ครั้งหนึ่งในชีวิต..เราต้องเป็นประธานกองกฐินให้ได้


[ 10 ก.ย. 2557 ] - [ 18117 ] LINE it!

ครั้งหนึ่งในชีวิต..เราต้องเป็นประธานกองกฐินให้ได้

ประธานเรื่อง : ร.ลิ่วเฉลิมวงศ์
จากวารสารอยู่ในบุญ ฉบับเดือนกันยายน พ.ศ. 2557

บางคนบอกว่า.. "ขอให้มีเงินเถิด จะทอดกฐินเมื่อไรก็ทอดได้"
อีกทั้งยังบอกต่อว่า.. "เรารวยและมีศรัทธาจะกลัวอะไร
ถ้าเราเตรียมปัจจัยและผ้าไตรไว้ให้มาก ๆ
อย่างไรที่วัดเขาก็ต้องรับเราเป็นประธานกองกฐินอยู่ดี"
แต่เชื่อไหม?...ความคิดเช่นนี้ถือเป็นความเข้าใจที่ผิดมาก !!!


     เนื่องจากการทำบุญทอดกฐินมีข้อจำกัดหลายประการ ไม่ได้ทำกันได้ง่าย ๆอีกทั้งยังเป็นบุญที่ไม่สามารถทำได้ทุกวันหรือไม่ใช่นึกอยากจะทอดกฐินวันไหนก็ทำได้เนื่องจากวัดหนึ่งสามารถรับกฐินได้แค่ปีละครั้งเท่านั้น

     นอกเหนือจากนี้.. ถ้าวัดนั้นมีพระอยู่น้อยกว่า 5 รูป หรือมีครบ 5 รูป แต่รูปใดรูปหนึ่งจำพรรษาไม่ครบไตรมาส วัดนั้นก็หมดสิทธิ์รับกฐิน ดังนั้นจะเห็นว่า ทุกวัดไม่สามารถจะรับกฐินได้ง่าย ๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจ

     แค่ข้อจำกัดเบื้องต้นเพียงเท่านี้ก็พบว่าการทำบุญทอดกฐินเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นยาก เพราะต่อให้เรามีปัจจัยหรือมีศรัทธามากขนาดไหนก็ตาม ถ้าการทำบุญไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่มีอยู่ถึง 7 ประการของการทอดกฐิน  ก็จะไม่ถือเป็นการทอดกฐิน เพราะหากทำ ผู้ทำก็จะไม่ได้อานิสงส์กฐินเลย อีกทั้งพระภิกษุสงฆ์ในวัดนั้นก็จะไม่ได้อานิสงส์กฐินเช่นกัน เพราะการทำบุญที่ไม่เป็นไปตามข้อจำกัดของการทอดกฐินจะถือเป็นการทำบุญอย่างอื่น เช่น บุญถวายสังฆทาน บุญทอดผ้าป่า ซึ่งจะได้อานิสงส์ตามประเภทของบุญนั้น ๆ แทน

     เนื่องจากการทอดกฐินเกิดได้ยากอย่างนี้ในโบราณกาลจึงนิยมทอดกฐิน เพราะความยากจึงทำให้การทอดกฐินกลายเป็นบุญพิเศษเมื่อทำแล้วได้อานิสงส์พิเศษมากอย่างแตกต่างแต่จะได้มากขนาดไหน ถ้าไม่มีการขยายความเพิ่ม ก็จะนึกภาพกันไม่ออก เพราะเวลาใครมาชวนเราทำบุญ ก็มักจะบอกว่าได้บุญมากด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นในบรรทัดถัด ๆ ไป จะขอยกตัวอย่างอานิสงส์ที่โดดเด่นของการถวายผ้ากฐิน จากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาเพื่อให้เห็นภาพของผลบุญชัดเจนขึ้น


