจ้าเสนกะได้สอบถามแพะว่าควรจะแก้ไขอย่างไรเพื่อไม่ให้ตัวของพระองค์ต้องตาย
 
       “ ข้าพระองค์ได้ตอบตกลงไปแล้วจะทำอย่างไรดี ” “ มหาราชพวกท่านทั้งสองจะไม่เป็นอะไร ถ้าพระองค์บอกว่าหากเรียนมนต์ต้องถูกเฆี่ยนตีเป็นค่ายกครู
นางก็จะไม่เรียนเอง ” เมื่อพระราชาเสด็จกลับเมืองแล้วจึงรับสั่งให้พระเทวีเข้าเฝ้า แล้วตรัสบอกตามที่ท้าวสักกะบอก
 
ท้าวสักกะทรงแสดงตนและได้บอกวิธีแก้ปัญหาให้กับพระเจ้าเสนกะ
 
ท้าวสักกะทรงแสดงตนและได้บอกวิธีแก้ปัญหาให้กับพระเจ้าเสนกะ
 
       “ น้องหญิงหากเจ้าจะเรียนมนต์นี้เจ้าต้องเสียค่ายกครูด้วยการถูกเฆี่ยน ๑๐๐ ครั้ง เจ้าจะยอมหรือไม่ ” “ เพื่อมนต์วิเศษนี้น้องยอมให้เฆี่ยนเพค่ะ ”
เมื่อพระเทวีก็รับคำยินดีให้เฆี่ยน พระองค์จึงรับสั่งให้เพชฌฆาตเฆี่ยนหลังพระเทวีด้วยหวาย ๑๐๐ ครั้ง พระเทวีพอถูกเฆี่ยนไปเพียง ๓ ทีเท่านั้น
ก็ทนไม่ไหว ไม่ต้องการเรียนมนต์อีก
 
พระเจ้าเสนกะบอกพระเทวีว่านางจะต้องถูกเฆี่ยน ๑๐๐ ครั้งเป็นค่ายกครูก่อนที่จะเรียนมนต์
 
พระเจ้าเสนกะบอกพระเทวีว่านางจะต้องถูกเฆี่ยน ๑๐๐ ครั้งเป็นค่ายกครูก่อนที่จะเรียนมนต์
 
       นับแต่นั้นมาพระเทวีก็ไม่กล้าเอ่ยปากขอเรียนมนต์อีกเลย “ โอ้ย โอ้ย ไม่ไหวแล้ว เจ็บเหลือเกิน น้องไม่เรียนมนต์นั่นแล้วเพค่ะ ” พระศาสดาทรงนำ
พระธรรมเทศนานี้มาแล้วทรงประกาศสัจธรรมทั้งหลาย ในที่สุดแห่งสัจธรรมภิกษุผู้กระสันอยากสึก ได้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล แล้วทรงประชุมชาดก
 
พระเทวีถูกเฆี่ยนไป ๓ ครั้ง นางจึงเปลี่ยนใจไม่ยอมเรียนมนต์สรรพรุตชนะ
 
พระเทวีถูกเฆี่ยนไป ๓ ครั้ง นางจึงเปลี่ยนใจไม่ยอมเรียนมนต์สรรพรุตชนะ
 
 
พระราชาในครั้งนั้น ได้เป็นภิกษุ ผู้กระสันอยากสึกในบัดนี้
พระราชเทวี เป็นภรรยาเก่าของภิกษุนั้น
ม้าเป็นพระสารีบุตร
ส่วนท้าวสักกะเทวราช เป็นเราตถาคต ฉะนี้แล

 
 


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
กัจจานิโคตตชาดก ชาดกว่าด้วยในการไหน ๆ ธรรมย่อมไม่ตายกัจจานิโคตตชาดก ชาดกว่าด้วยในการไหน ๆ ธรรมย่อมไม่ตาย

การันทิยชาดก ชาดกว่าด้วยการทำที่เหลือวิสัยการันทิยชาดก ชาดกว่าด้วยการทำที่เหลือวิสัย

กาสาวชาดก ชาดกว่าด้วยผ้ากาสาวพัสตร์กาสาวชาดก ชาดกว่าด้วยผ้ากาสาวพัสตร์



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

นิทานชาดก 500 ชาติ