ข้อคิดจากคำว่ารัก ข้อคิดดีๆ ในวันวาเลนไทน์


[ 6 ก.พ. 2558 ] - [ 17383 ] LINE it!

ข้อคิดจากคำว่ารัก
วันวาเลนไทน์นี้..ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความรักได้อย่างไรบ้าง
เรียบเรียงจากรายการข้อคิดรอบตัว ออกอากาศทางช่อง DMC
โดย พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ
 

วาเลนไทน์นี้มีคำถามเกี่ยวกับความรัก..ดังนี้ 

ข้อคิดจากคำว่า"รัก"

        หลากหลายมุมมองความรักที่มีความสุข แต่ในบางครั้งเราอาจจะทุกข์ได้เพราะความรัก แล้วทำไมมนุษย์จึงต้องมีรัก รักแท้ พรหมลิขิต เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ความรักในโลกนี้และโลกหน้าเชื่อมโยงกันได้อย่างไร มุมมองความรักในทางพระพุทธศาสนา ที่จะทำให้เราได้พบกับความรักที่มีแต่ความสุขนั้นเป็นอย่างไร

ความรักที่บริสุทธิ์นั้น คือความรักที่เรามีให้พ่อแม่ญาติพี่น้องอย่างเดียวหรือไม่?

        ความรักที่บริสุทธิ์นั้นจริงๆ คือ ความรักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นความรักที่มีแต่ให้อย่างเดียว เช่น ความรักของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อชาวโลกนั่นเอง เมื่อครั้งที่พระองค์กำลังสร้างบารมีตอนเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ ในพระชาติที่เกิดเป็นสุเมธดาบส เห็นชาวเมืองกำลังเตรียมการต้อนรับพระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ ซึ่งพระองค์จะเสด็จผ่านบริเวณนั้นพร้อมพระสงฆ์สาวกอีกหลายองค์ ชาวบ้านเลยมาเตรียมพื้นที่ให้เรียบร้อยรอการต้อนรับ
 
        เมื่อสุเมธดาบสได้ฟังดังนั้นแล้วก็เกิดปีติศรัทธา เห็นมีที่อยู่จุดหนึ่งเป็นแอ่งน้ำมีโคลนอยู่ เลยเอาตัวเองไปนอนทอดเป็นสะพานให้พระพุทธเจ้าเสด็จผ่านเพื่อพระองค์จะได้ไม่เปื้อนโคลน แล้วพระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้ทรงพยากรณ์ว่า ดาบสผู้นี้ในอนาคตอีก 4 อสงไขยกับแสนมหากัป จะตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า โคตมสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรงนี้ถ้าหากสุเมธดาบสฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว และปรารถนาจะเป็นพระอรหันต์ ท่านบอกว่าใช้เวลาไม่ถึงนาที คือฟังธรรมแค่ไม่กี่บรรทัดก็จะสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้เลย แต่พอตั้งใจจะสร้างบารมีเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อ ต้องสร้างบารมีอีก 4 อสงไขยกับแสนมหากัป ซึ่งไม่ใช่ง่ายๆ และมีโอกาสพลาดพลั้งไปอบายหรือไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานได้ แต่ความปรารถนาที่จะโปรดสรรพสัตว์ทั้งปวงให้พ้นจากทุกข์ ความรักที่ท่านมีต่อชาวโลกนั้นมีมากมายมหาศาล ถ้าเอาแต่เฉพาะตัวเองแล้วละก็ พ้นไปตั้งแต่เป็นสุเมธดาบสแล้ว แต่เพราะรักที่จะช่วยชาวโลกนั่นเองจึงยอมที่จะทุ่มตัวเองสร้างบารมีอย่างยาวนาน ความรักอย่างนี้ไม่ได้หวังผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้นเลย มีแต่ความเมตตาและหวังดีอย่างเต็มหัวใจจริงๆ เพราะฉะนั้น เราชาวพุทธทุกคนเมื่อทราบอย่างนี้แล้วก็ให้ดูพระองค์เป็นต้นแบบ ให้มีความรักต่อเพื่อนมนุษย์อย่างพระองค์ แล้วให้ทุกคนได้มีโอกาสมาศึกษาธรรมะของพระองค์ เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากการศึกษาธรรมะ ที่พระองค์สู้อุตส่าห์ทุ่มเทชีวิตสร้างบารมีเพื่อพวกเรา ตั้งใจศึกษาธรรมะของพระองค์อย่างเต็มที่ และนำความรักความปรารถนาดีของพระองค์ไปสู่ชาวโลกทั้งปวง โดยทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรให้กับทุกๆ คนด้วย

จริงหรือไม่ที่คนเราทุกคนนั้นจะต้องมีเนื้อคู่?

