การันทิยชาดก ชาดกว่าด้วยการทำที่เหลือวิสัย


[ 28 ส.ค. 2563 ] - [ 724 ] LINE it!

ชาดก 500 ชาติ

การันทิยชาดก-ชาดกว่าด้วยการทำที่เหลือวิสัย

พระสารีบุตรเถระอัครสาวกเบื้องขวา

พระสารีบุตรเถระอัครสาวกเบื้องขวา
  
       ครั้งหนึ่งในพุทธกาลสมัยยังมีเรื่องราวอันเป็นเหตุให้ต้องบอกบอกศีล สอนธรรมะแก่ฆราวาสผู้ครองเรือนขึ้นในพระเชตวันอารามหลวงแห่งสาวัตถี
เพื่อไม่ให้ภิกษุสงฆ์กระทำสิ่งอันเหลือวิสัยนั้น ปฐมเหตุเรื่องนี้เกิดขึ้นในกรุงราชคฤห์ ซึ่งพระสารีบุตรเถระได้เจริญธรรมสั่งสอนศิษย์และโปรดชาวมคธ
อยู่ที่นั้น
 
เหล่าภิกษุสงฆ์ได้ขอร้องให้พระสารีบุตรเถระเลิกให้ศีลแก่สาธุชนที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะอาราธนาศีลจริง ๆ
 
เหล่าภิกษุสงฆ์ได้ขอร้องให้พระสารีบุตรเถระเลิกให้ศีลแก่สาธุชนที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะอาราธนาศีลจริง ๆ
 
       พระธรรมเสนาบดีมีเมตตาสูงจึงให้ศีลแก่ชาวเมืองโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ ที่สำคัญคือ ท่านไม่ได้เลือกอาชีพของคนเหล่านั้นเลย คนไร้คุณธรรม
เช่นนักพนันและนักเลงดุร้ายจึงปฏิเสธการรับศีลจากพระสารีบุตรไม่ได้
 
กรุงราชคฤห์
 
กรุงราชคฤห์
 
       “ ก็เพราะเคารพและเกรงใจท่านนี้แหละ เลยยอมเสียสละแล่เนื้อกวางเลยนะเนี่ย ” “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าเองก็เหมือนกันหยุดหาเรื่องชาวบ้าน มาฟังธรรม
จากพระเถระ เกรงใจท่าน อุตส่าห์มาโปรด ” ภิกษุสงฆ์ในสำนักท่านรู้ว่าคนเหล่านั้นรับศีลแล้วไม่รักษายังคงทำบาปกรรมอยู่ต่อไปจึงไม่อาจนิ่งเฉยได้

สะใภ้สาวได้ดูแลมารดาของสามีเป็นอย่างดี
 
พระสารีบุตรได้ให้ศีลกับทุกคนโดยไม่เลือกชนชั้นและอาชีพ
 
      “ พระคุณท่านเหล่านั้นเขาไม่ได้รักษาศีล ดังที่รับศีลไว้เลยนะขอรับ ” “ แต่นี้ต่อไปขอพระธรรมเสนาบดี จงหยุดให้ศีลแก่ผู้ไม่พอใจรับอีกเลย พวกพรานใจบาป
นักเลงหัวขโมยพวกนั้น ไม่อาจขัดขืนถ้อยคำพระเถระเจ้า จึงรับศีลไป แต่จิตใจมิได้ยอมรับตามเลยแม้แต่น้อย ”
 
เหล่าภิกษุสงฆ์ได้คุยกันถึงเรื่องที่พระธรรมเสนาบดีบอกศีลให้กับคนใจบาป
 
เหล่าภิกษุสงฆ์ได้คุยกันถึงเรื่องที่พระธรรมเสนาบดีบอกศีลให้กับคนใจบาป
 
       ศิษย์ทั้งหลายของพระสารีบุตรกล่าวขอดังนี้อยู่หลายครั้ง แต่มิได้ทำให้การศีลหยุดลงแต่ประการใด “ ไม่เป็นไรหรอกรับศีลไปทุกวัน สักวันหนึ่ง
เขาก็คงประพฤติปฏิบัติศีลได้เอง ” พระเถระผู้เลิศทางปัญญายังยังคงมีเมตตาบอกศีลแก่คนทั่วไปอยู่เช่นนั้น
 
