ข่าวจากปรโลก - สึนามิ (Tsunami)


[ 1 ม.ค. 2549 ] - [ 16172 ] LINE it!

            ข่าวจากปรโลก Noticia despues de la muerte. (El caso de Tsunamis en Tailandia)

             เมื่อเหตุการณ์ธรรมชาติเกิดขึ้น เพราะการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ทำให้คลื่นยักษ์เกิดขึ้นมาสู่ชายฝั่ง เป็นคลื่นใต้น้ำมาเลย

             ผู้ประสบภัยในครั้งนี้ก็ได้ประสบภัยต่าง ๆ กันนะ ตั้งแต่เล็กน้อย เสียทรัพย์สิน บาดเจ็บ สาหัส จนกระทั่งบางท่านก็ไม่เป็นอะไรเช่น นักสร้างบารมีเจ้าของรีสอร์ทแห่ง หนึ่งที่เกาะลันตา

             ในขณะที่คลื่นยักษ์โถมเข้าใส่มายังบริเวณด้านหน้าของรีสอร์ทที่เกาะลันตานั้นปรากฏว่า มีอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นมาบังเอาไว้ทำให้คลื่นยักษ์นั้นชะงักและลังเลเราควรจะไปทางไหนดี

             ในที่สุดก็แหวกออกสะปริ้นออกสองข้างทางผลปรากฏว่า รีสอร์ทของนักสร้างบารมีไม่เป็นอะไรเลย แต่รีสอร์ทที่อยู่สองข้างกลับโดนคลื่นซัดพัง ซึ่งล้วนแต่เป็นบาร์เบียร ์อาบ อบ นวด อะไรต่างๆ เหล่านั้นดูเหมือนคลื่นยักษ์นั้นนะไม่ต้องการให้มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นบนโลก กวาดไปซะเกลี้ยงตกทะเลไปหมดเลย เหลือแต่รีสอร์ทดี ๆ อยู่

             เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังก็คือ บุญบาปของแต่ละท่านที่มีมานะไม่เหมือนกัน
จึงเจอไม่เหมือนกัน บางคนก็เจอ บางคนก็ไม่เจอ ณ สถานที่เดียวกัน

             คนที่มีกรรมปาณาติบาตเท่านั้นแหละก็จะทำให้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ที่โดนคราวนี้ แต่มีกรรมปาณาติบาตเป็นหลัก คือ ฆ่าสัตว์ ตัดชีวิตอะไรต่าง ๆ ทั้งสัตว์เดรัจฉานและก็สัตว์ประเสริฐ มนุษย์ มะเนิดอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นต้น

             ถ้ามีกรรมปาณาติบาตน้อย หรือแค่เศษกรรม ปาณาติบาตก็จะแค่บาดเจ็บแต่ถ้ามีกรรมปาณาติบาต มากก็ถึงกับเสียชีวิต การที่ต้องมาตายพร้อมกัน ร่วมกัน ไม่ใช่เป็นพระประสงค์ของใคร และไม่ใช่ความปรารถนาของใครด้วย และก็ไม่ใช่ทำกรรมปาณาติบาตร่วมกันทั้งหมด

             บางท่านก็ทำกรรมต่างกรรมต่างวาระกัน แต่กรรมมาส่งผลพร้อมกัน แต่บางกลุ่มเคยทำกรรมร่วมกัน เลยต้องตายพร้อมกันก็มี ทำกรรมคล้ายกันคือ ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ฆ่าคน สัตว์อะไรต่างๆ อย่างนี้คล้าย ๆ กัน แต่คนละแห่งกัน

             พวกที่ตายแล้ว กายละเอียดก็ยังอยู่บริเวณที่ตายและสอง พวกที่ตายแล้วก็ไปปรโลกเลยทันที คือบางส่วนก็อยู่ตรงนั้น บางส่วนก็ไปปรโลกเลย พวกที่ไปปรโลกเลยก็จะมีอยู่สองประเภท คือ ไปตามกำลังบุญและบาปของตัวที่ได้กระทำ

             เช่น พวกที่ทำบุญเป็นอาจิณกรรม มีจิตใจผ่องใสเป็นปกติ เมื่อละโลกแล้วก็จะไปสู่สุคติภูมิ คือภพภูมิที่ดี เช่น เป็นรุกขเทวา

