อานุภาพหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ตอน ฝรั่งและผัก งอกฉับพลันกะทันหัน


[ 1 ต.ค. 2555 ] - [ 15665 ] LINE it!

ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2555
อานุภาพหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
 
อานุภาพหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 
ตอน ฝรั่งและผัก งอกฉับพลันกะทันหัน
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา    
 
 
กราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูงครับ
 
    กระผม พระทนุ ชยารักโข อายุ 71 ปี ปัจจุบันเป็นพระประจำอยู่ที่วัดพระธรรมกายครับ
 
พระทนุ ชยารักโข วัดพระธรรมกาย
 
พระทนุ ชยารักโข
 
        หลวงพ่อครับ วันนี้กระผมมีเรื่องราวเกี่ยวกับอานุภาพ หลวงปู่มาเล่าสู่กันฟังครับ เพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ผมได้ฟังมาจากเจ้าของเรื่องโดยตรง ตั้งแต่สมัยที่ผมยังเป็นหนุ่มอายุได้ประมาณ 30 ปี คือ ช่วงนั้นผมได้ไปทำบุญที่วัดปากน้ำอยู่เป็นประจำเลยครับ เนื่องจากโยมแม่แท้ๆ ของกระผม คือ โยมแม่ กิมซุ้ย แซ่ลี้ ท่านได้ไปบวชเป็นแม่ชีอยู่ที่นั่น จึงทำให้ผมต้องไปวัดปากน้ำบ่อยๆ และก็ได้ไปเจอกับทานบดีที่มาทำบุญกับวัดปากน้ำยาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นหญิงชาวจีนหน้าตาใจดี อายุได้ 82 ปี ซึ่งตอนนั้นป้าแกก็เข้ามาจับมือ แล้วพูดกับผมว่า ลูกๆ ให้หมั่นมาไหว้หลวงพ่อวัดปากน้ำบ่อยๆนะ ท่านศักดิ์สิทธิ์มากนะ
 
        จากนั้น แกก็ได้เล่าให้ผมและโยมแม่ฟังพร้อมกันว่า ก่อนหน้านั้น แกก็ไม่รู้หรอกว่าหลวงปู่วัดปากน้ำท่านจะศักดิ์สิทธิ์ ทั้งๆ ที่แกชอบพายเรือมาทำบุญที่วัดปากน้ำอยู่เป็นประจำ จน กระทั่งในปี พ.ศ. 2480 ป้าแกก็มีเรื่องกลุ้มอกกลุ้มใจ มากราบเรียนหลวงปู่ว่า หลวงพ่อคะ อยู่ๆ เจ้าของที่ดินที่เช่าทำสวนอยู่ เขาจะขอที่คืน ลูกกลุ้มใจ เพราะตอนนี้ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนแล้วค่ะ ซึ่งหลวงปู่ท่านก็ตอบว่า เออ!! เอ็งไม่ต้องกลุ้มใจหรอก อย่างเอ็งน่ะ มันมีที่อยู่ๆ แล้ว จากนั้นป้าแกก็พูดตอบหลวงปู่ว่า หลวงพ่อ อย่าพูดเล่นเลยเจ้าคะ ลูกกลุ้มใจจะตายอยู่แล้ว จากนั้นแกก็พายเรือกลับบ้านด้วยอาการเฉาชีวิตแบบสุดๆ แต่พอไปถึงบ้านเท่านั้นเองครับ ก็ต้องพบกับความประหลาดใจ เพราะอยู่ๆ ก็มีคนแปลกหน้ามาดักรออยู่ที่บ้าน เพื่อเอาที่ดินมาขายให้จำนวน 4 ไร่เศษ ซึ่งอยู่แถวถนนสวนผัก เขตบางขุนนนท์ ซึ่งทำให้ป้าแกดีใจมาก เพราะจะมีที่อยู่ใหม่แล้ว
 