      เมื่อบารมีเต็มเปี่ยม หากเกิดเป็นชายในชาติที่เกิดมาเจอพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะได้รับการบวชแบบ เอหิภิกขุอุปสัมปทา คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานการบวชให้ด้วยพระองค์เอง แต่ใครจะบวชแบบนี้ได้ต้องสั่งสมบุญบารมีมาในภพอดีตอย่างมหาศาลเลยทีเดียว อีกทั้งก่อนบวชก็ต้องบรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคลตั้งแต่ พระโสดาบัน ขึ้นไป และเมื่อบรรลุแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ต้องทรงตรวจตราด้วยญาณทัสนะของพระองค์ก่อนว่า..ผู้ที่จะบวชมีบุญจากการถวายบาตรและจีวรมามากพอหรือไม่ เพราะการบวชแบบนี้ บาตรและจีวรจะเกิดขึ้นด้วยฤทธิ์ ซึ่งเทวดาจะเป็นผู้มาเนรมิตให้ โดยอาศัยกำลังบุญของผู้บวชถ้ากำลังบุญน้อย ผู้ที่เนรมิตก็จะเป็นเทวดาระดับหัวหน้าเขต ถ้ามีกำลังบุญปานกลางผู้เนรมิตก็จะเป็นเทวดาระดับท้าวสักกเทวราชหรือพระอินทร์ แต่ถ้ามีกำลังบุญมาก ผู้เนรมิตก็จะเป็นพรหมในชั้นพรหมโลกเลยทีเดียว

      ถ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรวจตราดูด้วยญาณทัสนะแล้วพบว่า ผู้บวชมีบุญจากการถวายบาตรและจีวรมามากพอ (ในกรณีที่ผู้บวชบรรลุธรรมตั้งแต่ขั้นพระโสดาบันขึ้นไปแต่ยังไม่บรรลุอรหัตผล) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็จะประทานการบวชให้ โดยการเหยียดพระหัตถ์ขวาออกไป แล้วเปล่งพระสุรเสียงว่า“จงเป็นภิกษุมาเถิด เธอจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อกระทำให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด” และด้วยอานุภาพบุญก็จะบังเกิดองค์พระขนาดใหญ่ เปล่งรัศมีเจิดจ้าสว่างไสวครอบคลุมร่างของผู้บวช ในขณะเดียวกัน ผ้าไตรจีวรก็จะลอยลงมาจากอากาศ มาปรากฏอยู่ระหว่างมือที่พนมขึ้นกับอก แล้วบาตรก็จะถูกวางไว้ข้าง ๆ ซึ่งในบาตรจะมีบริขารต่าง ๆ เช่น เข็ม ด้าย มีดโกน ที่กรองน้ำ เป็นต้น และจากนั้นผู้บวชก็ต้องไปปลงผม ห่ม จีวร เป็นพระภิกษุที่ครองผ้าเรียบร้อยในลำดับต่อไป

     แต่ในกรณีที่ผู้บวชฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วบรรลุอรหัตผลเมื่อได้รับประทานการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็จะทรงเหยียดพระหัตถ์ขวาออกไป แล้วเปล่งพระสุรเสียงแค่ว่า “จงเป็นภิกษุมาเถิด” และด้วยอานุภาพบุญจะบังเกิดองค์พระขนาดใหญ่หน้าตัก 20 วาเปล่งรัศมีเจิดจ้าสว่างไสวครอบคลุมร่างของผู้บวช ซึ่งตามนุษย์จะมองไม่เห็น เพราะเป็นของละเอียด จะเห็นก็เพียงแค่ความสว่างที่พรึบขึ้นมาเท่านั้น จากนั้นเส้นผมบนศีรษะก็จะสั้นลงจากคฤหัสถ์กลายเป็นเพศสมณะ ครองจีวรและสะพายบาตรอันเป็นทิพย์ที่สำเร็จด้วยบุญฤทธิ์ทันที

     แต่ถ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรวจตราดูด้วยญาณทัสนะแล้วพบว่า ผู้นั้นไม่ได้เคยถวายผ้าไตรจีวรบริขารมาเลย แม้บรรลุอรหัตผลแล้ว ก็ต้องให้ไปแสวงหาผ้ามาทำจีวรก่อน พระองค์ถึงจะประทานการบวชให้ เหมือนในกรณีของ พระพาหิยะ ซึ่งไม่เคยมีบุญจากการถวายผ้าไตรจีวรมาเลย ทำให้ระหว่างไปหาเศษผ้าจากกองขยะมาทำจีวร ได้เจอกับยักษินีที่เคยผูกเวรกันมาจากอดีตชาติเข้าสิงโคแม่ลูกอ่อน แล้ววิ่งมาขวิดท่านจนตายในทันที

     ฉะนั้น การทอดกฐินและถวายผ้าไตรจีวรจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ถวายไม่ได้ เพราะสักวันหนึ่งในอนาคตหรือชาติใดชาติหนึ่งเราก็ต้องเป็นนักบวช
 

     ดังนั้น จงอย่าไปเสี่ยงเลย เราอาจมีสิทธิ์เป็นแบบพระพาหิยะก็ได้ ที่แม้เป็นพระอรหันต์แล้วก็ยังต้องลำบากถึงขนาดต้องไปหาเศษผ้าที่เขาทิ้งแล้วจากกองขยะมาทำจีวร อีกทั้งยังอดบวชอีกด้วย !!!