             สามารถเดินได้ในระดับยอดไม้ เมื่อเดินได้บนระดับยอดไม้เท่านั้นก็รู้สึกตื่นเต้นว่า เอ๊ะ ทำไมตนเองสามารถเดินอยู่ได้ในระดับยอดไม้

             จนบุญนำไปให้ บุญก็นำต่อไปอีก เอ๊ะ ตอนแรกก็ตื่นเต้นว่าเอ๊ะ ทำไมเราเดินอยู่บนยอดไม้ แล้วก็บุญก็นำไปอีก ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปเห็นวิมานของตนอยู่บนยอดไม้ บ้านคือวิมานของเรา

             บางพวกก็ไปเกิดเป็นอากาศเทวาในวิมานของตน คือ วืดสูงกว่ายอดไม้ไปอีกระดับจากพื้นดิน ๑โยชน์

             บางพวกก็ไปเกิดบนสวรรค์ทีเดียวในเทวโลก ชั้นจาตุมหาราชิกาก็มี ดาวดึงส์ก็มีเป็นต้น
ที่ชั้นจาตุฯ ก็จะไปเป็นพวกนาค ยักษ์ คนธรรพ์ ส่วนเป็นครุฑไม่มากเท่าไหร่ นิดเดียว
ไปดาวดึงส์ก็มีปริมาณน้อยที่สุด

             ส่วนพวกที่มีจิตเศร้าหมองก็จะมีทุคติเป็นที่ไปไปสู่ปรโลกก็มีทุคติกับสุคติ เราเล่าสุคติไปแล้ว ตอนนี้พวกจิตเศร้าหมอง พวกแรกจิตผ่องใส เศร้าหมองก็จะมีทุคติเป็นที่ไป

             เช่น พวกที่ตอนมีชีวิตอยู่ดื่มเหล้าเป็นปกติ ตอนที่คลื่นยักษ์โถมมานั้นนะ ตายกำลังเมาพอดี แล้วก็อาจิณกรรมที่ดื่มเหล้าเป็นปกติ ตายแล้วก็ไปเกิดในมหานรกขุม ๕ ทันที
ไปถูกนายนิรยบาลกรอกน้ำกรดสีดำร้อน ในมหานรกขุม ๕ นายนิรยบาลก็เกิดขึ้นด้วย วิบากกรรมของตัวเอง ซึ่งต่างจากยมโลก ยมโลกจะมีเจ้าหน้าที่เป็นกุมภันฑ์

             บ้างเล่นการพนันตั้งแต่มีชีวิตอยู่ คือใจหมกมุ่นอยู่กับเรื่องการพนันนะแม้ในขณะที่คลื่นซัดมานะ ยังเล่นการพนันอยู่

             ตายไปแล้วก็ไปเกิดในมหานรกขุม ๖ ถูกอุปกรณ์ในการเล่นการพนันนั้นนะ เป็นเหล็กร้อนหล่นใส่ลงมานี่ ทุกข์ทรมานทีเดียว.

             บางพวกที่มีเวรปาณาติบาต มีอาชีพจับสัตว์น้ำเป็นประจำ ชาวประมงนะ ตายไปก็ไปเกิดเป็นปลาในทันที เพราะใจมันหมกมุ่นอยู่กับอะไร  ภาพเหล่านั้นมันมาปรากฏอยู่ในใจ มันก็แว็บไป ดูดไปเลย

          บางพวกเมื่อตายแล้วยังไม่รู้เลยว่า ตัวเองนะตาย ไม่รู้เลย คือ กายหยาบนะจมน้ำตาย แต่กายละเอียดยังวิ่งหนีอยู่ คือ หลุดออกมาแล้ว โดยไม่รู้ว่า ตัวเองตายไปแล้ว หลุดออกมาจากกายหยาบ กายหยาบจมน้ำอยู่ กายละเอียดวิ่ง

             บางพวกก็ไม่แน่ใจ ไม่แน่ใจนะ เพราะเมื่อสักครู่ เมื่อถูกน้ำพัด คลื่นซัดลงไปในทะเล
ก็รู้สึกว่าทุกข์ทรมาน แล้วก็คิดว่าตัวเองไม่รอดแน่

