ตกหลุมรักตัวเอง


[ 30 ส.ค. 2551 ] - [ 14167 ] LINE it!

ผลปฏิบัติธรรม

กัลยาณมิตรวรัญญา ทองขาว (ประเทศไทย)
 
กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง
 
 
    ลูกชื่อ วรัญญา ทองขาว อายุ 36ปี ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชีค่ะ ตั้งแต่เกิดมาในชีวิต ลูกมีคำถามที่หาใครตอบไม่ได้สักทีว่า ชีวิตของคนเรา มีสุขกับทุกข์ เพียงสองอย่างเท่านั้นหรือที่เป็นทางเลือก ซึ่งทั้งสองอย่างก็ไม่มีอะไรจีรังสักอย่างเลย มีวันสุขก็มีวันทุกข์ ผลัดกันรุก ผลัดกันไล่ ตลอดเวลา หาที่สุดอย่างไรก็ไม่พบ
 
    จนกระทั่งวันหนึ่ง ลูกไปนอนที่บ้านของเพื่อน แล้วก็ดูทีวี กดรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ แล้วก็มีมิวสิควีดีโอเพลงๆหนึ่งปรากฏขึ้นมา เป็นเพลงที่บอกได้เลยว่านับตั้งแต่เกิดมา มีเพลงรักผ่านหูมาไม่น้อยกว่าหมื่นเพลง แต่ไม่เคยมีเพลงไหนที่จะกระชากใจได้ขนาดนี้ เพลงนั้นมีเนื้อหาให้ตกหลุมรักตัวเองค่ะ
 
หลังจากฟังจบลูกก็หันไปถามเพื่อนทันทีว่า “นั่นเพลงของใครเพราะจัง”
เขาก็บอกว่า “ช่องนี้เป็นของ วัดพระธรรมกาย คงเป็นเพลงวัดมั๊ง อย่าไปสนใจเลย”
 
    แต่ใจของลูกในขณะนั้น มันตกหลุมรักเพลงนี้ไปแล้วอย่างจัง เหมือนใจทั้งดวงถูกกลืนไปแล้วด้วยเพลงๆนั้น จึงไม่อาจมีถ้อยคำใดมาขัดขวางความรักครั้งนี้ได้ ลูกได้พยายามโทรศัพท์หาเพื่อนคนอื่นๆว่า จะสามารถหาเทปเพลงนี้ได้จากค่ายเพลงไหน ก็ไม่มีใครทราบ จึงอาศัย Google เป็นที่พึ่ง ตอนแรก Search (ค้น) หาคำว่า “วัดธรรมกาย” ก็ไม่เจอ แต่พอเปลี่ยนคำใหม่เป็น “วัดพระธรรมกาย” ก็ได้พบกับเว็บของ dmc.tv
 
    ลูกได้ศึกษาข้อมูลทุกอย่างในเว็บนี้จนทะลุปรุโปร่ง และที่ไม่พลาดเด็ดขาดเลยก็ คือ คลิกเข้าไปฟังเพลง “ตกหลุมรักตัวเอง” ค่ะ ฟังทุกครั้งที่มีโอกาส ฟังทั้งวันทั้งคืน และเฝ้าแต่สงสัยว่า ตะวันธรรม คือใคร ทำไมแต่งเพลงได้ลึกซึ้งกินใจขนาดนี้ ต้องเป็นคนที่เก่งเรื่องธรรมะมากๆ เพราะไม่อย่างนั้นคงแต่งเพลงอย่างนี้ไม่ได้
 
    หลังจากฟังเพลงของตะวันธรรม ก็ยิ่งปลุกเร้าหัวใจของลูกให้อยากปฏิบัติธรรม ลูกชั่งใจอยู่นานว่า เราจะไปนั่งสมาธิดีไหม แล้วก็ทนเสียงเร้าของหัวใจไม่ได้ ตัดสินใจสมัครขึ้นปฏิบัติธรรมที่สวนพนาวัฒน์ ในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2550 เพียงสองวันแรกของการปฏิบัติธรรม ลูกก็คิดเผ่นกลับบ้านเสียแล้วล่ะค่ะ เพราะไม่คุ้นเคยกับวิธีการนั่งสมาธิ…
 
    พระอาจารย์สอนให้นึกองค์พระที่เราชอบ ลูกก็นึกได้ แต่ลงหลักปักใจไม่ได้ว่าจะเอาองค์ไหนดี เพราะชอบหลายองค์ ไม่รู้ว่าเอาองค์ไหนไว้ ถ้าให้นึกถึงดวงแก้วก็นึกไม่ได้อีก เพราะรู้สึกว่าดวงแก้วหนักๆจะมาอยู่ในท้องได้อย่างไร ลูกจึงตัดสินใจที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่ก็มาสะดุดกับคำจารึกบนแผ่นศิลาหน้าอาคารนั่งสมาธิว่า “ให้หยุดนิ่งเฉยๆ ได้ไม๊” เขียนย้ำถึงสามครั้ง…
 
