บวชเปลี่ยนชีวิต


[ 28 ก.ค. 2554 ] - [ 17369 ] LINE it!

ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2554
บวชเปลี่ยนชีวิต

 
 
 
พลิกชีวิตพระหัวหน้าศูนย์ด้วยบุญบวช
ตอน บวชเปลี่ยนชีวิต
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
 
กราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง
 
        กระผม พระจักรพงศ์ กตปุญฺโญ อายุ 41 ปี ปัจจุบันเป็นพระหัวหน้าศูนย์อยู่ที่วัดแท่นวนาราม จังหวัดขอนแก่น ขอรายงานตัวครับ หลวงพ่อครับ กระผมเป็นแฟนพันธุ์แท้โครงการบวชของหลวงพ่อครับ กล่าวคือ กระผมมาบวชตั้งแต่หลวงพ่อโปรโมทโครงการบวชพระ รุ่นเจ็ดพันรูป เจ็ดพันตำบลแล้วครับ ตอนนั้นพอจบโครงการ กระผมก็ลาสิกขาและได้กลับมาบวชอีกในรุ่นแสนแรก โดยการชักชวนของเพื่อนสหธรรมิก ซึ่งกระผมก็ได้อยู่ช่วยงานหลวงพ่อจนถึงปัจจุบันครับ กระผมคิดว่า “จะบวชแบบวันต่อวัน เดือนต่อเดือน ปีต่อปี และชาติต่อชาติ”
 
พระจักรพงศ์ กตปุญฺโญ
 
พระจักรพงศ์ กตปุญฺโญ
 
        หลวงพ่อครับ ก่อนมาบวช กระผมเป็นอดีตเถ้าแก่น้อยโรงพิมพ์ กล่าวคือ ตั้งแต่สมัยที่กระผมยังใช้คำนำหน้าชื่อว่า “ด.ช.” เนื่องจากกระผมมีบุคลิกคล่องแคล่วว่องไว แบบปรู๊ดปร๊าด พ่อกับแม่ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพิมพ์จึงสั่งให้กระผมคอยนั่งเฝ้าอยู่หน้าร้าน เพื่อรอรับลูกค้าที่มาติดต่อพิมพ์งานครับ ซึ่งกระผมก็บริการลูกค้าทุกระดับประทับใจ จนมีลูกค้าประจำหลายเจ้าเลยครับ แต่พอโตเป็นวัยรุ่น กระผมก็เกิดอาการเหงาๆ จึงได้ไปคบกับเพื่อนฝูงกลุ่มใหญ่เป็นแก๊งมอเตอร์ไซค์ ชีวิตของกระผมตอนนั้นจึงมีคิวแน่นเอี้ยดทั้งกลางวันกลางคืน ตอนกลางวันกระผมจะทำงานอยู่โรงพิมพ์ พอตกกลางคืนกระผมก็ติดปีกสวมวิญญาณเป็นสิงห์ราตรี ออกซิ่งมอเตอร์ไซค์หาที่ดิ้นยึกๆยักๆงึกๆงักๆอยู่ตามผับตามเธค แต่กระผมใช้ชีวิตนักซิ่งอยู่ได้ไม่นาน ก็ต้องย้ายบ้านตามพ่อกับแม่ไปอยู่แถวชานเมืองครับ
 