             แต่พอหลุดออกมาแล้ว รู้สึกว่า เอ๊ะ ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว หลุดออกมาแล้ว ความรู้สึกทุกข์ทรมานนั้นหมดไป ก็ไม่แน่ใจ บางพวกรู้ตัว เพราะเห็นร่างตนเองนอนตายอยู่

             บางส่วนก็ยังปะปนกับฝูงชนที่วิ่งหนีคลื่นยักษ์และวิ่งหนีไปนั่งพักบนที่สูง เช่น บนเขา วิ่งปนกับฝูงชนไปนะ เหมือนเรามานั่งอยู่ก็มีปน ๆ มานั่งอยู่อย่างนี้,

             โดยที่ยังไม่รู้ว่า ตนนะเสียชีวิตไปแล้ว เพราะไม่ได้ทุกข์ทรมานแล้วมันหลุดออกแล้วนี่ ก็วิ่งหนีพร้อมกับฝูงชนนะวิ่งหนีกัน ไม่รู้ว่าคนหรือผี แต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไปก็รู้สึกแปลกใจว่า เอ๊ะ ทำไมเราพูดกับใครนะไม่รู้เรื่องเลย


             หันมาพูดกับคนที่วิ่งไปด้วยกันนะ พอเวลามานั่งพักด้วยกันนะบนเขา เอ้อ เป็นอย่างนั้นอย่างนี้อะไรต่าง ๆ เอ้อ คุณว่าไง นั่นก็ดูเฉย ๆ ไม่หือไม่อือ

             บางพวกก็นั่งร้องไห้ บางพวกก็ตีโพยตีพาย ที่นั่งร้องไห้ก็ร้องไปเรื่อย สะอึกสะอื้นไปเรื่อย ๆ บางพวกก็โหวกเหวกโวยวายอะไรต่าง ๆ

             กายละเอียดแต่ละตนล้วนแล้วแต่ตื่นตระหนก จิตใจสับสน พวกที่รู้ตัวว่าตาย เพราะเห็นศพตนเองนอนอยู่ ก็รู้สึกงง ทำอะไรไม่ถูกเลย

             เห็นร่างของตัวเองแล้วก็งง คือไม่รู้จะทำอะไร สมมุติเราเดินออกจากกายมนุษย์ แล้วก็ เอ๊ อยู่ ๆ เอ๊ นั้นเรา เอ๊ นี่เรา เอ๊ นั้นเรา เอ๊ นี่เราอะไรอย่างนี่ และเอ๊ะ แล้วเราจะไปตรงไหนต่อ ไม่รู้จะทำอย่างไงนี่ จะไปพูดกับใคร จะไปคุยกับใคร จะไปติดต่อกับใคร ไม่รู้นี่ แล้ว ๆ ร่างที่ตรงนั้นแล้วเราจะทำอะไรน่ะ เราทำไง เราจะเข้าไป มันงงไปหมด ตอนช่วงนั้นมันจะสับสนนะ นี่เราต้องศึกษากันให้ดีทีเดียว

             ทีนี้เมื่อเวลาผ่านไป บางพวกที่หมู่ญาติทำบุญให้ทันที พอตายปั๊บ เนื่องจากตัวเคยมี ความเกื้อกูลกันในปัจจุบัน กับหมู่ญาติ เคยสงเคราะห์ญาติ หรือในอดีตมีบุญที่เคยเกื้อกูลญาติ กับหมู่ญาติเมื่อได้รับบุญกายก็เริ่มผ่องใสแล้วก็เบาเบาในระดับที่พอนึกถึงบ้าน ก็สามารถแวบกลับบ้านถึงทันที

             แต่บางพวกนึกถึงบุญไม่ออก แล้วก็ไม่มีใครทำบุญให้ พวกนี้กายจะหนัก จะเป็นพวกสัมภเวสี เมื่อคิดจะกลับบ้านก็ต้องตะเกียกตะกาย กลับบ้าน บางพวกก็ทำตัวเหมือนว่ายังเป็นมนุษย์ คืออาศัยขึ้นรถของมนุษย์กลับบ้าน มานั่งข้าง ๆ หญิงสาวคนหนึ่ง ด้วยท่าทางจ๋อง ๆ

