อานิสงส์บูชาการอุบัติขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


[ 3 มิ.ย. 2558 ] - [ 17468 ] LINE it!

อานิสงส์บูชาการอุบัติขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เรื่อง : พระมหาเสถียร สุวณฺณฐิโต ป.ธ. ๙ / พระมหาวิริยะ ธมฺมสารี ป.ธ. ๙ /
ภาพประกอบ : กองพุทธศิลป์
จากวารสารอยู่ในบุญฉบับเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๘

สุโข พุทธานัง อุปปาโท
การอุบัติเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าทั้งหลายนำสุขมาให้
ดวงจันทร์ในคืนวันเพ็ญโคจรไปในอากาศ สว่างกว่าหมู่ดวงดาวด้วยกำลังแห่งรัศมี
เฉกดังพระชินสีห์เมื่ออุบัติในโลก รุ่งโรจน์กว่าสัตว์ทั้งมวล



     พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์เป็นบุคคลศักดิ์สิทธิ์และอัศจรรย์ แม้ขณะยังทรงมิได้ตรัสรู้ก็ตาม ทรงมีพระประวัติที่งดงามหมดจด ไม่มีใครเปรียบได้เลย ควรแก่การบูชาอย่างยิ่ง สมควรที่จะศึกษาเรื่องราวของพระองค์และน้อมจิตระลึกถึงเป็นพุทธานุสติแน่นแฟ้นในใจ เหมือนเรื่องของ พระชาติปูชกะเถระผู้ได้ทำการบูชาในความยิ่งใหญ่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านับตั้งแต่ช่วงที่พระองค์เพิ่งประสูติทีเดียว

     ย้อนหลังไปในยุคพระวิปัสสีพุทธเจ้าท่านได้เกิดเป็นลูกเศรษฐี เมื่อเติบโตขึ้นได้ทราบเรื่องราวความมหัศจรรย์ของพระกุมารวิปัสสีโพธิสัตว์ว่า ขณะที่อุบัติด้วยรูปกายนั้นเกิดแสงสว่างเจิดจ้าไปทั่วทุกทิศทุกทาง พื้นแผ่นดิน ทะเล มหาสมุทร ภูเขา ก็หวั่นไหวเหล่าโหราจารย์ได้พากันพยากรณ์พระกุมารว่าต่อไปพระองค์จะได้เป็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่าชาวโลกทั้งปวง และจักขนเหล่าสรรพสัตว์ออกจากห้วงทุกข์แห่งวัฏสงสาร

     เมื่อเขาทราบเรื่องมหัศจรรย์เช่นนั้นก็มีจิตเลื่อมใส คิดที่จะทำการบูชาพระกุมารวิปัสสีโพธิสัตว์ โดยได้ทำการบูชาตามลำดับใน ๓ ช่วงวัยของพระองค์ คือ

          ๑. ทำการบูชาในเวลาที่พระองค์ยังทรงเป็นพระกุมาร
          ๒. ทำการบูชาในช่วงที่พระองค์ทรงเจริญวัยขึ้น
          ๓. ทำการบูชาในช่วงที่พระองค์ทรงครองสมบัติ

     แต่เสียดายที่ท่านเสียชีวิตลงก่อน ยังไม่ทันเห็นพระกุมารเสด็จออกผนวชและตรัสรู้ธรรมเมื่อละโลกก็ได้ไปบังเกิดในสวรรค์ จากนั้นเวียนว่ายตายเกิดในสุคติภูมิอย่างเดียว

     ในชาติสุดท้ายนี้ ท่านได้บังเกิดในตระกูลหนึ่ง ครั้นอายุล่วงมาได้ ๘๗ ปี ได้เกิดความเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วออกบวชบำเพ็ญเพียร ไม่นานนักก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ จากนั้นได้ระลึกชาติย้อนไปดูผลบุญในอดีต เมื่อเห็นด้วยญาณทัสนะชัดเจนแล้ว จึงพรรณนาอานิสงส์การบูชานี้ว่า...
 
