ขรัสสรชาดก ชาดกว่าด้วยบุตรที่มารดาละทิ้ง


[ 7 ธ.ค. 2563 ] - [ 17077 ] LINE it!

ชาดก 500 ชาติ

ขรัสสรชาดก-ชาดกว่าด้วยบุตรที่มารดาละทิ้ง

พระศาสดาทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร

พระศาสดาทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร
  
       ในสมัยพุทธกาลเมื่อครั้งที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภอำมาตย์ผู้หนึ่ง จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ พระเจ้าโกศล
ผู้ครองเมืองสาวัตถีแห่งแคว้นโกศลมีอำมาตย์คู่ใจผู้หนึ่ง เป็นที่โปรดปรานของพระองค์เป็นอย่างมาก จึงทรงแต่งตั้งเป็นนายอำเภอดูแลปัจจันตคาม
 
พระเจ้าโกศลได้แต่งตั้งอำมาตย์คู่ใจไปเป็นนายอำเภอยังปัจจันตคาม
 
พระเจ้าโกศลได้แต่งตั้งอำมาตย์คู่ใจไปเป็นนายอำเภอยังปัจจันตคาม
 
        “ นับตั้งแต่นี้ไป ข้าจะขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นนายอำเภอดูแลปัจจันตคามนี้ ” “ ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ ” เมื่ออำมาตย์มาเป็นนายอำเภอปกครองปัจจันตคามแล้ว
ต่อมาเกิดมีใจละโมบเข้าร่วมกับพวกโจรเพื่อปล้นเอาเงินทองของชาวบ้าน “ ว่ายังไงละท่านอำมาตย์ ท่านจะร่วมมือกับเราหรือเปล่า ”
 
นายอำเภอได้วางแผนกับโจรในการที่จะปล้นทรัพย์สินเงินทองของชาวบ้าน
 
นายอำเภอได้วางแผนกับโจรในการที่จะปล้นทรัพย์สินเงินทองของชาวบ้าน
 
        “ แน่นอนแต่เจ้าต้องแบ่งสมบัติให้ข้าครึ่งหนึ่ง ตามที่ตกลงกันไว้ล่ะ ” อำมาตย์ได้ทำอุบายเรียกชาวบ้านให้มาประชุมกัน แล้วพาชาวบ้านเดินทางเข้าป่า
เพื่อให้โจรเข้าไปขโมยทรัพย์สินในหมู่บ้าน “ พวกเจ้าทั้งหลาย วันนี้ข้าจะให้พวกเจ้าช่วยกันหาของป่าไปถวายพระราชา จงตามข้าเข้าไปหาของป่าด้วยกัน ”
 
นายอำเภอได้ชักชวนชาวบ้านเข้าไปหาของป่าเพื่อนำไปถวายพระราชา
 
นายอำเภอได้ชักชวนชาวบ้านเข้าไปหาของป่าเพื่อนำไปถวายพระราชา
 
        เมื่อพาชาวบ้านทั้งหมดเข้าไปในป่าแล้ว พวกโจรก็เข้าขโมยของในบ้านเรือนได้ทรัพย์สินไปจำนวนมาก “ ฮะ ฮ่า ฮ่า ชาวบ้านที่มันน่าโง่จริง ๆ ” “ ใช่ลูกพี่
ดูสิสมบัติพวกนี้เป็นของเราแล้ว ” “ ข้าชักจะหิวแล้วสิลูกพี่ เราจับวัวชาวบ้านมาฆ่ากินกันดีกว่า ”
 
กลุ่มโจรได้บุกเข้าไปปล้นทรัพย์สินเงินทองของชาวบ้าน
 
กลุ่มโจรได้บุกเข้าไปปล้นทรัพย์สินเงินทองของชาวบ้าน
 
        “ เอาสิ จัดไปเลย ได้ทั้งเงิน ทอง แล้วยังอิ่มท้องเป็นของแถมอีก ฮะ ฮะ ฮ่า ” ตกเย็นเมื่อชาวบ้านกลับมาจากป่าถึงหมู่บ้าน ก็พบว่าทรัพย์สินเงินทอง
ของตนถูกขโมยไปเสียแล้ว “ โธ่ เงินของข้า หายไปหมดเลย ” “ ของข้าก็ไม่เหลือ มันเอาไปหมด แล้วข้าจะเอาเงินที่ไหนใช้ละเนี่ย ”
 