        จริงๆ ก็มีทั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ในวัฏฏะสงสารอันยาวนานที่หาเบื้องต้นและสิ้นสุดไม่ได้นี้ เราเวียนว่ายตายเกิดกันมานับไม่ถ้วน ถึงขนาดที่ว่าทุกชีวิตในโลกนี้ที่เกิดมานั้น ไม่มีใครเลยที่ไม่เคยเกิดมาเป็นญาติกัน ภพใดภพหนึ่งในอดีตเราเคยเกิดมาเป็นญาติกันแล้วทั้งนั้น อาจเป็นสามีภรรยา พ่อแม่ ลูก พี่น้อง ลุงป้าน้าอา เคยมีความเกี่ยวข้องกันมาแล้วทั้งนั้น
 
จริงหรือไม่ที่คนเราทุกคนนั้นจะต้องมีเนื้อคู่
จริงหรือไม่ที่คนเราทุกคนนั้นจะต้องมีเนื้อคู่
 
        ฉะนั้น เนื้อคู่ จึงมีแน่ๆ แต่อาจจะนานมากจนเจือจางไปแล้ว เมื่อทราบอย่างนี้แล้วเราก็ไม่ควรไปกังวลเรื่องการหาคู่เลย เพราะจริงๆ แล้วคนนอกจะมองว่าคนมีคู่นั้นมีคู่คิดดูน่ารักดีก็อยากจะมีบ้าง แต่พอดูดีๆ บางทีก็จะพบว่าบางครั้งก็มีเรื่องให้ต้องทะเลาะกัน หรือมีเรื่องให้ต้องอึดอัดรำคาญกันก็ไม่น้อย ฉะนั้นคนที่ไม่มีคู่ก็ขอให้อยู่ของเราเองให้สบายๆ อย่างนี้ดีกว่า พอถึงจังหวะเหมาะๆ ถ้ามันจะมีก็จะพบเจอเอง อย่าไปกังวลอะไรให้มากเกินไป
 
        ท่านบอกว่าคนที่จะเป็นคู่กันได้นั้น ต้องมีสาเหตุด้วยกัน 2 อย่าง คือ
 
        1. เคยเกี่ยวโยงกันมาในอดีตชาติ คือ เคยเป็นสามีภรรยาหรือเป็นคู่กันมาก่อน
 
        2. การอุปถัมภ์เกื้อกูลกันในชาติปัจจุบัน เลยมีความผูกพันจนต้องแต่งงานกันก็มี
 
        ยิ่งถ้ามีเหตุทั้ง 2 อย่างมาพร้อมกันก็จะยิ่งเกิดขึ้นเร็วมาก ท่านจึงเปรียบเหมือนดอกบัว จะงอกงามได้ดีต้องมีโคลนตมและน้ำมาเสริมกัน จึงจะเจริญเติบโตงอกงามได้
 
        บางคนเจอขนาดนี้ ถ้าในอดีตมีความผูกพันกันมากต่อเนื่องมาหลายชาติ พอถึงชาตินี้บางทีแค่เห็นรูป หรือแค่ได้ยินชื่อ ความรักมันวิ่งเฉือนผ่านตั้งแต่ผิวหนังทะลุไปจรดเยื้อในกระดูกได้เลย ปิ๊งยิ่งกว่ารักแรกพบเสียอีก อย่างนี้ก็มี ฉะนั้นเราเองถือว่าสบายๆ อยู่แต่ในบุญ เดี๋ยวจังหวะเหมาะๆ คนที่เหมาะสมมาก็จะเจอกันเอง

"ความรัก" ในทางพระพุทธศาสนา เป็นอย่างไร ?

