พิธีถวายโคมมาฆประทีป เสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556


[ 16 ก.พ. 2556 ] - [ 12301 ]
View this page in: English

วันมาฆบูชา
โคมมาฆประทีป
 
ทบทวนบุญ 16 กุมภาพันธ์ 2556
 
[[videodmc==44461]]
 
พิธีถวายโคมมาฆประทีป
"กองทุนโคมมาฆประทีป"
 


กองทุนโคมมาฆประทีป


ในวันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
เวลา 10.20 น. ณ หน้ารัตนบัลลังก์
สภาธรรมกายสากล
วัดพระธรรมกาย

 
ทีปโท โหติ จกฺขุโท
ผู้ให้ประทีปโคมไฟชื่อว่าให้จักษุ


 
     ผู้ถวายโคมมาฆประทีป เพื่อใช้จุดบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมมีอานิสงส์ทำให้เป็นผู้มีดวงตาสดใส ได้ทิพยจักษุมีรัศมีกายสว่างไสว เป็นผู้รู้คุณพระรัตนตรัย ทำให้มีศรัทธามั่นคง มีสติปัญญาเฉลียว ฉลาด แตกฉานในสรรพวิชา ทั้งทางโลกและทางธรรม ย่อมได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุมรรคผลนิพพานได้โดยง่ายไปทุกภพทุกชาติ ตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม
 
กำหนดการพิธีถวายโคมมาฆประทีป
     ในคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ภาพแห่งเปลวประทีปธรรม ได้ถูกจุดขึ้นพร้อมกันนับแสนดวง เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ลานธรรม มหาธรรมกายเจดีย์ ดังนั้น  จึงขอเรียนเชิญกัลยาณมิตร และสาธุชนทั่วโลก ได้ร่วมพิธีถวาย "กองทุนโคมมาฆประทีป" เพื่อใช้ประกอบพิธีจุดโคมประทีปถวายเป็นพุทธบูชา โดยถวายในวันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 10.20 น.ณ หน้ารัตนบัลลังก์ สภาธรรมกายสากล

อานิสงส์การถวายโคมมาฆประทีป
     อานิสงส์โดยย่อ

1. ย่อมเป็นผู้รู้คุณของพระรัตนตรัย ทำให้มีศรัทธามั่นคง
2. เป็นผู้มีความเคารพ มีสัมมาคารวะ
3. เป็นผู้มีดวงตาสดใส สวยงาม มองได้ไกล ดวงตาบริสุทธิ์บริบูรณ์
4. ทำให้เป็นผู้มีทิพยจักษุ (ตาทิพย์)
5. มีผิวพรรณผ่องใส มีจิตใจสดชื่นเบิกบาน
6. มีรัศมีกายสว่างไสว มีสติสัมปชัญญะ ไม่ประมาทในชีวิต
7. ทำให้มีปัญญาเฉลียวฉลาด มีปฎิภาณว่องไว แตกฉานในสรรพวิชชาทั้งทางโลกและทางธรรม
8. ย่อมไม่ไปเกิดในทุคติ
9. ย่อมได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุมรรคผลนิพพานโดยง่าย
 
 
ตัวอย่างอานิสงส์การถวายโคมมาฆประทีปของพระอนุรุทธะ
 
     พระอนุรุทธะ เอตทัคคะในทางผู้มีทิพย์จักษุญาณ พระอนุรุทธะ สาวกของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม ฉลาดรอบรู้พระธรรมวินัยอย่างแตกฉาน พระพุทธเจ้าตรัสว่าเพราะในชาติปางก่อนพระอนุรุทธะเคยให้แสงประทีปเป็นทาน จึงมีปัญญาเฉลียวฉลาด พระอนุรุทธะ เมื่ออุปสมบทแล้ว ได้เรียนกรรมฐานจากพระธรรมเสนาบดีสารีบุตรแล้ว เข้าไปสู่ป่าปาจีนวังสมฤคทายวัน ขณะเจริญสมณธรรมอยู่นั้นได้ตรึกถึงมหาปุริสวิตก 7 ประการคือ:-
 
1. ธรรมนี้ของผู้มีความปรารถนาน้อย ไม่ใช่ของผู้มีความปรารถนาใหญ่
2. ธรรมนี้ของผู้สันโดษ ยินดีด้วยของที่มีอยู่ ไม่ใช่ของผู้ไม่สันโดษ
3. ธรรมนี้ของผู้สงัดแล้ว ไม่ใช่ของผู้ยินดีในหมู่
4. ธรรมนี้ของผู้ปรารภความเพียร ไม่ใช่ของผู้เกียจคร้าน
5. ธรรมนี้ของผู้มีสติตั้งมั่น ไม่ใช่ของผู้มีสติหลง
6.ธรรมนี้ของผู้มีใจตั้งมั่น ไม่ใช่ของผู้มีใจไม่ตั้งมั่น
7. ธรรมนี้ของผู้มีปัญญา ไม่ใช่ของผู้มีปัญญาทราม
 