        กระผมจึงต้องอำลาวงการซิ่งมอเตอร์ไซค์ แขวนหมวกกันน็อคไปโดยปริยาย แต่ด้วยความที่กระผมเป็นคนอารมณ์บูติค (อารมณ์ศิลปิน) ขี้เหงาง่าย จึงหาเพื่อนเที่ยวกลางคืนอีก กระผมขอสารภาพว่า ตอนนั้นกระผมออกเที่ยวทุกคืนอยู่ห้าปีติดต่อกันไม่ได้ขาดเลยครับ บาร์ไหนผับไหนที่เขาว่าดีเป็นที่นิยม กระผมก็ไปมันหมด กระผมเที่ยวบ่อยจนสนิทกับเจ้าของผับ จนเขาชวนกระผมร่วมหุ้นด้วยเลยครับ ซึ่งกระผมก็ได้ลงทุนไปด้วยหลายแสนบาท และหุ้นไปด้วยกันหลายแห่งครับ มีทั้งเธค ทั้งผับ ร้านอาหาร ร้านคาราโอเกะ แต่ด้วยความที่ร้านพวกนี้มีวงจรชีวิตสั้น ขึ้นเร็วลงเร็ว จึงทำให้วงจรชีวิตของกระผมสั้นไปด้วยครับ
 
        ตอนแรกลูกค้าก็เข้าเยอะดี แต่พอนานเข้านักเที่ยวเปลี่ยนที่เที่ยว ร้านของกระผมเลยเจ๊งครับ ตอนนั้นกระผมรู้สึกขาดความมั่นใจเอามากๆถึงขั้นเลิกเที่ยว ซึ่งแม่สังเกตเห็นว่ากระผมมีอาการหงอยลงกว่าปกติมาก ท่านก็ดีเหลือเกินครับ คือ พอรู้ว่ากระผมอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ท่านจึงลงทุนให้กระผมแยกไปเปิดหน้าร้านใหม่อีกแห่งหนึ่ง ตอนนั้นกระผมดีใจมากกับการที่จะได้เป็นเถ้าแก่เองแบบเต็มตัว และด้วยความที่กระผมเป็นคนอัธยาศัยดี ชอบคุยและชอบช่วยเหลือคนแถวๆร้าน จึงทำให้ได้รู้จักกับน้องๆกลุ่มหนึ่ง เขาชอบมานั่งหน้าร้านของกระผมเป็นประจำ พอกระผมได้เข้าไปคุยด้วย จึงรู้ว่าเด็กพวกนี้เล่นยา กระผมก็รู้นะครับว่ามันไม่ดี แต่พอคุยกันบ่อยเข้าๆ กระผมจึงเกิดอาการอยากลองบ้าง เพราะกระผมคิดว่า “ถึงอย่างไรก็คงไม่ติดหรอก” แต่ที่ไหนได้เล่นไปเล่นมา ชักเล่นบ่อย เล่นทุกวัน แถมยังใช้ปริมาณมากขึ้นๆด้วยครับ
 
พระจักรพงศ์ กตปุญฺโญ
 
พระจักรพงศ์ กตปุญฺโญ
 
        ตอนนั้น โรงพิมพ์ได้เงินมาเท่าไหร่ กระผมก็เอาไปซื้อยาหมด ตอนนั้นชีวิตของกระผม ต้องขอโทษนะครับหลวงพ่อ ที่ต้องใช้คำว่า “ซกมกมาก” รูปร่างหน้าตาของกระผมก็เปลี่ยนไปด้วย ไม่มีสง่าราศีเลย นิสัยก็เปลี่ยนกลายเป็นคนก้าวร้าว งานก็ไม่ทำ ลูกค้าใหม่ก็ไม่ติดต่อ ลูกค้าเก่าก็หายหน้าไป ตอนนั้นงานน้อยมากจนต้องปิดร้าน เพราะอายคนที่เขารู้ว่าเราติดยาครับ ช่วงนั้นพ่อกับแม่เสียใจมากๆเลยครับ ซึ่งระหว่างที่กระผมกำลังมีอาการซึมเซาแบบสุดๆ พ่อกับแม่ก็ใช้ให้กระผมเอาสินค้าไปส่งให้ลูกค้าแก้เครียดครับ และขณะที่กระผมกำลังขับรถไปก็ได้เจอกับป้ายโฆษณาอันใหญ่ เขียนเชิญชวนบวชพระรุ่นเจ็ดพันตำบล กระผมก็เกิดความรู้สึกในใจว่า “อยากบวช และถ้ากระผมมีบุญจริงก็ขอให้มีอะไรมาทำให้กระผมได้บวช”
 