      “..เมื่อถือกำเนิดในสุคติภูมิ ไม่ว่าจะเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ย่อมโดดเด่นเลิศล้ำกว่าใคร ๆ แม่นมพี่เลี้ยงทั้งหลายดูแลบำรุงรักษาเป็นอย่างดีคอยเอาใจประคบประหงมตามที่ใจต้องการโดยไม่มีใครทำให้ขุ่นเคืองหรือขัดใจเลย อีกทั้งผลบุญแห่งการบูชาอย่างนี้ ยังทำให้ได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๔ ครั้ง และได้บรรลุปฏิสัมภิทาญาณ ๔ วิโมกข์ ๘ อภิญญา ๖..” พุทธลักษณะที่น่าอัศจรรย์
 

     เรื่องราวของพระวิปัสสีพุทธเจ้าในช่วงครองฆราวาสวิสัยนั้น จะขยายความเพิ่มเติมจากข้างต้น เพื่อให้เข้าใจ เห็นภาพชัดขึ้น และเพิ่มความเลื่อมใสในพระพุทธองค์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป

     เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์เสด็จออกจากพระครรภ์พระมารดา ทั่วหมื่นจักรวาลได้เกิดแสงสว่างเจิดจ้ากว่ารัศมีเทวดานับประมาณมิได้ และเกิดสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วหมื่นจักรวาล พวกพราหมณ์พยากรณ์ได้กราบทูลพระเจ้าพันธุมา ผู้เป็นพระราชบิดาของพระโพธิสัตว์ว่า “ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์จงดีพระทัยเถิด พระราชโอรสของพระองค์ที่ได้ประสูติแล้วจะทรงมีศักดิ์ยิ่งใหญ่ พระกุมารนี้มีลักษณะมหาบุรุษครบบริบูรณ์ ๓๒ ประการ” ความพิเศษของลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการของพระวิปัสสีกุมารนี้มีมากมาย เช่น

     ลักษณะพิเศษทางตา คือ ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน สามารถทอดพระเนตรเห็นได้ไกลในรัศมี ๑ โยชน์ อีกทั้งไม่เคยต้องกะพริบพระเนตรเลย ไม่เหมือนตาของคนทั่วไปที่ต้องคอยกะพริบบ่อย ๆ เพื่อหล่อเลี้ยงนัยน์ตาให้ชุ่มชื่นเสมอ ดังนั้นพระเนตรของพระองค์จึงเป็นเหมือนนัยน์ตาของเทวดาชาวสวรรค์ที่ไม่ต้องกะพริบ พระองค์จึงได้พระนามว่าวิปัสสี แปลว่า ผู้เห็นแจ้งวิเศษ

     ลักษณะพิเศษทางเสียง คือ ทรงเป็นผู้มีพระสุรเสียงกลมกล่อมไพเราะ เป็นที่ตั้งแห่งความรักแก่ผู้ได้สดับ คล้ายเสียงของนกการเวกที่ป่าหิมพานต์ คือ เมื่อนกการเวกใช้จะงอยปากจิกดื่มน้ำหวานในมะม่วงสุก มันจะกระพือปีกร้องดีใจเป็นอย่างมาก เสียงร้องนั้นสามารถทำให้สัตว์ทั้งหลายที่ได้ยินรู้สึกเคลิบเคลิ้มแทบคุมสติไม่อยู่ สัตว์บางตัวก็ทิ้งหญ้าที่คาบไว้เพื่อหยุดฟังเสียง สัตว์นักล่าขณะไล่ล่าอยู่ก็ชะงักเท้าหยุดจังงัง สัตว์ที่ถูกล่าก็ทิ้งความกลัวตายชะงักนิ่งเช่นกัน แม้นกในอากาศก็เหยียดปีกไว้แล้วหยุดฟัง ส่วนปลาในน้ำกระดิกครีบหยุดฟังเสียง แต่กระนั้นก็ตามพระสุรเสียงของพระองค์ยังไพเราะกว่าเสียงนกการเวกหลายร้อยหลายพันเท่า
 