        แต่เรื่องมันไม่จบลงง่ายๆ อย่างนั้นหรอกครับ เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวป้าแกมีเงินแค่ 3,000 กว่าบาทเท่านั้น ซึ่งยังขาดอยู่ประมาณ 9,000 บาท ถึงจะซื้อที่ดินแปลงนี้ได้ และด้วยความที่ป้าแกคุ้นเคยกับหลวงปู่ แกก็เลยหอบความหวังอย่างเปี่ยมล้น มุ่งตรงไปวัดปากน้ำ เพื่อมาขอยืมเงินหลวงปู่ ซึ่งหลวงปู่ก็ตอบว่า อาตมาจะไปเอาเงินมาจากไหน ซึ่งพอฟังหลวงปู่พูดอย่างนี้ ป้าแกก็เลยเข้าใจไปว่าหลวงปู่ไม่ยอมช่วย จึงผิดหวัง แล้วก็รีบเดินกลับไปยังท่าเรือ เพื่อพายเรือกลับบ้าน ซึ่งขณะที่แกกำลังเดินไปที่ท่าเรือนั้นเอง หลวงปู่ท่านก็พูดขึ้นมาดังๆ ว่า ฝรั่งที่บ้าน เอ็งก็เอาน้ำไปรดเข้าสิ จะได้เก็บมาขาย มีเงินพอซื้อที่ดิน แต่ป้าแกก็ไม่เชื่อหลวงปู่หรอกครับ เพราะตอนนั้นแกรู้สึกแต่ว่า หลวงปู่ไม่ยอมช่วย อีกทั้งแกยังพายเรือไปพรางคิดไปว่า ในเมื่อหลวงปู่เป็นที่พึ่งให้ไม่ได้ ก็ต้องพึ่งตัวเอง และด้วยความไม่พอใจนี้เอง พอกลับมาถึงบ้าน แทนที่แกจะเอาน้ำไปรดต้นฝรั่งทั้งหมด อย่างที่หลวงปู่บอก แกก็เอาน้ำไปรดต้นฝรั่งแค่ 6 ต้นเท่านั้น ทั้งๆ ที่สวนฝรั่งของป้าแกมีพื้นที่มากถึง 5 ไร่เศษ และพอรดเสร็จ แกก็ไม่สนใจใยดีอะไรทั้งนั้น
 
        แต่พอรุ่งเช้าเท่านั้นเองครับ ก็มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น คือ ต้นฝรั่ง 6 ต้น ที่เมื่อวานป้าแกได้รดน้ำเอาไว้ มันเกิดเป็นอะไรไปก็ไม่รู้ คือ อะเลิร์ทออกลูกเต็มต้นไปหมด อีกทั้งแต่ละลูกยังใหญ่กว่าฝรั่งปกติ และยังมีสีเขียวอ่อนดูหวานกรอบน่ากินมาก ซึ่งเมื่อป้าแกเห็นดังนั้น ก็ดีอกดีใจ รีบตะโกนเรียกลูกชายและสามีให้มาช่วยกันเก็บไปขายที่ตลาด ส่วนป้าแกก็รีบจัดแจงเอาน้ำมารดต้นฝรั่งต่อจนหมดทั้งสวน แต่คราวนี้รดใหญ่เลยครับ และพอรดเสร็จวันรุ่งขึ้น ฝรั่งทุกต้นมันพร้อมใจกันออกลูกแบบพรึบพรับ จนมองไปทางไหนก็มีแต่ลูกฝรั่งลูกอ้วนๆ โตๆ เต็มไปหมดสุดลูกหูลูกตาทั้งพื้นที่ 5 ไร่เศษ จนเก็บไปขายกันไม่ทัน คือ ทุกคนในครอบครัวของป้า ต้องช่วยกันเดินแบกเข่งฝรั่งลงเรือเพื่อเอาไปขายหลายรอบมาก คือ เดินเก็บ เดินแบกกันจนเท้าบวม ซึ่งตรงนี้ เป็นเรื่องอัศจรรย์มากๆ เพราะเป็นไปได้ยังไงครับ คือ ปุ๋ยก็ไม่ได้ใส่ ยาเร่งผลก็ไม่ได้ฉีด ดินก็ไม่ได้พรวน เวลาก็ไม่ต้องรอ แถมไม่ต้องตัดต่อพันธุกรรม หรือใช้เทคโนโลยีนาโนอะไรทั้งนั้น แต่ฝรั่งกลับออกเอาๆ และที่น่าทึ่งมากไปกว่านั้น ก็คือ พอนำฝรั่งไปขายที่ปากคลองตลาด เข่งฝรั่งยังไม่ทันวางเลยครับ คนก็แย่งกันมารุมซื้อ ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และภายในไม่กี่วัน ป้าแกก็มีเงินซื้อที่ดินแปลงใหม่ได้ แถมยังมีเงินเหลืออีก 3,000 กว่าบาทเป็นอัศจรรย์
 