     ส่วนอานิสงส์ของฝ่ายหญิง เมื่อบารมีเต็มเปี่ยมก็จะได้ครอบครองเครื่องประดับอันสูงค่าที่สุดในยุคนั้น คือ เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ ซึ่งทำจากรัตนชาติมีมูลค่าสูงถึง 9 โกฏิ อันประกอบด้วยเพชร 4 ทะนาน แก้วมุกดา 11 ทะนาน แก้วประพาฬ 20 ทะนาน แก้วมณี 33 ทะนาน แม้เส้นด้ายก็ทำจากเงินและยังมีแหวนรูปนกยูงที่มือทั้งสองข้าง มีต่างหูสร้อยคอ ปลอกรัดต้นแขน เข็มขัด และรองเท้า อีกทั้งเครื่องประดับที่ศีรษะยังออกแบบเป็นตัวนกยูงรำแพนคล้ายนกยูงยืนอยู่บนเนินเขาโดยขนปีกทำด้วยทองข้างละ 500 ขน รวมเป็น 1,000 ขน จะงอยปากทำด้วยแก้วประพาฬ นัยน์ตา คอ และแววหาง ทำด้วยแก้วมณี ก้านขนและขาทำด้วยเงิน ทำให้เวลาเดินเกิดเสียงกระทบกันของก้านปีก จนเกิดความไพเราะประดุจเสียงทิพยดนตรี

     แต่กว่านางวิสาขาจะได้เครื่องประดับที่เลิศที่สุดในปฐพีขนาดนี้ ก็ไม่ได้เกิดจากการเป็นประธานถวายผ้าจีวรแค่ผืนสองผืนเท่านั้น แต่เกิดจากนางเคยถวายจีวรพร้อมด้วยเข็มและเครื่องย้อมแด่พระภิกษุมามากถึง 20,000 รูป ในสมัยของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า และสั่งสมบุญบารมีประเภทนี้มานับชาติไม่ถ้วน

     ดังนั้น การที่เราจะถวายผ้ากฐินหรือจีวรเพียงแค่ปีละ 1 ผืน ซึ่งต่อให้ถวายตลอดชีวิตจนหมดอายุขัย อย่างมากก็ได้ไม่เกิน 100 ผืน ฉะนั้นการเป็นประธานกองกฐินปีละ 1 ครั้ง จึงไม่ถือเป็นการสั่งสมบุญที่มากเกินไป จากข้อมูลตรงนี้เอง จะเห็นว่า..ถ้านางวิสาขาไม่มีบุญจากการถวายผ้าจีวรมามากพอ ก็จะไม่ไปดลจิตดลใจให้ใครคิดจะทำเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ให้นาง เพราะเป็นเครื่องประดับที่ทำยากมาก ต้องใช้คนทำจำนวนมาก จนบิดาของนางวิสาขาต้องจ้างช่างทองมาช่วยกันทำมากถึง 500 คน อีกทั้งยังต้องใช้เวลาทำนานถึง 5 เดือน แถมค่าจ้างช่างยังแพงถึง 1 แสนกหาปณะ แต่ด้วยบุญบารมีที่เต็มเปี่ยมของนางวิสาขา จึงบันดาลให้มีเครื่องประดับคู่บุญเกิดขึ้น

     เมื่อกล่าวถึงอานิสงส์กฐินกันพอสังเขปแล้ว ก็จะขอเล่าถึงเหตุการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นก่อนจะถึงวันทอดกฐินของวัดพระธรรมกายกันบ้าง คือ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 09.00 น. คุณครูไม่ใหญ่ท่านเมตตาให้นำผ้าไตรจักรพรรดิที่จะมอบให้ประธานกองกฐินเข้าไปในอาคารภาวนา ซึ่งเป็นสถานที่ทำวิชชา เพื่อท่านจะได้นั่งสมาธิอธิษฐานจิตเติมความศักดิ์สิทธิ์ทุกวัน โดยมีคณะสงฆ์ที่ตั้งใจปฏิบัติธรรมเป็นตัวแทนในการอัญเชิญเข้าไป และผ้าไตรทั้งหมดนี้จะนำออกมามอบให้เจ้าภาพผู้เป็นประธานกองกฐิน ในวันที่สว่างที่สุดดีที่สุด คือ วันครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งเป็นวันที่หลวงปู่ค้นพบวิชชาธรรมกาย ณ วัดโบสถ์บน ต.บางคูเวียง อ.บางคูเวียง จ.นนทบุรี โดยปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 8 กันยายน และเมื่อรับผ้าไตรจักรพรรดิไปแล้ว ก็ขอให้ทำตามหลักวิชชาที่คุณครูไม่ใหญ่ให้ไว้ ดังโอวาทในลำดับต่อไป..
 