ชาวบ้านกลับมาจากป่าก็พบว่าเงินทองของตนที่เก็บไว้หายไปหมดสิ้น
 
ชาวบ้านกลับมาจากป่าก็พบว่าเงินทองของตนที่เก็บไว้หายไปหมดสิ้น
 
        “ ท่านนายอำเภอท่านต้องช่วยพวกเรานะ พวกเราไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว ” “ อย่าห่วงเลย ข้ารับปากว่าจะช่วยพวกเรา เอาทรัพย์สินเงินทองคืนมาให้ได้ ”
เมื่อไม่มีใครสงสัย ต่อมาอำมาตย์นั้นทำเช่นเดิมอีกหลายครั้ง “ อ้าว ชาวบ้านทั้งหลาย วันนี้เราจะไปหาของป่ากันอีก ”
 
ชาวบ้านได้ร้องเรียนนายอำเภอว่าบ้านเรือนของตนถูกโจรปล้น
 
ชาวบ้านได้ร้องเรียนนายอำเภอว่าบ้านเรือนของตนถูกโจรปล้น
 
        “ คราวนี้จะให้หาอะไรละ ท่านอำมาตย์ ” “ พวกเจ้าไม่ต้องถามมาก ทำตามที่ข้าบอกก็พอ อ้าว ไปกันได้แล้ว ” “ ท่านนายอำเภอนี่น่าสงสัย เราเข้าป่าที่ไร
กลับมาของหายทุกที ” “ นั่นสิ ให้เหลือคนไว้เฝ้าบ้านบ้างก็ไม่ยอม ” พฤติกรรมของอำมาตย์เป็นที่น่าสงสัย พฤติกรรมของอำมาตย์เป็นที่น่าสงสัย
 
ชาวบ้านต่างพากันเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของนายอำเภอ
 
ชาวบ้านต่างพากันเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของนายอำเภอ
     
        ชาวบ้านเริ่มตั้งข้อสงสัยในตัวอำมาตย์และคอยจับตาอยู่ตลอดเวลา จนในไม่ช้าชาวบ้านก็รู้ความจริง “ ไหนละส่วนแบ่งของข้า ” “ นี่ไง เราทำธุรกิจร่วมกันมานาน
ข้าไม่โกงท่านหรอก ” “ เฮอะ ๆ ๆ ชาวบ้านหน้าโง่พวกนี้ ข้าหลอกมันก็เชื่อโดยไม่สงสัยเลย ” “ สงสัยสิ พวกเราจึงแอบตามท่านมานี่ไง ”
 
ชาวบ้านได้แอบตามดูพฤติกรรมของนายอำเภอ
 
ชาวบ้านได้แอบตามดูพฤติกรรมของนายอำเภอ
 
        “ พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้วนี่ข้ามาเพื่อจับโจร ” “ อย่ามาโกหกเลยพวกเราช่วยกันจับท่านอำมาตย์เอาไว้ ” “ งั้นพวกข้าเผ่นก่อนดีกว่า อ้าวไอ้เสือ เผ่น ”
ชาวบ้านนำเรื่องอำมาตย์โกงนี้กราบทูลแก่พระเจ้าโกศล เมื่อทราบเรื่องแล้วจึงทรงรับสั่งให้นำตัวอำมาตย์มาลงโทษ แล้วจึงเสด็จไปยังพระเชตวัน
 
ชาวบ้านจับได้ว่านายอำเภอสมคบกับโจรปล้นบ้านเรือนของพวกตน
 
ชาวบ้านจับได้ว่านายอำเภอสมคบกับโจรปล้นบ้านเรือนของพวกตน
 
        เพื่อกราบทูลเรื่องนี้แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า “ ข้าพระองค์ละอายใจเหลือเกินที่ให้อำนาจกับคนชั่ว ” “ ดูก่อนมหาบพิตร มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่อำมาตย์ผู้นั้น
มีปกติประพฤติอย่างนี้ แม้ในครั้งก่อนก็ได้มีความประพฤติชั่วมาแล้วเหมือนกัน ” เมื่อตรัสจบแล้ว จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาทกดังนี้

ชาวบ้านจับตัวนายอำเภอส่งพระเจ้าโกศล
 
ชาวบ้านจับตัวนายอำเภอส่งพระเจ้าโกศล
  
        ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยพระราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี ทรงพระกรุณาพระราชทานปัจจันตคามแก่อำมาตย์ผู้หนึ่ง “ ข้าขอยกปัจจันตคามนี้
ให้เจ้าเป็นผู้ดูแลก็แล้วกัน ” “ ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ ” เมื่อมาเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้ว อำมาตย์นั้นก็ร่วมมือกับโจร
 
พระเจ้าโกศลเสด็จมาเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา    

พระเจ้าโกศลเสด็จมาเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา
 
        วางอุบายให้ชาวบ้านเข้าป่าเพื่อให้โจรเข้าไปขโมยทรัพย์สินของชาวบ้าน “ เมื่อข้าพาชาวบ้านเข้าป่าแล้ว พวกเจ้าจงเข้าไปขโมยของในหมู่บ้าน แล้วอย่าลืม
แบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่งด้วยละ ” “ ไม่ต้องห่วง ข้าไม่โกงท่านหรอก ฮะ ฮ่า ฮ่า คราวนี้ได้รวยกันเละแน่ ”