        พอวันรุ่งขึ้นปรากฏว่า มีผู้นำบุญเอาใบอนุโมทนาบัตรมาสั่งพิมพ์ที่ร้านครับ และเขาก็เอาโบร์ชัวร์ชวนบวชมาฝากวางไว้ที่หน้าร้าน กระผมจึงคุยกับเขา และเขาก็ชวนกระผมบวชครับ ตอนนั้นทุกคนในบ้านล้วนเห็นดีเห็นงามกันหมด ซึ่งนั่นก็เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตสำคัญที่ทำให้กระผมได้รู้จักกับเพื่อนสหธรรมิกดีๆ และมีสายบุญที่ทำให้ได้เข้ามาบวชอีกครั้งในรุ่นแสนถัดมา หลวงพ่อครับ วันบวชกระผมประทับใจมาก เพราะมีบรรดาญาติๆมาร่วมงานกว่า 30 ชีวิต เรียกว่าเรายกกันมาทั้งตระกูลเลยครับ ญาติๆร้องไห้กันระงมเลยครับ เพราะปลื้มมาก กระผมเองก็ปลื้มมากๆเช่นกันครับ พอเข้าโครงการแล้ว กระผมก็ตั้งใจนั่งสมาธิ และฝึกตัวเต็มที่
 
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของพระจักรพงศ์ กตปุญฺโญ
 
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของพระจักรพงศ์ กตปุญฺโญ
 
        จนมีวันหนึ่ง กระผมได้นั่งสมาธิตามเสียงของหลวงพ่อ ก็รู้สึกโล่งสบายเหมือนตัวของกระผมหายไปหมด แล้วจากนั้นก็เหมือนกระผมหล่นลงไปในท่อ พอนิ่งไปอีก ก็เห็นจุดเล็กๆวิ่งเข้ามาหาตัวกระผม พอมองไปเรื่อยๆก็เห็นเป็นองค์พระใสๆผุดขึ้นมา แล้วท่านก็ใหญ่ขึ้นๆ จนมาทาบตัวกระผมครับ แล้วก็มีองค์อื่นๆผุดเข้ามาหาตัวกระผมอีก ต่อมาก็ไหลออกมาเป็นสายมากมายจนนับไม่ถ้วน ตอนนี้จากที่กระผมเคยเป็นคนขี้เหงา ก็ไม่รู้สึกเหงาอีกต่อไป เพราะกระผมมีคนกลางกายแล้วครับ
 
        หลวงพ่อครับ ตอนนั้นกระผมรู้สึกดีใจมาก รู้สึกอิ่มเอิบใจมาก มีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้กระผมเชื่อมั่นทันทีว่า “เรามาถูกทางแล้ว” กระผมอยากบอกหลวงพ่อว่า “เมื่อก่อนกระผมอาจจะเดินหลงทางเหมือนมีชีวิตอยู่ในถ้ำ แต่เดี๋ยวนี้ ขณะนี้ กระผมรู้แล้วครับว่า เรามีชีวิตเกิดมาเพื่อสร้างบุญสร้างบารมี และที่สำคัญ การที่ได้มาเจอกับหลวงพ่อ ถือว่าเป็นสิ่งที่สุดยอดที่สุดของชีวิตของกระผมแล้วครับ”
 
กราบคารวะด้วยความเคารพอย่างสูง
 
พระจักรพงศ์ กตปุญฺโญ
 


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
DMC ที่โซโลมอนDMC ที่โซโลมอน

Solomon Islands หมู่เกาะมนุษย์กินคนSolomon Islands หมู่เกาะมนุษย์กินคน

เกาะที่ใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุด ที่มนุษย์อยู่ได้เกาะที่ใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุด ที่มนุษย์อยู่ได้



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

ช่วงเด่นฝันในฝัน