             พวกที่ยังไม่รู้ตัวว่าตาย เมื่อกลับไปหาครอบครัวแล้วคุยกับใคร ไม่รู้เรื่องรอบตัว ก็เลยรู้สึกหงุดหงิด ถ้าใครมักโกรธก็จะต้องไปเกิดเป็น (ยักษ์) แต่นี่ยังไม่ถึง ขนาดนั้น รู้สึกหงุดหงิดทำให้สภาพกายละเอียด เริ่มเปลี่ยนไปเป็น มีกลิ่นคล้ายศพที่เน่าเหม็น

             บางคนนี่บอก เอ เหมือน เอ ทำไมเรากลับจากงานศพมา เอ มันทำไมมีกลิ่นเหมือนกลิ่นศพตามมาในรถ ต้องเคยได้อย่างนี้มั่ง จึงทำให้หมู่ญาติได้รับกลิ่นนั้นได้ เหมือนมีกลิ่นของศพวนเวียนอยู่

 

             บางพวกนี่เยอะ นี่หลายพวกแล้วนะ ที่หมู่ญาติอุทิศบุญกุศลไปให้ ได้รับบุญแล้วก็เป็นกายละเอียดชั้นดี แต่เป็นกายละเอียดชั้นดี ก็จะทำให้หมู่ญาติ ได้กลิ่นเหมือนกลิ่นของหอม

             กล่าวถึงอีกพวกหนึ่งที่ถูกน้ำซัดลงไปในทะเล พวกที่มีอัธยาศัยมักโกรธก็จะถูกพวกยักษ์น้ำนำตัวไป ซึ่งเราจะต้องไปศึกษาภพภูมิของยักษ์น้ำอีกจะเป็นอย่างไงกัน

             พวกที่มีอัธยาศัยราคะจริต หรือมีเศษกรรมสุราอยู่บ้างแต่ไม่มาก ก็จะถูกพวกนาคน้ำนำตัวไปอยู่ด้วย สุราปนราคะเนี่ย แต่ไม่มากนะ

             พวกที่อยู่บนบก บางพวกก็ถูกยักษ์บก หรือพวกภุมเทวาสายคนธรรพ์หรือวิทยาธรพาไปดูแลช่วยเหลือ
เขาจะส่งคนมาเลย ส่ง ยักษ์ก็จะส่งยักษ์มา เป็นยักษ์ภุมเทวา คนธรรพ์ก็ คนธรรพ์ภุมเทวา หรือวิทยาธรก็ วิทยาธรภุมเทวา ก็มาชวน ไป ไป ไปอยู่ตรงนั้น ตรงนี้อะไร รู้ไหมตอนนี้ตายแล้วนี่ เมื่อตายแล้วต้องไปอยู่ตรงนี้ ตรงนี้ ก็ไปอย่างงง ๆ อย่างนั้นแหละ เพราะเอ เมื่อกี้เราเป็นมนุษย์อยู่ เอ๊ จู่ ๆ เรามาเป็นอย่างนี้มันก็งง ๆ

             เมื่อเวลาผ่านไปได้ ๔-๕ วัน ส่วนใหญ่ก็จะเริ่มรู้ตัวว่าตนเองตายแล้ว ในช่วงเวลาที่รู้ตัวว่าตายแล้วก็จะแบ่งเป็น ๓ พวกใหญ่ ๆ

             ๑. พวกกายละเอียดเศร้าหมอง ก็จะนั่งซึมเศร้าคอตก กายละเอียดเศร้าหมองจะซึมเศร้า แล้วก็คอตก เซ็งชีวิตอะไรอย่างนี้ ไม่รู้จะทำอะไรยังไง

            ๒.พวกที่สับสน ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็จะเดินไปเดินมา วนไปวนมาอยู่ในบริเวณนั้นน่ะ ไม่รู้จะทำอะไร

             ๓.พวกที่พยายามนึกถึงสิ่งที่ตนเองเคารพนับถือ บ้างก็อยู่เดี่ยว บ้างก็อยู่เป็นพวก ๆ
พวกที่ตรึกระลึกถึงบุญ ถึงพระรัตนตรัย
ก็จะมีกายที่ผ่องใส มีรัศมีออกมามากกว่าพวกอื่น ๆ