พระศาสดาทรงตรัสเล่า การันทิยชาดก ให้แก่เหล่าภิกษุสงฆ์ในโรงธรรมสภา
 
พระศาสดาทรงตรัสเล่า การันทิยชาดก ให้แก่เหล่าภิกษุสงฆ์ในโรงธรรมสภา
 
      “ จงเป็นคฤหัตถ์รักษาศีล ปฏิบัติพระธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าเถิด ”  “ พระเจ้าค่ะ ” เมื่อสงฆ์สาวกจาริกมาสู่พระอารามใหญ่เชตวันยังโกศลรัฐ ในกาลต่อมา
เรื่องการบอกศีลแก่เหล่าชนผู้ไม่ต้องการศีลของพระธรรมเสนาบดีฝ่ายขวาก็เป็นที่โจษจันสันทนาการขึ้นในโรงธรรมสภา
 
พราหมณ์หนุ่มการันทิยะ
 
พราหมณ์หนุ่มการันทิยะ
 
       “ อาตมาขอบิณฑบาตไว้ แต่มหาเถระก็ไม่ฟัง เฮ้อ ” อันเมื่อความปรากฎต่อพระกรรณสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ธรรมศาลาในพระเชตวันมหาวิหาร
พระองค์ก็ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณตรัสว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลายแม้ในการก่อน สารีบุตรนี้ก็เคยให้ศีลแก่คนที่ประสบพบเห็น แม้ไม่ได้ขอศีลนั้นมาแล้ว
 
พราหมณ์หนุ่มการันทิยะผู้แตกฉานสรรพวิทยาและไตรเพท
 
พราหมณ์หนุ่มการันทิยะผู้แตกฉานสรรพวิทยาและไตรเพท
     
       แล้วองค์พระศาสดาก็ทรงตรัสเล่า การันทิยชาดกขึ้นดังนี้ ” ในอดีตชาติหนึ่งยังมีบุตรพราหมณ์มีนามว่า การันทิยะ เจริญวัยขึ้นในสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์
และแตกฉานสรรพวิทยาและไตรเพทคัมภีร์พราหมณ์ตั้งแต่ยังหนุ่ม การันทิยะเป็นที่ไว้วางใจของอาจารย์ทิศาปาโมกข์อย่างยิ่ง
 
พราหมณ์หนุ่มการันทิยะได้เลื่อนอันดับเป็นหัวหน้าของคณะศิษย์อาจารย์ทิศาปาโมกข์
 
พราหมณ์หนุ่มการันทิยะได้เลื่อนอันดับเป็นหัวหน้าของคณะศิษย์อาจารย์ทิศาปาโมกข์
 
       ต่อมาจึงได้เลื่อนอันดับเป็นอันเตวาสิกะ คือเป็นหัวหน้าคณะศิษย์ทั้งปวง “ หลักคำสอนนี้ เป็นอย่างนี้นี่เอง พระธรรมช่วยทำให้จิตใจเราสงบสุขได้แท้ ๆ 
ศิษย์ผู้นี้ยังได้รับความเมตตาได้ร่ำเรียนมนต์พิธีจนสามารถอ่านพระเวทเป็นเจ้าพิธีกรรมแทนอาจารย์อยู่เนื่อง ๆ
 
อาจารย์ทิศาปาโมกข์ได้ให้ศีลกับทุกคนโดยไม่เลือกว่าคนเหล่านั้นจะนำไปปฏิบัติได้หรือไม่
 
อาจารย์ทิศาปาโมกข์ได้ให้ศีลกับทุกคนโดยไม่เลือกว่าคนเหล่านั้นจะนำไปปฏิบัติได้หรือไม่
 