    ลูกก็เลยคิดว่า “แค่หยุดนิ่งเฉยๆเองรึ เราก็ทำได้ไม่ยากนี่ ดีกว่าให้นึกอะไรตั้งเยอะ” แล้วลูกก็กลับเข้าไปในห้องปฏิบัติธรรม ก้มลงกราบพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ แล้วก็อธิษฐานว่า “หลวงปู่เจ้าขา ลูกไม่ได้ลบหลู่นะเจ้าคะ แต่ถ้าหลวงปู่ศักดิ์สิทธิ์จริง ก็ขอให้หลวงปู่สอนวิธีการนั่งสมาธิตามหลักวิชชาธรรมกาย ด้วยเถิดนะเจ้าคะ”
 
 
    พอหลับตานั่งไปสักพัก แค่ทำใจหยุด นิ่งๆ เฉยๆ ใจก็วูบลงไปที่กลางท้อง แล้วก็เห็นแม่ชีมานั่งอยู่ที่ศูนย์กลางกาย พร้อมกับมีเสียงก้องขึ้นมาว่า “ให้มองที่กลางท้องของแม่ชี” พอมองไปตรงกลาง ใจของลูกก็หยุดนิ่ง สงบมากๆค่ะ แล้วก็เห็นแสงสว่างจ้ามากๆ แต่ไม่แสบตาเลย เมื่อมองไปเรื่อยๆ ก็เห็นดอกบัวเป็นแก้วใสกำลังขยาย แล้วก็มีองค์พระผุดเกิดขึ้น เป็นองค์พระองค์ใหญ่ใสเหมือนแก้วคริสตัล องค์พระใหญ่กว่าห้องปฏิบัติธรรมเสียอีก รู้สึกโล่งโปร่งเบาสบาย มีความสุขมากๆ ขณะนั้นลูกมีความสุขอย่างไม่มีประมาณเลยค่ะ
 
    ตอนแรกที่เห็น ลูกก็เริ่มสงสัยตัวเองว่า เราคงไม่ปกติแน่นอน พระองค์ใหญ่ขนาดนี้จะมาอยู่ในท้องของเราได้อย่างไร พอไปถามพระอาจารย์ ท่านก็บอกว่า “ดีแล้ว ให้ทำใจเฉยๆเรื่อยไป” พอใจเฉยครั้งใดลูกก็เห็นท่านขึ้นมาสว่างไสวทุกที เมื่อกลับมาบ้านลูกก็นั่งเรื่อยๆ เห็นองค์พระใสสว่างตลอดเลยค่ะ
 
    ต่อมา วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2551 ลูกได้ไปนั่งสมาธิที่ภูเรือ คราวนี้ลูกเริ่มต้นด้วยการนั่งทำใจหยุดใจนิ่ง นึกถึงองค์พระเพราะเห็นจนชิน พร้อมกับบอกตัวเองว่า ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเห็นอะไร เราจะเป็นเพียงแค่คนดูเท่านั้น แต่ก็แปลกค่ะ นั่งนึกองค์พระ ไปๆมาๆองค์พระกลับเปลี่ยนเป็นดวงแก้ว ลอยแจ่มสว่างอยู่กลางกาย มองไปในกลางดวงแก้ว ลูกก็เห็นตัวเองเป็นผู้หญิงสวยๆ พอมองกลางไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าตัวลูกเป็นโรงงานผลิตดวงแก้ว เพราะดวงแก้วผุดขึ้นมาอย่างไม่มีขีดจำกัด...
 
    พอมองไปเรื่อยๆ ก็เห็นองค์พระอยู่ตรงกลางดวงแก้ว องค์พระพุ่งขึ้นมามากมาย ลูกมองทั้งวันทั้งคืน ขนาดจะนอนหลับองค์พระก็ขึ้นมาอีก ไม่ว่าจะหลับหรือตื่นลูกก็รู้สึกเสมอว่า องค์พระทำงานตลอดเวลา บางทีองค์พระผุดขึ้นมาเร็ว จนรู้สึกเหมือนลูกเป็นพระแก้วใสไปเลย มองเห็นได้รอบทิศ…
 