ความรักในทางธรรมนั้นเป็นอย่างไร?
        ความรักในทางธรรมนั้น ถ้าจะเปรียบแล้วคล้ายๆ ความเมตตา ความหวังดี ที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วย ถ้ามองใกล้เข้ามาเป็นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ก็จะเป็นลักษณะของอาจารย์กับลูกศิษย์เป็นต้น เช่น เมื่อเราไปวัดแล้วไปกราบพระภิกษุสงฆ์ที่ตนเคารพนับถือเป็นครูบาอาจารย์ ท่านก็มีความรักความเมตตาและหวังดีต่อเรา อบรมสั่งสอนเรา เราก็มีความรักความเคารพต่อท่าน ต่างฝ่ายต่างก็มีความรักความเคารพความหวังดีเกื้อกูลซึ่งกันและกัน หรือว่าเป็นความหวังดี ความเมตตาระหว่างพี่น้องนักสร้างบารมีด้วยกัน เช่นไปวัดด้วยกันรู้จักกันก็เป็นพี่น้องวงบุญเดียวกัน กู้รู้สึกว่าเป็นเพื่อนกันในการทำความดีร่วมกัน ความคุ้นเคยสนิทสนมก็จะมีมากเป็นพิเศษ ตรงนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใช้คำว่ากัลยาณมิตร คือเพื่อนที่แนะนำประโยชน์และสิ่งที่ดีให้นั่นเอง อย่างนี้คือความรักในทางธรรม เราเองถ้าไปแนะนำสิ่งที่ดีให้ใครเพราะหวังจะให้เขามีความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปนั้น เราก็ได้ชื่อว่าเป็นกัลยาณมิตร เป็นผู้ที่มีความรักต่อบุคคลนั้นแล้ว แต่เป็นความรักทางธรรมที่ไม่ได้หวังผลตอบแทน แต่ให้ด้วยใจที่สูงส่งและผ่องใสนั่นเอง
ถ้าเรารักใครสักคนมากถึงขนาดให้ชีวิตกันได้ พอเราผิดหวังจนคิดฆ่าตัวตายนั้นเราจะบาปมากหรือไม่?
        ขอบอกว่าอย่าไปฆ่าตัวตายเพราะความรักเด็ดขาด หรือไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตามก็ไม่ควรฆ่าตัวตายทั้งสิ้น เพราะบาปเหมือนฆ่าคนเลย บาปหนักมาก ยิ่งถ้าฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังในเรื่องความรักนั้นยิ่งน่าเสียดายมาก มีตัวอย่างให้เห็นมาก คนที่เคยรักกันมากปานจะกลืนกินกันได้เลย ต่อมาก็หย่าร้างกันนั้นมีให้เห็นเยอะแยะมากมาย ยิ่งสมัยนี้ก็ยิ่งเร็ว บางคู่ก็รักกันแค่ไม่กี่เดือนก็เลิกกันแล้ว อย่างนี้ก็มี
 
        ดังนั้นเราลองคิดดูว่า ตอนนี้เรารู้สึกว่าเรารักเขาปานจะกลืน พอผิดหวังก็อยากตาย แต่ในความเป็นจริงต่อให้สมหวัง พออีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเราอาจจะรู้สึกว่าเบื่อแล้ว คนนี้เพิ่งรู้ว่าไม่ได้เรื่องเลย แล้วเราจะเอาชีวิตเราไปให้เขานั้นมันคุ้มกันหรือ ไม่คุ้มค่าเลย อย่าทำเด็ดขาด ลองนิ่งๆ ดูสักนิด แล้วหยุดคิดสักหน่อย เราก็จะพบความจริงเอง พอผ่านตรงนี้ไปได้เมื่อหันมามองดูความคิดของตัวเองจะรู้สึกว่าขำๆ นึกแปลกใจตัวเองว่าเราคิดไปถึงขนาดนั้นได้อย่างไร
 
ถ้ามีความรักในวัยเรียนจะผิดไหมและจะทำให้เสียการเรียนได้หรือไม่?
 
        ต้องบอกว่าถ้าอยู่ในวัยเรียนก็ควรต้องตั้งใจเรียนหนังสือดีกว่า ความรักถือเป็นศัตรูการเรียน เพราะเด็กวัยรุ่นจะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่ สรีระกำลังเปลี่ยนแปลง บางครั้งก็งงตัวเองเพราะปรับตัวไม่ทัน ขณะเดียวกันฮอร์โมนก็ออกมา บางครั้งก็ควบคุมอะไรยังไม่ได้เท่าไหร่ อารมณ์ขึ้นเร็วลงเร็ว ถ้าไปยุ่งกับความรักขึ้นมาเมื่อไหร่โอกาสจะพลาดนั้นสูงมากเลย
 
        เคยมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ประถมถึงมัธยม เป็นนักกีฬาและนักกิจกรรมด้วย เล่นกีฬาก็เก่ง เรียนก็ดีถึงขนาดสอบเข้าแพทย์โคว์ต้าได้ ซึ่งอนาคตดูน่าจะสดใส พอไปเจอเขาตอนปี 4 เขาบอกว่า เขาถูกรีไทร์ สาเหตุเพราะไปชอบผู้หญิงคนหนึ่งเข้า แล้วสาวก็ปันใจเป็นอื่น ทำให้กลุ้มใจมากจึงกินเหล้าเป็นหลัก ไม่ยอมเล่าเรียนเขียนอ่านจึงถูกรีไทร์ เขาบอกว่าการได้เข้ามาเรียนแพทย์นั้นเหมือนได้เพชรมาเม็ดหนึ่งแต่ไม่เห็นค่า แล้วทิ้งเพชรเม็ดนั้นไป มารู้ตัวว่าเพชรเม็ดนั้นจมน้ำไปแล้วไม่มีทางเอากลับมาได้ อาตมาสงสารเข้ามากก็ได้แต่ให้กำลังใจว่า อะไรที่ผ่านมาแล้วแก้ไม่ได้ช่างมัน แต่ด้วยสติปัญญาและความสามารถของเขาที่มีอยู่นั้น ให้ตั้งใจสอบเข้าใหม่ รับรองเขาต้องสอบได้แน่ แม้ไม่ได้หมอก็ตาม เรียนให้จบแล้วตั้งใจทำงานอนาคตก็จะมีทางสดใส เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าไปถลำความรักเข้าให้ นี้ขนาดไม่ใช่มัธยมแต่เป็นระดับอุดมศึกษาแล้วชีวิตพลิกผันได้ตลอดชีวิตเลย ยิ่งอยู่ในระดับชั้นมัธยมก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากๆ อย่าเพิ่งมีความรักเลยให้ถอยห่างมาก่อนดีกว่า ปฏิญาณตนไว้เลยว่า ในวัยเรียนให้นึกถึงหน้าคุณพ่อคุณแม่ไว้ก่อน ไม่ควรนึกถึงหน้าใครอื่นเป็นหลัก เพื่อเอาความสำเร็จทางด้านการศึกษาไปฝากท่าน ให้เอาความรักพ่อแม่เป็นเกราะกำบังตัวไว้ แล้วเราจะประสบความสำเร็จในการเรียน จบแล้วทำการงานเป็นหลักเป็นฐาน จะไปรักหรือชอบพอใครก็จะเป็นความรักแบบผู้ใหญ่ที่ไม่พลาด
 
ในสมัยพุทธกาลนั้นมีคนที่รักเพศเดียวกันหรือไม่ แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นจะบาปไหม?
 
        การรักชอบพอเพศเดียวกันนั้น จริงๆ มีทุกยุคสมัย ทั้งพุทธกาลหรือก่อนหน้านั้นก็มี เพียงแต่ว่าในยุคนี้อาจดูมีมากกว่าหน่อย เป็นเพราะคนที่ชอบเพศเดียวกันจริงๆ เป็นเพราะวิบากกรรม เกิดจากการผิดศีลกาเมในอดีต แล้ววิบากกรรมเริ่มจางลงแต่ก็ยังเหลืออยู่ จึงเกิดภาวะผิดปกติ คนแต่ละคนวิบากกรรมยังพอมีอยู่มากบ้างน้อยบ้าง บางครั้งก็เกิดจากมีสื่อเป็นตัวกระตุ้นชักนำเอาเศษกรรมในอดีตให้แสดงผลออกมา เลยกลายเป็นคนชอบเพศเดียวกันได้เหมือนกัน เพราะในยุคนี้สื่อไปได้กว้างขวางมาก จึงมีคนลักษณะนี้เกิดขึ้นเยอะกว่าในยุคอื่นๆ
 
        และที่ถามว่าเป็นแล้วบาปไหม ก็ให้ทราบว่ามันเกิดจากเศษวิบากกรรมกาเมในอดีต เมื่อทราบอย่างนี้แล้วเราควรพยายามควบคุมตัวเองให้ดี และอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ให้มากเกินไป เพราะพอเป็นเศษวิบากกรรมกาเมนั้น จะพบว่าคนที่รักชอบพอเพศเดียวกันมักมีอารมณ์ค่อนข้างรุนแรงกว่าคนโดยทั่วๆ ไป เมื่อเรารู้จุดอ่อนของเราเองแล้ว ก็ให้ตั้งใจอย่างเด็ดขาดให้วิบากกรรมนี้หมดไปในชาตินี้เลย อย่าให้ติดตัวไปในภพชาติอื่นได้อีก
 
ถ้าเราต้องแต่งงานกับคนต่างชาติต่างศาสนา แล้วเราต้องเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นนั้น ถือว่าเราเป็นคนไม่รักษาศาสนาของตัวเองหรือไม่?
 