       เพราะในวัยชราอาจารย์ทิศาปาโมกข์ต้องการปลีกตัวจาริกไปในที่ต่าง ๆ เพื่อบอกศีลแก่หมู่ชนนั้นเอง และการออกไปบอกศีลแก่หมู่ชนนั้นเอง กลายเป็นเหตุ
ให้คณะศิษย์ซึ่งนำโดยการันทิยะต้องขอร้องไม่ให้ท่านกระทำอีก “ คนไม่มีคุณธรรมเหล่านั้นไม่ต้องการศีลหรอก อาจารย์โปรดอย่าให้ศีลแก่พวกเขาเลย
 
การันทิยะได้ขอร้องให้อาจารย์ทิศาปาโมกข์เลิกบอกการให้ศีลแก่ผู้ที่ไม่ตั้งใจจะรับศีลจริงๆ
 
การันทิยะได้ขอร้องให้อาจารย์ทิศาปาโมกข์เลิกบอกการให้ศีลแก่ผู้ที่ไม่ตั้งใจจะรับศีลจริงๆ
  
       คนเหล่านั้นเลี้ยงชีพด้วยการฆ่าสัตว์ จับสัตว์และลักขโมย บางคนปล้นชิงทำร้ายผู้อื่น เขาจำใจรับศีลเพราะเกรงบารมีอาจารย์แท้ ๆ ” “ เจ้าค่ะ รับศีลเจ้าค่ะ ฮิ ฮิ
รับแล้วไปล่าสัตว์ต่อ นี่แหละชีวิตพรานอย่างเรา ” “ แม้หมู่ชนบางคนจะยอมรับศีลอย่างตั้งใจสมาทาน ดังคำให้ศีลที่อาจารย์พร่ำบอก จงรับศีลเถิด จงรับศีลเถิด
ก็เป็นเพียงแต่หน้าเท่านั้น ”
 
พรานทั้งหลายรับศีลแล้วก็เข้าป่าล่าสัตว์ตามปกติ    

พรานทั้งหลายรับศีลแล้วก็เข้าป่าล่าสัตว์ตามปกติ
 
       “ กระผมรับศีลเจ้าค่ะ ต่อจากนี้ไปก็จะประพฤติตามศีลที่รับไว้ขอรับ…..( รับ ๆ ไว้ก่อนอยู่ต่อหน้ากันอย่างนี้ต้องรับไว้ก่อน ) ” “ กระทั่งบางคนแม้งดเว้นอาหารเย็น
ถือศีลอุโบสถได้ก็เป็นเพียงคนน้อยนิด เพราะอาชีพของเหล่าชนทั้งหลายล้วนต้องเอาเปรียบเบียดเบียนผู้อื่นเพื่ออาชีพตนจึงมิอาจรับศีลได้จริง ๆ

อาจารย์ทิศาปาโมกข์ยังคงบอกศีลให้คนทั่วไปโดยไม่เลือกวรรณะและอาชีพ
 
อาจารย์ทิศาปาโมกข์ยังคงบอกศีลให้คนทั่วไปโดยไม่เลือกวรรณะและอาชีพ
  
       ศิษย์ทั้งหลายเห็นดังนี้จึงกราบขอให้ท่านงดให้ศีลแก่ผู้ไม่ได้อาราธนา ขอเถิด ” แต่การันทิยะก็ผิดหวังเพราะอาจารย์ทิศาปาโมกข์ไม่ได้ตอบรับ กลับยืนกราน
ที่จะให้ศีลแก่ทุก ๆ คนที่พบเห็นต่อไป  “ ไม่ได้หรอกการให้ศีลให้พรก็ถือเป็นงานของอาจารย์ อาจารย์อยากให้ทุกคนเหล่านั้นรับศีลด้วยใจจริงของเขาสักวัน ”
 
การันทิยะพยายามเกลี้ยกล่อมให้อาจารย์ทิศาปาโมกข์เลิกบอกการให้ศีล
 
การันทิยะพยายามเกลี้ยกล่อมให้อาจารย์ทิศาปาโมกข์เลิกบอกการให้ศีล
 
       การบอกศีลแก่คนทั้งหลายดำเนินไปได้ไม่นานนัก การันทิยะก็สบโอกาสทำอุบายได้ในวันหนึ่ง วันนั้นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ต้องอยู่บูชาไฟในสำนัก “ การันทิยะเอ๋ย
อย่ามัวแต่ห่วงเรื่องให้ศีลเลย เธอจงนำศิษย์ของเราไปทำพิธีกรรมในหมู่บ้านแทนอาจารย์เถิด ”
 