        แต่หลวงพ่อครับ หลังจากที่ป้าแกซื้อที่ได้แล้ว ปัญหาใหม่ก็ตามมาอีกครับ คือ มีแต่ที่ดินเปล่า แต่ไม่มีบ้านจะอยู่ ป้าแกก็เลยต้องการปลูกบ้าน แต่เงินที่เหลืออยู่นั้นพอนับแล้วก็ไม่พอ ด้วยเหตุนี้ ป้าแกจึงรีบกลับไปหาหลวงปู่ใหม่ ซึ่งคราวนี้ หลวงปู่บอกป้าแกว่า ผักหลังบ้านเอ็ง เอาน้ำไปรดเข้าสิ แล้วก็เก็บไปขาย จะได้มีเงินพอปลูกบ้าน ซึ่งป้าแกก็คิดในใจว่า ผักหลังบ้าน มันตายจะหมดอยู่แล้ว เพราะร้อยวันพันปีก็ไม่เคยดูแลมัน แต่ครั้งนี้ ป้าแกก็ไม่เอ๊ะอ๊ะ อิดออด หรือรอช้าเหมือนครั้งก่อน แต่กลับอะเลิร์ทกระวีกระวาดรีบกลับไปรดน้ำผักกาดขาวหลังบ้าน แต่ทันทีที่ป้าแกรดน้ำลงไปเท่านั้นเองครับ แกก็ต้องตกใจแบบสุดขีด ซึ่งจะไม่ให้ตกใจได้ยังไงครับ เพราะ จู่ๆ พอรดลงไป ผักมันงอกโผล่ขึ้นมาแบบฉับพลันกะทันหัน แถมยังแย่งกันชูใบขยายใหญ่อย่างกับผีหลอกกลางวันแสกๆ คือ หัวผักกาดมันโผล่ขึ้นมาทั้งหัวเลยครับ จนป้าแกรีบตะโกนเรียกสามีเสียงหลงว่า เตี่ยตี๋ เตี่ยตี๋(ตี๋ คือ ชื่อเล่นของสามี) มึงมาดู..มึงมาดู..ผีมันหลอกกู..กูไม่กล้าดูแล้ว..มึงออกมาดูให้กูหน่อย ซึ่งขณะที่ตะโกน ก็เหมือนยิ่งตะโกนก็ยิ่งยุ คือ ผักมันงอก ผุดกันพรึบพรับแน่นแปลงไปหมดเลยครับ และในที่สุดป้าและครอบครัวก็ช่วยกันเก็บผักไปขายจนมีเงินมากพอ มาปลูกบ้านราคา 8,000 บาท (ราคาเมื่อ 75 ปีที่แล้ว)ได้สำเร็จเป็นอัศจรรย์จริงๆ
 
    หลวงพ่อครับ สุดท้ายนี้ผมและโยมครอบครัวทุกคน ตั้งใจจะทอดกฐินปีนี้ทั้งหมด 3 กองครับ
 
 


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
DMC ที่โซโลมอนDMC ที่โซโลมอน

Solomon Islands หมู่เกาะมนุษย์กินคนSolomon Islands หมู่เกาะมนุษย์กินคน

เกาะที่ใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุด ที่มนุษย์อยู่ได้เกาะที่ใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุด ที่มนุษย์อยู่ได้



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

ช่วงเด่นฝันในฝัน