เงินเลี้ยงหัวใจ


[ 11 ก.ย. 2561 ] - [ 748 ] LINE it!

  เงินเลี้ยงหัวใจ
ความกตัญญูมีอยู่ในหัวใจของลูกทุกคน แต่เดือนนี้เงินไม่พอใช้ จำเป็นต้องให้เงินพ่อแม่หรือไม่ 

เรื่อง : พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
จากรายการข้อคิดรอบตัว ออกอากาศทางช่อง DMC
 

ในปัจจุบันเงินมีความสำคัญในการดูแลคุณพ่อคุณแม่หรือไม่?
          มีสองระดับ คือใช้ในการบำรุงร่างกาย อีกระดับคือใช้ในการบำรุงจิตใจ ระดับแรกที่ใช้ในการบำรุงร่างกาย หมายถึง ถ้าคุณพ่อคุณแม่ท่านฐานะการเงินไม่ค่อยดี พออายุเยอะขึ้นท่านจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ถ้าลูกๆส่งเงินให้คุณพ่อคุณแม่ใช้ ทำให้ท่านดำรงชีวิตด้วยความผาสุกมากขึ้น ส่วนนี้คือความจำเป็นพื้นฐาน เป็นปัจจัย 4 ให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ ส่วนในขั้นที่สอง หากพ่อแม่ท่านมีการเงินดีกว่าลูก กรณีนี้เงินเดือนที่ได้มา จะต้องให้คุณพ่อคุณแม่หรือไม่ ในเมื่อท่านไม่ได้เดือดร้อน คำตอบคือ ควรให้ บางคนบอกว่า บางครั้งยังไปขอท่านแล้วจะให้ท่านทำไม ให้ส่วนให้รับส่วนรับ แต่ละเดือนรายได้ เมื่อได้มาเอาไปมอบให้ท่านก่อน มันเป็นเครื่องบำรุงหัวใจท่าน ท่านจะมีความรู้สึกว่าลูกกตัญญู ลูกรักท่าน ระลึกนึกถึงท่าน ตรงนี้มีค่ามากกว่าเงิน เพราะเป็นเครื่องบำรุงหัวใจ ดังนั้น เมื่อทำงานแล้วควรมอบเงินให้พ่อแม่ไม่ว่าจะเป็นระดับบำรุงร่างกาย หรือบำรุงจิตใจก็ตาม
 
ในยุคสมัยนี้ทุกคนใช้เงินมากขึ้น หลายคนยังจะเอาตัวไม่รอด พวกเขาควรให้เงินพ่อแม่หรือไม่?
 

          มีบางคนบอกว่าเราต้องใช้ของเราให้พอก่อน เหลือแล้วค่อยให้คุณพ่อคุณแม่ ถ้าเป็นอย่างนี้ จะพบว่าไม่ค่อยเหลือ ฉะนั้นจะไม่มีโอกาสให้คุณพ่อคุณแม่ แล้วจะใช้อะไรเป็นเครื่องวินิจฉัย เราใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย วางชีวิตแบบหรูหราขนาดไหน ต้องย้อนดูว่าตอนคุณพ่อคุณแม่ท่านเลี้ยงเราท่านใช้วิธีการแบบไหน พ่อกับแม่ต้องกินอิ่มก่อนเหลือเศษข้าวหลังจากอิ่มแล้วเลี้ยงลูก หรือให้ลูกอิ่มก่อนแล้วพ่อแม่ค่อยทานทีหลัง เมื่อพ่อแม่ให้ลูกอิ่มก่อนดังนั้นเมื่อถึงคราวจะดูแลท่าน เราก็ต้องให้คุณพ่อคุณแม่เป็นอันดับแรกคือนึกถึงท่านก่อน เมื่อเงินเดือนออกก็จัดสรรส่วนหนึ่งให้ท่าน อย่างเหมาะสมกับรายรับของเรา สมมุติว่าได้เงินเดือน 10,000 บาท ตัดใจให้ท่านเดือนละ 1,000 บาท แล้วมาวางแผนการเงินให้ดี ให้ความสำคัญกับงบที่จะต้องดูแลคุณพ่อคุณแม่ งบที่ไม่จำเป็นคืออบายมุขจะถูกตัดออกไปก่อน มอบปัจจัยให้คุณพ่อคุณแม่ มีความกตัญญูรู้คุณท่านชีวิตตัวเองจะเจริญขึ้น ทำให้เป็นคนวางแผนการเงินเป็นใช้จ่ายเป็น 
 