 
 
        เราต้องทราบหลักความจริงที่ว่า พระพุทธศาสนามีเอกลักษณ์พิเศษที่ต่างจากศาสนาอื่นๆ คือ เป็นศาสนาที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นฐานศาสนาของความเชื่อ แต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้คนอื่นเชื่อท่าน แต่พระองค์อยู่ในฐานะเป็นผู้ไปค้นพบความจริงของโลกและชีวิต ว่าคนเรามีการเวียนว่ายตายเกิด กฎแห่งกรรมมีจริง นรกสวรรค์มี บุญบาปมี แล้วให้ทุกคนตั้งใจสร้างความดีสั่งสมบุญกุศลให้มาก ตั้งใจปฏิบัติจนสามารถกำจัดกิเลสให้หมดไปจากตัว แล้วเข้าพระนิพพานได้ พระองค์เอาความจริงนี้มาบอกเรา ไม่ว่าจะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นหรือไม่ นรกสวรรค์ บุญบาป ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าคนจะไม่รู้ว่าอะไรบุญอะไรบาป ก็จะพลาดพลั้งไปทำบาปจนตกนรกซะมาก พอทราบจากคำสอนของพระพุทธเจ้าก็จะไม่ทำบาป ทำแต่บุญแล้วไปสวรรค์เยอะๆ ทำความดีมากเข้าๆ สุดท้ายก็เข้าพระนิพพาน
 
        เพราะฉะนั้น เราเองเมื่อได้มานับถือพระพุทธศาสนาแล้ว ได้มารู้หนทางอันประเสริฐที่จะนำตัวเองให้หลุดพ้น ไม่ใช่ความเชื่อแต่เป็นความจริง ดังนั้นเราจะทิ้งความจริงไปสู่ความไม่จริงนั้นหาควรไม่ ถ้ารักใครจริงแล้วละก็ควรจะนำพาเขาให้มาพบความจริงแบบเดียวกับเรา อย่างนี้ถึงจะถูกต้อง
 
ถ้าเราเป็นมือที่สามโดยไม่รู้ตัวจะบาปหรือไม่?
 
        ถ้าเราไม่รู้ตัวมันก็ไม่บาป ช่วยไม่ได้เพราะไม่ทราบ แต่ต้องไม่ทราบจริงๆ ไม่ใช่โมเมทำไม่รู้ไม่ชี้เอา และไม่ได้ไปพยายามยุให้เขาแตกแยกกัน เพื่อให้เขามาอยู่กับเราแทน สำคัญที่เจตนาและความตั้งใจ ปฏิบัติตัวเองให้ดีและมีแต่ความบริสุทธิ์ใจและหวังดีกับทุกๆ คน เราก็จะไม่บาป แล้วเราก็จะมีแต่ความสุขความเจริญต่อไปในภายภาคหน้า
 
ถ้าเราเป็นคนยุยงส่งเสริมให้เพื่อนมีความรักแบบผิดๆ นั้น เราจะบาปไหม?
 
        ถ้าไปยุยงให้เพื่อนมีความรักแบบผิดๆ นั้น บาปแน่ๆ ถ้าจะแนะก็ต้องแนะในทางที่ดีในทางที่เป็นบุญกุศล แนะนำในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วเราก็จะได้บุญกุศลกับเขาด้วย แต่ถ้าไปแนะนำในทางผิดจนทำให้เขาเกิดความทุกข์กับตัวเองและผู้อื่น เราก็จะมีส่วนแห่งบาปนั้นทุกอย่างเลย อย่าทำเด็ดขาดเพราะถ้าเขาตกนรกเราก็ต้องไปด้วย
 


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
กฏหมายกับกฏแห่งกรรมคุณกลัวอะไรมากกว่ากันกฏหมายกับกฏแห่งกรรมคุณกลัวอะไรมากกว่ากัน

อนาคตของเรานั้นถูกกำหนดไว้แล้วจริงหรืออนาคตของเรานั้นถูกกำหนดไว้แล้วจริงหรือ

ความไม่พอใจในเพศที่เรียกว่าเพศที่สามมีสาเหตุมาจากอะไรความไม่พอใจในเพศที่เรียกว่าเพศที่สามมีสาเหตุมาจากอะไร



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

ข้อคิดรอบตัว