โอวาทจากคุณครูไม่ใหญ่


     “เมื่อได้ผ้าไตรไปแล้ว สิ่งที่เราจะต้องทำในขั้นตอนต่อไปก็คือ ไปเช็ดโต๊ะหมู่หิ้งบูชา หรือบนหัวนอน ที่เราจะเอาไว้วางผ้าไตร ให้เช็ดทุกด้าน ทุกทิศ ทุกทางให้สะอาดปราศจากสิ่งสกปรกหรือฝุ่นผง เช็ดอย่าให้เหลือแม้แต่นิดเดียว เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อสมบัติและสิริที่จะเข้ามา

     “พอทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เราไปอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นจนจิตใจสบาย ร่างกายสดชื่นดีแล้ว ก็นำผ้าไตรจักรพรรดิมหาสมบัติไปวาง โดยหาพานหรือภาชนะอะไรก็ได้ที่วางแล้วดูสวยงาม ดูแล้วเหมาะสมที่จะเป็นที่ตั้งแห่งผ้าไตรจักรพรรดิมหาสมบัติ

     “จากนั้น ก็อัญเชิญผ้าไตรไปตั้งด้วยความเคารพ เพราะว่าทุกเส้นด้าย ทุกอณูเนื้อของเส้นด้าย เต็มไปด้วยผู้มีฤทธิ์ มีอานุภาพ และมหาสมบัติทั้งหลาย เมื่อนำไปตั้งแล้ว ก็ให้กราบที่ผ้าไตรซึ่งเป็นธงชัยของพระอรหันต์ แล้วก็นั่งสมาธิให้จิตใจเราสะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส หลังออกจากสมาธิแล้วก็กราบไปที่ผ้าไตรอีกครั้ง และตั้งใจมั่นอธิษฐานจิตให้ดีว่า ข้าพเจ้าได้นำผ้าไตรจีวรนี้มาตั้งไว้เพื่ออธิษฐานเป็นประธานกองกฐินสามัคคี ขอให้ความปรารถนานี้สำเร็จเป็นอัศจรรย์ และให้มีสมบัติอัศจรรย์ทันใช้สร้างบารมีในชาตินี้ มีสมบัติไหลมาเทมาตั้งแต่วินาทีที่ได้อัญเชิญผ้าไตรจักรพรรดิมหาสมบัติขึ้นประดิษฐานไว้บนพาน “ให้ทำอย่างนี้ทุกวัน อย่าให้ขาดเลยแม้แต่วันเดียวจนกระทั่งถึงวันทอดกฐิน..”

และเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557 คุณครูไม่ใหญ่ก็ฝากโอวาทในช่วงปลีกวิเวกมาว่า..

     “ผ้าไตรกฐินปีนี้ซ้อนความศักดิ์สิทธิ์เป็นพิเศษในอาคารภาวนา ซ้อนให้ใสทุกผืน ใสข้างในกลาง และตั้งผังให้ได้ทรัพย์ทั้งภายใน ภายนอก ครูไม่ใหญ่อยากให้ทุกคนเป็นประธานกองกฐิน อยากให้เขามีบุญเยอะๆ ดังนั้นต้องตั้งเป้าตั้งผังไว้ว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต เราต้องเป็นประธานกองกฐินให้ได้”
 
อ่านบทความ....

 


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
ลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ

เวียนเทียนวันวิสาขบูชาเวียนเทียนวันวิสาขบูชา

ทอดกฐินทุกวัดทั่วไทย สร้างบุญใหญ่ให้แผ่นดินทอดกฐินทุกวัดทั่วไทย สร้างบุญใหญ่ให้แผ่นดิน



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

พุทธประวัติ - วันสำคัญในพระพุทธศาสนา