เรื่องการบำรุงหัวใจ หากคุณพ่อคุณแม่ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว จำเป็นที่จะต้องให้ เงินท่านอีกหรือไม่?
 

          ให้ส่วนให้ เข้าส่วนเข้า ออกส่วนออก ท่านรับเงินมาแล้วไม่ได้เอาไปใช้อะไร เพราะว่าฐานะการเงินท่านดีกว่าลูก แต่ลูกเอาเงินมาไม่กี่พัน มาให้ท่านรับแล้วท่านชื่นใจน้ำตาคลอ รู้สึกว่าลูกรักท่านกตัญญูต่อท่าน ความสุขที่เกิดขึ้นในใจมันเทียบกับเงินไม่ได้เลย แต่ความปลื้มใจมันมีมากล้น เพราะฉะนั้นไม่ว่าฐานะการเงินของท่านจะเป็นอย่างไร ต่อให้เป็นมหาเศรษฐี เรามีรายได้เมื่อไหร่ปันให้ท่าน ไม่มีคำว่าสายเกินไป ถึงแม้ผ่านมากี่ปีก็ตาม เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ แล้วความรู้สึกดีจะเกิดกับเราเองอีกด้วย ท่านมีความสุขใจ เราเองก็จะมีความสุขใจด้วย แล้วคนที่มีความกตัญญูกต่อเวทีอย่างนี้บุญจะหล่อเลี้ยงใจ โบราณบอกไว้ว่า ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ไปไหนจะเป็นคนรักใคร่เอ็นดูให้การอุปถัมภ์เกื้อกูลเอ็นดู ตลอดชีวิตจะมีแต่ความสุขความเจริญ 
 
พ่อแม่ที่ไม่ได้เลี้ยงดูเรามา เราควรจะให้อะไรกับท่านหรือไม่?
 

          แม้ท่านให้กำเนิดแล้วไม่ได้เลี้ยงเรา กรณีนี้ พระคุณของท่านก็ยังมหาศาล พระคุณในการให้แบบในการเป็นมนุษย์กับเรา หากตอนที่เราจะมาเกิดถ้าไม่ได้ท่านเป็นแบบ เราไปเข้าท้องสุนัข แล้วเราจะทำความดีได้แค่ไหน พระพุทธเจ้าตรัสว่า พ่อแม่ที่ให้กำเนิดลูก แม้ไม่ได้เลี้ยงดู เปรียบเทียบพระคุณของท่านว่า ถ้าบุตรวางบิดามารดาไว้บนบ่าทั้งสองของตน ป้อนข้าวป้อนน้ำให้ท่านอุจจาระปัสสาวะบนบ่านั้น นี่คือการดูแลแบบใกล้ชิดที่สุด จริงๆแล้วไม่ได้เอาท่านมาอยู่บนบ่า แต่เป็นการเปรียบว่า ดูแลท่านอย่างใกล้ชิด ไม่มีความรังเกียจในสิ่งสกปรกของท่าน แม้บุตรมีอายุถึง 100 ปี ปรนบัติท่านอย่างนี้จนตลอดชีวิต ก็ยังตอบแทนพระคุณท่านไม่หมด พ่อแม่มีพระคุณมากขนาดนั้น เนื่องจากเราจะเป็นมนุษย์ได้ต้องอาศัยแบบจากท่าน หากไม่ได้แบบกายมนุษย์จากพ่อแม่แล้ว เราก็จะไม่ได้เป็นมนุษย์ ไม่มีโอกาสสร้างความดี ดังนั้นต้องตรองตรงนี้ให้ชัด ถึงแม้ท่านไม่ได้เลี้ยงดู เมื่อท่านมีพระคุณมากขนาดนั้น เราต้องตอบแทนพระคุณท่าน ต้องดูแลท่าน ยิ่งท่านให้กำเนิด แล้วเลี้ยงดูเรามาด้วย บุญก็ยิ่งมากมายมหาศาล เรายิ่งต้องตอบแทนพระคุณท่านให้ดียิ่งๆขึ้นไป

