อุจฉังคชาดก ชาดกว่าด้วยหญิงผู้มีใจรักพี่รักน้อง


[ 21 พ.ย. 2563 ] - [ 609 ] LINE it!

ชาดก 500 ชาติ

อุจฉังคชาดก-ชาดกว่าด้วยหญิงผู้มีใจรักพี่รักน้อง

หมู่บ้านชายแดนของนครสาวัตถี

หมู่บ้านชายแดนของนครสาวัตถี
  
        แคว้นโกศลในพระราชอำนาจปกครองของพระเจ้าปเสนทิโกศล สมัยพุทธกาลนั้นบังเกิดเหตุปล้นสะดมบ่อยครั้ง ละแวกชายแดนสาวัตถีนครหลวง
ชาวบ้านมากมายหลายหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากฝีมือโจรกลุ่มเดียวกัน ซึ่งทางการมิเคยปราบปรามได้โดยสำเร็จ
 
โจรกลุ่มใหญ่ออกปล้นสะดมชาวเมือง
 
โจรกลุ่มใหญ่ออกปล้นสะดมชาวเมือง
 
        “ เฮ้ย เมื่อไหร่เจ้าโจรพวกนี้จะโดนจับได้สะทีนะ ” “ นั่นนะสิ ไม่รู้ว่าทางการไปมัวทำอะไรอยู่ ” “ ทำมาหากินได้เท่าไหร่ก็โดนปล้นหมดเลย วุ้ยลำบากจริง ๆ ”
พระเจ้าโกศลเองเมื่อทราบเรื่องราวก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด จัดส่งกำลังทหารไปแก้ไขหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่อาจจับโจรกลุ่มนี้ได้
 
ชาวเมืองต่างได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้าจากการปล้นของกลุ่มโจร
 
ชาวเมืองต่างได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้าจากการปล้นของกลุ่มโจร
 
        “ เฮ้อ นี่เราจะใช้วิธีการใดจัดการกับโจรพวกนี้ดีเนี่ย ” ณ เวลานั้นแผ่นดินชายแดนแคว้นโกศลรุ่มร้อนยิ่งนัก เมื่อทางการไม่สามารถจับโจรกลุ่มนี้
มาลงโทษได้ ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งชายฉกรรจ์และหญิงสาวในหมู่บ้าน จึงรวมตัวกันออกสืบหาโจร
 
เขตเมืองนครสาวัตถี
 
เขตเมืองนครสาวัตถี
 
        “ ในเมื่อพึ่งทางการไม่ได้ พวกเราก็ต้องช่วยตัวเอง ” “ นั่นนะสิ มาเถอะพวกเรา มาช่วยกันจับโจรกลุ่มนี้ให้ได้เถอะ เพื่อความสงบสุขของหมู่บ้านเรา ”
“ หนอยแน่ะ บังอาจมาปล้นทรัพย์สมบัติเรา กว่าจะอดออมหามาได้ด้วยความยากลำบาก คอยดูนะ จับได้เมียจะเล่นให้น่วมเลย ”

พระเจ้าโกศลได้ส่งทหารไปปราบปรามกลุ่มโจรที่ออกปล้นสะดม
 
พระเจ้าโกศลได้ส่งทหารไปปราบปรามกลุ่มโจรที่ออกปล้นสะดม
 
       “ ข้าได้ข่าวมาว่าที่ทุ่งนาด้านโน้นมีคนแปลกหน้าทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ไปดูกันเถอะพวกเรา ” “ ข้าว่าต้องเป็นพวกมันนี่แหละที่เป็นโจรปลอมตัวมา ”
ชาวบ้านกลุ่มนั้นถือมีดถือไม้ตามหาโจรมาจนถึงทุ่งนานอกหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ขณะนั้นใกล้ฤดูเพาะปลูกแล้ว
 
บ้านเมืองลุกเป็นไฟเนื่องจากทหารไม่สามารถปราบกลุ่มโจรได้
 
บ้านเมืองลุกเป็นไฟเนื่องจากทหารไม่สามารถปราบกลุ่มโจรได้
 
        ชาวไร่ชาวนามักออกมาสำรวจดูผิวดิน เพื่อเตรียมไถ่กันบ้างแล้ว ดั่งเช่นชาวนาครอบครัวหนึ่งซึ่งมีชายสูงวัย คนหนุ่มและเด็กรุ่นยังไม่โตเต็มวัย
พากันมาขุดดินเตรียมลงไถ่เช่นกัน “ ดูนั่นสิ พวกไหนก็ไม่รู้ยกขบวนกันมาเต็มเลย ” “ เออ นั่นสิ เอ๊ะ หรือว่าจะมาช่วยพวกเราทำงาน ”
 
ชาวบ้านต่างพากันรวมตัวออกล่ากลุ่ม
 
ชาวบ้านต่างพากันรวมตัวออกล่ากลุ่ม
 
       “ คงไม่หรอกมั้ง ดูหน้าตาแต่ละคนสิ ถมึงทึงมาเชียว ข้าว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ ๆ ” “ หรือว่าจะเป็นชาวนิคมชนบทโน้นกระมัง ข่าวว่าออกล่า
พวกโจรกันอยู่ แต่...เอ้ พวกเขาเดินมาที่เราทำไมนี่ ท่าทางจะไม่ดีเหมือนพี่ว่าซะแล้ว ”
 