อาจารย์ทิศาปาโมกข์มอบหมายให้การันทิยะไปทำพิธีกรรมในหมู่บ้านแทนตน
 
อาจารย์ทิศาปาโมกข์มอบหมายให้การันทิยะไปทำพิธีกรรมในหมู่บ้านแทนตน
 
       เมื่อการันทิยะนำศิษย์ในสำนักไปทำพิธีพราหมณ์แก่ผู้อาราธนาเอาไว้จบสิ้นแล้ว ขากลับได้เดินผ่านเชิงเขาจุดหนึ่ง “ เอ๊ะ เหวลึก โอ้ดีจริง ๆ เรามีอุบาย
ให้อาจารย์หยุดบอกศีลแก่คนทุศีลพวกนั้นแล้ว ” พราหมณ์หนุ่มสั่งคณะศิษย์หยุดพักเพื่อคัดเลือกขอบเหวลึกได้จุดหนึ่ง

การันทิยะได้นำเหล่าศิษย์มาหยุดพักริมหุบเหวแห่งหนึ่ง
 
การันทิยะได้นำเหล่าศิษย์มาหยุดพักริมหุบเหวแห่งหนึ่ง
 
       “ ตรงนี้แหละเหมาะที่จะทำตามอุบาย ” อุบายของการันทิยะคือ ขนเอาหินน้อยใหญ่ทิ้งลงในเหว “ โอ้ ท่านการันทิยะ ท่านเป็นอะไรไปแล้ว ขนหินไปถมลงเหว
ทำไมกัน ” “ ลูกพี่เฝ้าไว้อย่าให้ถึงกับกระโดดเหวนะ เดี๋ยวข้าจะรีบไปตามอาจารย์มาดู เฝ้าไว้ให้ดี ๆ ล่ะ ”
 
การันทิยะได้นำก้อนหินทิ้งลงในหุบเหว
 
การันทิยะได้นำก้อนหินทิ้งลงในหุบเหว
 
       “ ได้สิ ๆ เจ้าก็เร็ว ๆ เข้าเถิด ” “ อาจารย์ อาจารย์ครับศิษย์พี่เป็นอะไรไม่รู้ครับ ช่วยด้วยครับ ” อีกไม่นานต่อมาอาจารย์ทิศาปาโมกข์ถูกตามมาถึงปากเหว
ที่การันทิยะกำลังถมหินลงไป “ หยุด หยุดก่อน หยุดซะเถิดการันทิยะ นั่นเธอเป็นอะไรไปรึ เหตุใดถึงนำหินไปถมในเหวอย่างนั้น ”
 
พระศาสดาทรงตรัสเล่าเรื่องของอุบาสกที่เกิดขึ้นในอดีตชาติซึ่งมีเหตุแบบเดียวกับในปัจจุบัน
 
ศิษย์น้องการันทิยะได้เดินทางกลับไปตามอาจารย์ทิศาปาโมกข์เพื่อมาดูการกระทำที่แปลกไปของการันทิยะ
 
       “ อาจารย์ศิษย์เพียงอยากให้เหวนี้ตื้นขึ้น ราบเรียบเสมอแผ่นดินเท่านั้นเองขอรับ จึงพยายามถมโดยการทิ้งหินลงไป หวังว่าสักวันก็คงจะทำสำเร็จ ”
“ ฮึ ฮึ ยากนักเจ้าการันทิยะเอ๋ย เจ้าคนเดียวทำอยู่ทั้งชาติก็ไม่อาจทำได้ มันยากนักนะศิษย์เอ๋ยจงหยุดเสียเถิด ”