บางคนมีฐานะทางการเงินดี ให้เงินคุณพ่อคุณแม่ไม่เคยขาด แต่ไม่มีเวลาให้กับคุณพ่อคุณแม่
 

          ให้เงินท่านก็ช่วยได้ส่วนหนึ่ง แต่ต้องมีเวลาให้ท่านด้วย อย่างที่เปรียบเทียบว่า ถ้าเราตอนเล็กๆท่านหัวเป็นเกลียวตัวเป็นน็อต ท่านไม่มีเวลาให้เราเลยอย่างนั้นหรือเปล่า ลูกเกิดมาก็มอบพี่เลี้ยงไป แล้วก็บอกงานยุ่ง ปีนึงเอามาให้ดูหน้าทีนึง ลูกน่ารักดี แล้วเอากลับไปแล้วก็ให้พี่เลี้ยงเลี้ยง ท่านเลี้ยงเรามาอย่างนั้นหรือเปล่า ตอนกำลังก่อร่างสร้างตัวท่านก็งานยุ่ง แต่ยุ่งอย่างไรก็อยากดูแลลูก ช่วงที่ลูกยังเล็กๆอยู่ตีสองตีสามก็ตื่น หิวเมื่อไหร่ก็ร้อง อุจจาระปัสสาวะก็ร้อง ท่านงัวเงียๆ ตื่นขึ้นมาชงนมให้ลูก ถ้าคนไม่ได้รวยขนาดจ้างพี่เลี้ยงก็ต้องตื่นมาเลี้ยงดูลูก อย่างนี้เป็นปีๆ กว่าเราจะโตขึ้นมา ดังนั้นเราเองก็ต้องปันเวลาให้ท่านด้วยเหมือนกัน การที่เรามีเวลาให้ท่านจะทำให้ท่านมีเป้าหมายในแต่ละสัปดาห์ว่า เดี๋ยวลูกจะมาเยี่ยม ใจท่านจะมีชีวิตชีวา แล้วอย่าลืมว่า ลูกหลานเราดูอยู่ตลอด เราทำกับคุณพ่อคุณแม่เราอย่างไร อีกหน่อยลูกหลานของเราก็จะทำกับเราอย่างนั้น เพราะเห็นแบบอย่างอยู่ การดูแลท่านนอกจากเงินทองแล้วเวลาที่สื่อถึงความรัก และความผูกพันที่เรามีต่อท่าน เป็นสิ่งที่สำคัญ 
 

 
          สำหรับลูกทุกคนไม่ว่าเราจะยากดีมีจน หรือการงานรัดตัวแค่ไหน  จะต้องไม่ลืมที่จะเลี้ยงดูบำรุงทั้งร่างกายและหัวใจของคุณพ่อคุณแม่ เงินที่บำรุงหัวใจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่นั้น มีความรู้สึกปิติใจ และอย่าลืมที่จะใช้เวลาอยู่กับท่านให้มากๆ

 

รับชมคลิปวิดีโอเงินเลี้ยงหัวใจ : ข้อคิดรอบตัว
ชมวิดีโอเงินเลี้ยงหัวใจ : ข้อคิดรอบตัว   Download ธรรมะเงินเลี้ยงหัวใจ : ข้อคิดรอบตัว


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
คนรุ่นเก่ากับคลื่นลูกใหม่คนรุ่นเก่ากับคลื่นลูกใหม่

ดวงดีมีที่มาดวงดีมีที่มา

ฉลาดทางลัดฉลาดทางลัด



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

ข้อคิดรอบตัว