พระบรมศาสดาทรงตรัสเล่า ขรัสสรชาดก ให้พระเจ้าโกศลได้ฟัง
 
พระบรมศาสดาทรงตรัสเล่า ขรัสสรชาดก ให้พระเจ้าโกศลได้ฟัง
  
        เมื่อชาวบ้านเข้าป่ากันหมด พวกโจรทั้งหลายก็เข้ามาขโมยของตามบ้านเรือนของชาวบ้าน  “ เอ้า ขนไปให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่แดงเดียว ” “ ชาวบ้านที่นี่
โง้ โง่ นะท่านหัวหน้า ” “ เฮ้ยใครว่า เพราะท่านหัวหน้าของเราฉลาดต่างหาก ” “ ฮึ ฮึ ฮึ ไม่ต้องยอ ข้าเขิน ”
 
กรุงพาราณสี
 
กรุงพาราณสี
 
        ครั้นพลบค่ำชาวบ้านกลับมายังบ้านเรือนของตน ก็พบว่าของในบ้านถูกโจรขโมยไปเสียแล้ว จึงรวมตัวกันขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้าน “ ผู้ใหญ่บ้าน
ช่วยพวกเราด้วย ” “ พวกเจ้าเอะอะอะไรกัน ” “ ก็พวกโจรนะสิ มันเอาของที่บ้านของพวกเราไปหมดเลย ” “ แม้แต่วัวควาย มันก็ต้อนเอาไปด้วย ”

พระเจ้าพรหมทัตได้มอบหมายให้อำมาตย์ผู้หนึ่งไปเป็นผู้ใหญ่บ้านยังปัจจันตคาม
 
พระเจ้าพรหมทัตได้มอบหมายให้อำมาตย์ผู้หนึ่งไปเป็นผู้ใหญ่บ้านยังปัจจันตคาม
 
        “ พวกเจ้าใจเย็น ๆ ข้ารับปากจะช่วยพวกเจ้าแน่ ” ผู้ใหญ่บ้านรับปากจะให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร หนำซ้ำยังทำอุบายหลอกให้ชาวบ้าน
เข้าป่าอีกหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งโจรก็จะเข้ามาขโมยของของชาวบ้าน “ แผนของท่านนี้ช่างแยบยลจริง ๆ ” “ ได้เงินทองมาแล้ว อย่าลืมแบ่งมาให้ข้าด้วยละ ”

ผู้ใหญ่บ้านได้วางแผนกับโจรที่จะปล้นทรัพย์สินของชาวบ้านมาเป็นของตน
 
ผู้ใหญ่บ้านได้วางแผนกับโจรที่จะปล้นทรัพย์สินของชาวบ้านมาเป็นของตน
 
        “ อ้าวนี่ ส่วนของท่าน ” ต่อมาพวกโจรยิ่งหนักข้อขึ้น ไม่เพียงแค่ขโมยของชาวบ้านเท่านั้น พวกโจรทั้งหลายยังเผาบ้านเรือน ฆ่าวัวของชาวบ้านเป็นอาหาร
แล้วยังต้อนคนไปเป็นเชลยอีก “ ท่านหัวหน้ารอบนี้ได้เงินมาแค่นิดเดียวเอง ” “ จริงรึ หนอย แบบนี้ต้องเผาบ้านพวกมันให้วอด จับวัวมาเชือดกินซะ

ผู้ใหญ่บ้านได้พาชาวบ้านเข้าไปหาของป่า
 
ผู้ใหญ่บ้านได้พาชาวบ้านเข้าไปหาของป่า
 
       ถ้าไม่มีเงินก็จับตัวมาเป็นเชลยซะ ” “ อย่าเผาบ้านฆ่าเลย จะเอาอะไรก็เอาไปเถิดนะ นะ ” “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ใช่แค่เผา แต่พวกเราจะเอาเมียเจ้า
ไปเป็นเชลยด้วย ฮะ ฮ่า ฮ่า ” “ ช่วยด้วย ๆ อย่าเอาข้าไปเลยนะ ช่วยด้วย ”
 
โจรได้นำเงินส่วนแบ่งจากการปล้นมามอบให้ผู้ใหญ่บ้าน
 
โจรได้นำเงินส่วนแบ่งจากการปล้นมามอบให้ผู้ใหญ่บ้าน
 
       วันหนึ่ง มีบัณฑิตผู้หนึ่งได้เดินทางไปพักที่ในหมู่บ้านนั้น เขาได้เห็นอำมาตย์ผู้นี้ เวลาจะเดินทางไปไหน ต้องมีคนตีฆ้องกลองนำหน้า มีบริวารห้อมล้อม
เป็นที่เอิกเกริกใหญ่โต “ เวลาใดที่พวกโจรมาปล้นบ้าน เผาบ้านเรือน ฆ่าโคกิน แล้วจับเอาคนไปเป็นเชลยนั้น เมื่อนั้นบุตรธิดาละทิ้งแล้ว