อาจารย์ทิศาปาโมกข์ได้ห้ามศิษย์ของตนไม่ให้ทิ้งก้อนหินลงไปในหุบเหว
 
อาจารย์ทิศาปาโมกข์ได้ห้ามศิษย์ของตนไม่ให้ทิ้งก้อนหินลงไปในหุบเหว
 
       “ ถ้าเช่นนั้นก็เหมือนกันกับสิ่งที่อาจารย์ทำแก่คนทั่วไป ทั้งที่รู้ว่า ไม่อาจช่วยทุก ๆ คนไปยอมรับปฏิบัติได้ทั้งหมด อุปมาก็ดุจกันกับขนก้อนหินไปถมเหวกระนั้น ”
“ อืม เช่นนี้นี่เองอาจารย์เข้าใจแล้ว ขอบใจเจ้านะที่คิดอุบายเปรียบเทียบขึ้นมา ” “ ต่อไปอาจารย์บอกศีลเฉพาะสาธุชนที่อาราธนาขอใช่ไหมขอรับ ”
 
การันทิยะบอกอาจารย์ว่าตนทิ้งหินเพื่อต้องการให้หุบเหวเสมอราบเรียบกับพื้นดิน
 
การันทิยะบอกอาจารย์ว่าตนทิ้งหินเพื่อต้องการให้หุบเหวเสมอราบเรียบกับพื้นดิน
 
      “ ดูก่อนการันทิยะเอ๋ย เราลืมสัจจะแห่งโลกไปข้อหนึ่ง คือแผ่นดินนั้นมนุษย์ไม่อาจทำให้ราบเรียบได้ทั้งหมดฉันใด เราก็ไม่อาจให้มนุษย์ทั้งหลายให้รู้จัก
เข้าใจอำนาจแห่งศีลได้ทั้งหมดฉันนั้น ”
 
การันทิยะเรียนอาจารย์ว่าการกระทำของเขาก็เฉกเช่นเดียวกับการบอกศีลของอาจารย์
 
การันทิยะเรียนอาจารย์ว่าการกระทำของเขาก็เฉกเช่นเดียวกับการบอกศีลของอาจารย์
 
       เมื่อครบวาระกรรมในโลกมนุษย์ครั้งนั้น พราหมณ์ทั้งหลายก็ไปจุติในพรมโลก ด้วยอานิสงส์แห่งศีลสุดท้ายแห่งกงล้อวัฏสงสาร
 
อาจารย์ทิศาปาโมกข์กล่าวแผ่นดินไม่อาจราบเรียบเสมอกัน คนทั้งหลายก็ไม่อาจเข้าใจอำนาจแห่งศีลได้ทั้งหมดฉันนั้น
 
อาจารย์ทิศาปาโมกข์กล่าวแผ่นดินไม่อาจราบเรียบเสมอกัน คนทั้งหลายก็ไม่อาจเข้าใจอำนาจแห่งศีลได้ทั้งหมดฉันนั้น
 
ในพุทธกาลต่อมาอาจารย์ทิศาปาโมกข์ กำเนิดเป็น พระสารีบุตร
ศิษย์พราหมณ์ทั้งหลาย กำเนิดเป็น พระภิกษุสงฆ์
การัยทิยะพราหมณ์ เสวยพระชาติเป็น พระพุทธเจ้า


รับชมคลิปวิดีโอการันทิยชาดก ชาดกว่าด้วย การทำที่เหลือวิสัย
ชมวิดีโอการันทิยชาดก ชาดกว่าด้วย การทำที่เหลือวิสัย   Download ธรรมะการันทิยชาดก ชาดกว่าด้วย การทำที่เหลือวิสัย
 
 


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
กาสาวชาดก ชาดกว่าด้วยผ้ากาสาวพัสตร์กาสาวชาดก ชาดกว่าด้วยผ้ากาสาวพัสตร์

โกสัมพิยชาดก ชาดกว่าด้วยอยู่คนเดียวดีกว่าร่วมกับคนพาลโกสัมพิยชาดก ชาดกว่าด้วยอยู่คนเดียวดีกว่าร่วมกับคนพาล

กุหกชาดก ชาดกว่าด้วยพูดดีได้เงินได้ทองกุหกชาดก ชาดกว่าด้วยพูดดีได้เงินได้ทอง



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

นิทานชาดก 500 ชาติ