             นี่มันเป็นอย่างนี้แหละ นี่ไม่ได้แปลว่าเราจะมา เกทับบรับแหลกหรืออะไร ไม่ใช่นะ มันเป็นเรื่องความเป็นจริงของชีวิต ซึ่งเราจะต้องมีความรู้ตรงนี้ถ้าความรู้ของเดิมมันไม่สมบูรณ์ ก็ต้องมาเติมความรู้ใหม่ให้สมบูรณ์ แล้วทำใหม่ซะ ให้ทำใหม่ซะ เพิ่มเติมขึ้น

             เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนความเชื่อก็ได้ ถ้าเรามีความสุข รู้สึกว่าถ้าเชื่ออย่างเดิมมีความมั่นใจ สุขใจก็เอา แต่ว่าความจริงชีวิตมันอีกอย่างหนึ่ง ความเชื่อกับความจริงมันอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้นน่ะเผื่อเหนียวต้องให้มา ทำตรงนี้เอาไว้ นี่เรื่องสำคัญนะ

             มาอีกพวกหนึ่งล่ะ นี่หลายพวกแล้วนะ พวกที่กายใจเศร้าหมอง ก็จะมองไม่เห็นพวกที่มีกายใจผ่องใส

             ยังมีอีกพวก พวกที่เป็นกลางๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปก็เห็นแต่กายของผู้ที่จิตใจดีแต่ไม่เห็นความสว่าง ของเขา เห็นกายเขา แต่ไม่เห็น ไม่มีตา ไม่ละเอียดจนกระทั่งเห็นความสว่างของเขา

             อีกพวกหนึ่งนี่หลายพวกแล้วนี่ ๆ พวกที่กายและใจผ่องใสก็จะเห็นกันและกัน เห็นทั้งกายแล้วก็เห็นแสงสว่างด้วย อีกพวกหนึ่ง ยังไม่หมด ยังหลายพวก พวกที่นึกถึงพระรัตนตรัย นึกถึงบุญ และได้รับบุญที่ญาติอุทิศไปให้ กายก็จะค่อย ๆ เบาขึ้น และลอยขึ้นไปเรื่อย ๆ จนเห็นทางสว่าง คือมันจะเป็นทางสว่าง เหมือน ๆ พรมสีแดงอย่างนี้ แต่มันสว่าง แล้วก็จะเดินไปตามทางสว่างนั้น ไปเกิดตามภพภูมิ ตามกำลังบุญของตน

             อีกพวกหนึ่ง ยังไม่จบ พวกที่ใจเศร้าหมอง เมื่อใจเศร้าหมองมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างกับตอนแรกนะนั่นหมองทันที หมอง ๆ เป็นอาจิณกรรม นี่ นี่หมองขึ้นเรื่อย ๆ ใน ๗ วันนี้ หมอง ๆ ไปเรื่อยๆ ก็จะถูกดูดหายแวบไปเกิดในนรกขุมต่าง ๆ ตามกำลังบาปของตน พอหมองมันก็ไปดูดบาปที่ตัวทำเอาไว้นะ นี่ไปเจอแฮ่ ๆ นี่เห็นไหม เจอนายนิรยบาลนะจ๊ะ

             แต่โดยส่วนใหญ่ยังนึกถึงบุญไม่ได้ นึกถึงบาปก็ไม่ออก ยังงง ๆ ทำอะไรก็ไม่ถูก จะอยู่ ณ บริเวณที่ตายจนถึงวันที่เจ็ด

             ทวนอีกที แต่โดยส่วนใหญ่ยังนึกถึงบุญไม่ได้ นึกถึงบาปไม่ออก ยังงง ๆ ทำอะไรไม่ถูก อยู่ ณ บริเวณที่ตายจนถึงวันที่เจ็ด

             ภายหลังจากตายนั้น นับจากวันเวลาที่เสียชีวิต คือพอตายปุ๊บนับวินาทีนั้นไปเลย รวมเป็นชั่วโมงของโลกได้ ๑๖๘ ชั่วโมง ๗ วัน

             พวกที่โซซัดโซเซกลับบ้าน นี่คือพวกที่เป็นกลาง ๆ นะ พวกที่โซซัดโซเซกลับบ้าน พอครบ ๑๖๘ ชั่วโมงก็จะแวบกลับมา ณ บริเวณที่ตัวเองเสียชีวิตและทันใดนั้นเองในนาทีแรก ๑๖๘.๑ ในหลังจาก ๑๖๘ ไปได้ ณ วินาทีนั้นเจ้าหน้าที่ก็มาปรากฏกายเกิดขึ้น