     เปี่ยมด้วยพุทธิปัญญา พระวิปัสสีกุมารทรงมีความพิเศษตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ วันหนึ่งพระราชบิดาได้ประทับนั่งในศาลเพื่อพิพากษาคดีโดยทรงวางพระกุมารให้นั่งบนพระเพลา (ตัก) แล้วทำการไต่สวนพิจารณาคดี พระกุมารทรงใช้พระปัญญาพิจารณาคดีตามไปด้วยทรงทราบคดีนั้นอย่างทะลุปรุโปร่ง หากอำมาตย์พิจารณาตัดสินคนถูกให้กลายเป็นคนผิด พระกุมารก็จะทรงเปล่งพระสุรเสียงแสดงความไม่พอพระทัย สัญญาณนี้ทำให้พระราชาต้องตรัสว่า “พวกท่านช่วยพิจารณาคดีนี้อีกครั้งสิ” เมื่อพวกอำมาตย์พิจารณาคดีใหม่อย่างรอบคอบ ทำให้การวินิจฉัยคดีถูกต้องพอทรงเจริญวัย พระราชบิดาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างปราสาท ๓ ฤดู พระราชกุมารทรงเสวยสุขสมบัติในปราสาทแต่ละหลังเป็นเวลา ๔ เดือนทรงครองฆราวาสวิสัยยาวนานถึง ๘,๐๐๐ ปีเมื่อทรงเห็นเทวทูต ๔ จึงเสด็จออกผนวชด้วยรถม้าและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝึกพุทธานุสติอย่างง่าย..ด้วยพุทธประวัติ

     หากเรามีโอกาสทำการบูชาพระพุทธคุณในทางใดทางหนึ่งเหมือนการบูชาของพระเถระองค์นี้ ย่อมจะได้อานิสงส์เหมือนกับที่ท่านได้ เช่น หากเลื่อมใสการประสูติของพระองค์ จะได้อานิสงส์มีผู้เลี้ยงดูอย่างดี หรือหากเลื่อมใสการตรัสรู้ของพระองค์ จะได้อานิสงส์ทำให้มีสถานที่สัปปายะเหมาะแก่การเจริญภาวนาและเข้าถึงธรรมอย่างง่ายดายเป็นต้น

 

     ปัจจุบันเราสามารถทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าได้โดยผ่านการฟัง การอ่านและการทบทวนประวัติของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์เสมอ ๆ เมื่อซาบซึ้งดีแล้ว เราจึงจะเกิดความภาคภูมิใจที่ได้เกิดเป็นชาวพุทธ ขณะที่อ่านก็ให้สร้างมโนภาพตามให้ชัดเจนจนติดเข้าไปในใจประดุจเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ จะทำให้พุทธประวัติที่เราได้ศึกษาเป็นการฝึกพุทธานุสติ สามารถน้อมจิตภาวนาตรึกระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ง่ายขึ้นอีกด้วย..

วิสาขบูชา วันพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
วิสาขบูชา.. เป็นวันประสูติ
ประสูติวันเพ็ญเดือนหก วิสาขปุณณมี จุติจากดุสิตบุรี ประสูติทรงเดิน ๗ ก้าวทันที
พระมหาบุรุษผู้เปี่ยมบารมีได้เปล่งอาสภิวาจา “เราเป็นผู้เลิศในโลก เป็นผู้เจริญที่สุดในโลก
เป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก นี่เป็นชาติสุดท้าย ภพใหม่ของเราไม่มี”
วิสาขบูชา.. เป็นวันตรัสรู้
เพ็ญวันวิสาขมาส ทรงตั้งจิตอธิษฐาน “ตราบใดยังไม่บรรลุธรรมพระสัพพัญญุตญาณ
แม้เลือดและเนื้อในกายเหือดแห้งหายไปจะไม่ลุกจากบัลลังก์” มัชฌิมาปฏิปทา ท่านทำใจหยุดนิ่ง
ดำดิ่งเข้าสู่กลางของกลาง ได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
วิสาขบูชา.. เป็นวันปรินิพพาน
ดวงจันทร์นำความสว่างเจิดจ้ากลางท้องนภา องค์พระศาสดาส่องธรรมสว่างกลางใจ
ก่อนจะปรินิพพาน ประทานปัจฉิมโอวาท “สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง มีความเสื่อมสิ้นไปเป็นธรรมดา
ท่านทั้งหลายจงรีบทำประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท”
 
บทความที่เกี่ยวข้อง....
 


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
ข้อคิดรอบตัว เรื่อง วัดพระธรรมกายตอนที่ 1ข้อคิดรอบตัว เรื่อง วัดพระธรรมกายตอนที่ 1

ทุกวันอาทิตย์ เสา E6 รวมพลัง dmc.tvทุกวันอาทิตย์ เสา E6 รวมพลัง dmc.tv

ทบทวนบุญวันมาฆบูชา วันที่ 28 ก.พ. 2553ทบทวนบุญวันมาฆบูชา วันที่ 28 ก.พ. 2553



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

Review รายการ