กลุ่มโจรได้เผาทำลายบ้านเรือนของชาวบ้านหลังจากที่ปล้นทรัพย์สินมาได้แล้ว
 
กลุ่มโจรได้เผาทำลายบ้านเรือนของชาวบ้านหลังจากที่ปล้นทรัพย์สินมาได้แล้ว
 
        จึงมาตีกลองเสียงอึกทึก โดยแท้จริงอำมาตย์ผู้นี้เองเป็นคนทุจริต เป็นผู้สมคบกับโจร ” ทุกครั้งที่โจรปล้นชาวบ้าน มีเพียงบ้านของผู้ใหญ่บ้านเท่านั้นที่ไม่ถูกปล้น
ชาวบ้านที่ยากจนก็ยิ่งจนลง ส่วนผู้ใหญ่บ้านกลับยิ่งร่ำรวยผิดปกติ “ ดูสิ พวกเรายิ่งยากจนลงทุกวัน แต่ผู้ใหญ่บ้านกลับร่ำรวยขึ้น ”
 
กลุ่มโจรได้ชุดคร่าหญิงสาวไปเป็นเฉลย
 
กลุ่มโจรได้ชุดคร่าหญิงสาวไปเป็นเฉลย
 
        “ นั่นสิ ที่รับปากว่าจะช่วยจับโจรก็นิ่งเฉย ข้าว่าผู้ใหญ่บ้านต้องสมคบกับโจรแน่ ๆ เลย ” “ ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ มีอย่างที่ไหน ชาวบ้านถูกปล้นกันหมด
ยกเว้นบ้านผู้ใหญ่บ้านคนเดียว ” ต่อมาไม่นานกิตติศัพท์การเป็นคนคตโกงของผู้ใหญ่บ้านนั้น
 
บัณฑิตผู้หนึ่งได้เดินทางมาพักยังหมู่บ้านที่ผู้ใหญ่บ้านปกครองอยู่
 
บัณฑิตผู้หนึ่งได้เดินทางมาพักยังหมู่บ้านที่ผู้ใหญ่บ้านปกครองอยู่
 
        ก็เลื่องลือไปจนถึงพระกรรณของพระเจ้าพรหมทัต พระองค์ทรงโปรดให้ไต่สวนจนทราบความจริง จึงทรงลงพระอาญาอำมาตย์นั้น “ เจ้าอำมาตย์ชั่ว
เราอุตส่าห์ยกปัจจันตคามให้เจ้าดูแล กลับคบคนชั่วมาปล้นบ้านปล้นเมือง ” “ กระหม่อมสำนึกผิดแล้ว ทรงอภัยให้หม่อมฉันด้วยเถิด ”
 
ชาวบ้านเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้าน
 
ชาวบ้านเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้าน
 
         “ ทหารเอามันออกไปลงโทษ ให้สมกับความผิดที่มันก่อขึ้น ” พระศาสดาเมื่อแสดงพระธรรมเทศนาจบแล้ว จึงตรัสกับพระเจ้าโกศล “ ดูก่อนมหาบพิตร
มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่อำมาตย์ผู้นั้นมีปกติประพฤติอย่างนี้ แม้ในครั้งก่อนก็ได้มีความประพฤติชั่วมาแล้วเหมือนกัน ”
 
ผู้ใหญ่บ้านถูกจับตัวและได้รับโทษทัณฑ์ในที่สุด
 
ผู้ใหญ่บ้านถูกจับตัวและได้รับโทษทัณฑ์ในที่สุด
 
        ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า อำมาตย์ในครั้งนั้น ได้มาเป็นอำมาตย์ในครั้งนี้ ส่วนบัณฑิต ได้มาเป็นเราตถาคตฉะนี้แล
 
 

 
 


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
กปิชาดก ชาดกว่าด้วยการโกหกหลอกลวงกปิชาดก ชาดกว่าด้วยการโกหกหลอกลวง

กุมมาสปิณฑชาดก ชาดกว่าด้วยอานิสงส์ถวายขนมกุมมาสกุมมาสปิณฑชาดก ชาดกว่าด้วยอานิสงส์ถวายขนมกุมมาส

กัลยาณธรรมชาดก ชาดกว่าด้วยผู้มีกัลยาณธรรมกัลยาณธรรมชาดก ชาดกว่าด้วยผู้มีกัลยาณธรรม



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

นิทานชาดก 500 ชาติ