             ถ้าใครใจหมองก็ต้องไปอบาย ผู้ที่ยอมไปดี ๆ ก็ เขาก็แค่เอาโซ่ผูกกันไป คล้องคอกันไป ที่ไม่ยอมไป ก็ลากถูลู่ถูกังกันไป ก็ไปอยู่หน้าลานโรงพิพากษา เต็มกันไปหมดเลย เยอะแยะ ซึ่งโรงพิพากษาก็มีจำนวนมากทีเดียว แล้วก็ยมโลกก็ไปตามกำลังบาปของตัว ยมโลกก็มีมากมายก่ายกองตามขุมต่าง ๆ ก็แล้วแต่กำลังของบาปของแต่ละคนก็ไปกันไปอย่างนั้น ถูลู่ถูกังกันไปเลย ก็จะต้องไปคอยกันอยู่ตรงนั้นน่ะ พอถึงเวลาก็จะมีผู้ประกาศ เจ้าหน้าที่เขาจะประกาศ ถึงวาระคนนั้นคนนี้ก็ว่ากันไป ก็เสียงก็ระงมกันไป อยู่หน้าลานพิพากษา ตรงลานพิพากษาเรื่อยกันไปเลย ยิ่งบรรยากาศที่นั้นมันทึมๆ มันทั้งร้อนทั้งทึม แล้วก็มีปฏิมากรรมนรก เป็นรูปอาวุธทั้งนั้นเลย โอ้น่ากลัวทีเดียว

             ผู้ที่เสียชีวิตจากคลื่นยักษ์ ต่างก็มีคติที่ไปที่แตกต่างกัน บางพวกก็จะถูกเจ้าหน้าที่นำตัวไปยังยมโลก เจ้าหน้าที่ต่างก็ช่วยกันคุมตัวสัตว์นรกมายังประตูยมโลก
แล้วก็นำสัตว์นรกมายังหน้าลานนั้น คอยฟัง เขาร้องกันระงมกันเลยอยู่ตรงนั้น ร้องกันระงม
แล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่เรียกเข้าไปเรื่อยเลย เรียกๆ บัญชีไปปรากฏอยู่ตรงนั้น ผ่านเข้าไปยังโรงพิพากษา ผ่านปฏิมากรรมยมโลกที่มีแต่อาวุธทั้งนั้น ข่มขวัญกันตั้งแต่แรก ดีก็ฝ่อลงไปเรื่อยๆ

             จากนั้นสัตว์นรกจะต้องรอคำพิพากษาจากท่านพญายมราชอยู่หน้าบัลลังก์ พอมาถึงตรงนี้นะ จะมียศถาบรรดาศักดิ์อะไร ถูกริบไปหมดแล้ว ใหญ่ๆ แค่ไหน ใหญ่น้อยกว่าโลง พอมาถึงหน้าบัลลังก์นี้นะ เล็กลงไปอีก เล็กกว่าโลงลงไปอีก เล็กลงไปเรื่อยๆเลย ตอนมีชีวิตอยู่ เขาเรียกท่าน แต่พอไปตรงนั้น เขาเรียกสัตว์นรก มันแปลกทีเดียวเลย

            บางพวกที่มีบุญน้อยก็ไปเกิดเป็นรุกขเทวดาอยู่บริเวณนั้น ส่วนพวกที่มีบุญมากขึ้นมา ก็จะเห็นทางสว่างปรากฏขึ้น ต่างก็เดินไปตามทางสว่างนั้น บางคนก็ไปเกิดเป็นอากาศเทวา นี่ซ้ำเดิม บางคนก็ไปเกิดเป็นเทพบุตรในชั้นจาตุมหาราชิกา และบางคนก็ไปเกิดเป็นเทพบุตรที่ชั้นดาวดึงส์



Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
มหาเศรษฐีในสมัยพุทธกาลมหาเศรษฐีในสมัยพุทธกาล

กำหนดการพิธีอัญเชิญรูปหล่อทองคำพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายกำหนดการพิธีอัญเชิญรูปหล่อทองคำพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย

บั้งไฟพญานาค ตำนาน ความเชื่อ หรือความจริง!!!บั้งไฟพญานาค ตำนาน ความเชื่อ หรือความจริง!!!



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

เรื่องเด่นทันเหตุการณ์