    ต่อมา หลังจากเห็นตัวเองเป็นผู้หญิงสวยๆ นั่งอยู่กลางลูกแก้ว พอมองไปเรื่อยๆ ลูกก็เห็นตัวเองเป็นผู้ชายมีเครื่องประดับ จากนั้นก็เห็นองค์พระ องค์พระดูงดงามมากๆ เห็นลายก้นหอยบนพระเศียรอย่างชัดเจน และใสขึ้นเรื่อยๆ ใหญ่โตขึ้น เหมือนท่านคุยกับเราได้ เวลาอยู่กับท่าน ลูกรู้สึกว่ามีความสงบสำรวมโดยอัตโนมัติ
 
    ความสงบภายใน กระตุ้นให้ลูกเป็นคนดี บางคราวลูกก็รู้สึกเหมือนจะเข้าใจขึ้นมาเองว่า ธรรมกาย คืออะไร ธรรมกายก็คือธรรมะที่อยู่ในร่างกาย เป็นธรรมะที่มีอยู่ในตัว เป็นเหมือนหนังสือไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน เหมือนแหล่งความรู้มีอยู่ในตัวเราเอง และที่แปลกก็คือ เวลานั่งสมาธิ ลูกจะรู้สึกเหมือนมีคุณยายอาจารย์มานั่งด้วย ยิ่งนั่งสมาธิลูกก็ยิ่งเข้าใจลึกซึ้งถึงบทเพลง ตกหลุมรักตัวเอง เป็นความรักภายในที่ทำให้ใจไม่ติดเปลือก รวมถึงลูกก็รู้แล้วด้วยค่ะว่า ทางเลือกของชีวิตไม่ได้มีแค่สุขกับทุกข์เท่านั้น แต่มีตรงกลางอีก คือ คำว่าหยุด และหลุดพ้น นั่นเอง
 
    แต่เดิมลูกเป็นคนมีนิสัยใจร้อน ซุ่มซ่ามสารพัด ชีวิตกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ แต่พอกลับจากนั่งสมาธิ ลูกก็รีบกลับไปรื้อบ้าน จัดของให้เป็นระเบียบไม่ให้รุงรัง มันเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ การที่ใจอยู่กับองค์พระเหมือนกับลูกมีที่พึ่ง ที่ปรึกษาตลอดเวลา
 
    บางครั้งมีปัญหาเรื่องงาน จะได้คำตอบเดียวว่า ไม่ต้องคิดอะไร ทำใจให้ใส บางทีลูกก็คิดว่า ปัญหาออกจะเยอะอย่างนี้ เราจะอยู่เฉยๆ ทำใจใสๆ ได้อย่างไร แต่แล้วก็ไม่กล้าขัดใจองค์พระ เหมือนจะมีเสียงจากภายในบอกลูกเสมอว่า ต้องมองดูใจตัวเองสิ ไม่ใช่มองใจคนอื่น การเมินใจตัวเองแต่มองใจคนอื่น ทำให้วุ่นวาย  พอทำใจใสๆ ทุกอย่างก็ผ่านไปได้จริงๆค่ะ
 
    ทุกวันนี้ ลูกยังคงนั่งสมาธิอย่างต่อเนื่องไม่เคยขาด ไม่ต่ำกว่า 2ชั่วโมงต่อรอบ องค์พระก็องค์ใหญ่และชัดกว่าเดิม รู้สึกเลยว่า องค์พระภายในมีการเปลี่ยนแปลงตลอด ใสขึ้น สว่างขึ้นเรื่อยๆ
 
    ลูกอยากกราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อว่า ไม่รู้จะขอบคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่ออย่างไร ที่ทำให้รู้จักการนั่งสมาธิ ลูกอยากให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อสุขภาพแข็งแรง อยากให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อหายจากอาการเจ็บขา มีคนบอกว่า “อยากให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อหาย ก็นึกพระเดชพระคุณหลวงพ่อไว้ในองค์พระสิ”
 
    ลูกก็นึกพระเดชพระคุณหลวงพ่อไว้ในองค์พระ และทำให้องค์พระและพระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นแก้วใสสว่างขึ้นด้วยค่ะ อยากถามพระเดชพระคุณหลวงพ่อว่า ลูกสามารถทำอย่างนี้ได้ใช่ไหมคะ ถ้าลูกสามารถทำได้ และจะช่วยให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อหายเจ็บขาได้ ลูกก็จะพยายามทำให้ได้ตลอดเวลาค่ะ และตอนนี้ลูกก็รู้แล้วด้วยค่ะว่า คนที่แต่งเพลงโดยใช้ชื่อว่า “ตะวันธรรม” คือใคร
 
กราบนมัสการด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
 
กัลยาณมิตรวรัญญา ทองขาว


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
แค่หยุดใจก็มีความสุขแล้วแค่หยุดใจก็มีความสุขแล้ว

นั่งสมาธินีดีนะ...นั่งสมาธินีดีนะ...

ตะวันที่กลางใจตะวันที่กลางใจ



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