     เมื่อพระเถระตรึกอยู่อย่างนี้ พระบรมศาสดาเสด็จไปยังที่อยู่ของพระเถระทราบว่าเธอกำลังตรึกอยู่อย่างนั้น ทรงอนุโมทนาว่าดีล่ะ ดีล่ะ แล้วทรงแนะให้ตรึกในข้อที่ 8 ว่า
 
8. ธรรมนี้ของผู้ยินดีในธรรมที่ไม่เนิ่นช้า ไม่ใช่ของผู้ยินดีในธรรมที่เนิ่นช้า
 
     ครั้นเมื่อพระพุทธองค์ตรัสสอนพระเถระแล้ว ได้เสด็จกลับสู่ที่ประทับส่วนพระอนุรุทธะ ได้บำเพ็ญสมณธรรมต่อไป ก็ได้บรรลุพระอรหัตผล ตั้งแต่นั้นมาท่านได้ตรวจดูสัตว์โลกด้วยทิพยจักษุญาณเสมอ ยกเว้นขณะกำลังฉันภัตตาหารเท่านั้น
 
     ด้วยเหตุนี้ พระบรมศาสดา ได้ตรัสยกย่องชมเชยท่านในตำแหน่งเอตทัคคะเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ในทาง ผู้มีทิพยจักษุญาณ พระอนุรุทธะ ในอดีตชาติท่านเคยเกิดเป็นคนยากจนแต่ท่านได้ทำบุญใส่บาตรพระปัจเจกพุทธเจ้าที่ออกจากฌาณสมาบัติและอธิษฐานขอคำว่า ไม่มี จงอย่าเกิดแก่ข้าพเจ้า และก็ได้เป็นเศรษฐีเมื่อตายไปก็ได้ไปเกิดเป็นพระอินทร์ 7 ชาติ พระมหาจักรพรรดิ์ 14 ชาติ อีกทั้งเคยทำบุญใหญ่สร้างประทีปโคมไฟหลายพันดวงเพื่อบูชาเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระปทุมุตระพุทธเจ้าและเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระกัสสปะพุทธเจ้าอีกเมื่อเกิดมาในชาตินี้ก็เป็นพระราชโอรสของ อมิโตทนะศากยะพระอนุรุทธะถือการไม่นอนเป็นข้อวัตรอยู่ 55 ปี กำจัดความง่วงเหงาได้ 25 ปีและท่านมีญาณรู้เห็นทุกสรรพสิ่ง ขณะที่พระพุทธเจ้าใกล้จะปรินิพพานท่านก็ตามดูจิตและบอกพระอานนท์ทราบทุกขณะพระพุทธเจ้าทรงยกย่องท่านเป็นเลิศทางทิพย์จักษุญาณ
 
คำอธิษฐานจิตถวายโคมมาฆประทีป
     ด้วยบุญกุศล ที่ข้าพเจ้าให้แสงสว่างจุดประทีปโคมไฟถวายเป็นพุทธบูชานี้ ขอให้ข้าพเจ้าไดเกิดในบวรพระพุทธศาสนา ในตระกูลสัมมาทิฏฐิ มีศรัทธามั่นคงในพระรัตนตรัย ถึงพร้อมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และวิมุตติญาณทัศนะ ให้สมบูรณ์พร้อมด้วยมนุษย์สมบัติ รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ นิพพานสมบัติ พระพุทธศาสนา และวิชชาธรรมกาย เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ ให้เจริญมั่นคั่ง ดั่งอภิมหาเศรษฐี มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง สามารถสร้างบารมีได้อย่างสะดวกสบาย มีดวงปัญญาสว่างไสว มีญาณทัสนะกว้างไกล มีดวงตาสุกใส  ทั้งมังสะจักษุ ทิพยจักษุ สมันตจักษุ และธรรมจักษุ รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอด ทั้งทางโลกและทางธรรม บรรลุมรรคผลนิพพานได้โดยง่าย โดยเร็วพลัน จงทุกประการเทอญฯ นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ
 

 





บทความที่เกี่ยวข้อง
โครงการบวชพระ อุปสมบทหมู่ ภาคฤดูร้อน ปี พ.ศ.2556โครงการบวชพระ อุปสมบทหมู่ ภาคฤดูร้อน ปี พ.ศ.2556

อุปสมบทหมู่ รุ่นบูชาธรรม 69 ปี พระเทพญาณมหามุนีอุปสมบทหมู่ รุ่นบูชาธรรม 69 ปี พระเทพญาณมหามุนี

ตักบาตรมหาวิทยาลัยรามคำแหง พระ 1,420 รูปตักบาตรมหาวิทยาลัยรามคำแหง พระ 1,420 รูป



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

ข่าวพระพุทธศาสนา