ชาวนาบางกลุ่มเริ่มลงสำรวจหน้าดินเพื่อที่จะเตรียมไถ่และเพาะปลูก
 
ชาวนาบางกลุ่มเริ่มลงสำรวจหน้าดินเพื่อที่จะเตรียมไถ่และเพาะปลูก
     
        ไม่ทันขาดคำพวกชาวบ้านก็ถืออาวุธวิ่งเข้าหาครอบครัวนี้ เนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกโจรปลอมตัวมา “ นั่นไง พวกโจรมันอยู่ตรงนั้น
หนอยทำมาปลอมตัวเป็นชาวนา คิดว่าจะตบตาพวกเราได้ง่าย ๆ อย่างนั้นรึ ”
 
กลุ่มชาวบ้านออกไล่ล่าโจรจนมาถึงพื้นที่นาของชาย ๓ คน
 
กลุ่มชาวบ้านออกไล่ล่าโจรจนมาถึงพื้นที่นาของชาย ๓ คน
 
       “ ฮะ ฮะ ฮ่า เสร็จข้าละเจ้าโจรร้าย ทำนาไม่รุ่งหรือไง ถึงได้ออกมาปล้นชาวบ้านอย่างนี้ คราวนี้พวกแกไม่รอดแน่ ๆ ” “ ฮือ โกรธ ข้าไม่ได้กินข้าว
มาหลายวัน ก็พวกแกนั่นแหละที่มาขโมยข้าวที่พวกข้าเก็บไว้ โอ้ยหิว ไม่มีแรงวิ่ง ” “ พวกเขาวิ่งเข้ามากันแล้ว ทำยังไงดี ”
 
กลุ่มชาวบ้านพากันวิ่งเข้าหาชาวนาเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโจร
 
กลุ่มชาวบ้านพากันวิ่งเข้าหาชาวนาเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโจร
 
        “ อย่า หยุดก่อนพวกท่าน หยุดก่อนเถิด มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันก็ได้ ” “ ไม่พงไม่พูดกันแล้ว พวกเราลุย ” “ เราเป็นแค่ชาวบ้าน หาใช่ผู้ร้ายปล้นฆ่า
ใครไม่ อย่าเข้ามา ได้โปรด อย่า โอ้ย โอ้ย ๆ ” คำขอร้องไม่เป็นผล ชาวบ้านเข้ารุมทำร้ายชาย ๓ คนนี้ จนได้รับบาดเจ็บสะบักสบอม

กลุ่มชาวบ้านไม่ยอมฟังคำอธิบายของชาวนาทั้ง ๓ คนเลย
 
กลุ่มชาวบ้านไม่ยอมฟังคำอธิบายของชาวนาทั้ง ๓ คนเลย
  
        แถมถูกจับมัดเหมือนแพะ “ ฮือ ๆ ไม่ฟังกันบ้างเลย บอกแล้วไงละ ว่าเราไม่ใช่โจร ” “ โอ้ย โอ๊ะ ปล่อยพวกเราไปเถิดท่านจะจับเราไปไหนเนี่ย
พวกเราไม่ใช่โจร พวกเราเป็นชาวนาธรรมดา ๆ เชื่อกันบ้างสิ โอ้ย ปล่อย ปล่อยเราไปเถอะ ปล่อยเรา ”
 
ชาวนาทั้ง ๓ คนถูกจับมัดและส่งเข้าเมืองเพื่อไต่สวน    

ชาวนาทั้ง ๓ คนถูกจับมัดและส่งเข้าเมืองเพื่อไต่สวน
 
        ข่าวจับโจรได้แพร่สะพัดไปทั่วนครสาวัตถี พระเจ้าปเสนธิโศกลโปรดให้เปิดท้องพระโรงไต่สวนในวันเดียวกันนั้น ซึ่งแน่นอนผู้บริสุทธิ์ย่อมไม่ยอม
รับข้อกล่าวหา “ ฝ่าบาทหม่อมฉันทั้ง ๓ เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ จริง ๆ ขอพระกรุณาธิคุณโปรดปล่อยพวกหม่อมฉันด้วยเถิดพระเจ้าข้า ”

ชาวนาทั้ง ๓ ถูกสอบสวนในท้องพระโรง
 
ชาวนาทั้ง ๓ ถูกสอบสวนในท้องพระโรง
  
        “ ได้โปรดเถิดฝ่าบาท ฮือ ๆ ๆ ” “ ฝ่าบาทหม่อมฉันเป็นชาวนาจริง ๆ พระเจ้าค่ะ ” “ บังอาจ เราหวังจะได้ยินคำสารภาพของผู้ร้ายที่กระทำกรรมชั่ว
ไว้มิใช่คำแก้ตัวเช่นนี้ ” “ จงเตรียมรับผลกรรมของเจ้าเถอะ ทหารเอาตัวมันไปขังไว้ รอคำสั่งประหารชีวิต ”
 
ชาวนาทั้ง ๓ ถูกจับขังคุกรอวันประหาร
 
ชาวนาทั้ง ๓ ถูกจับขังคุกรอวันประหาร
 
        คำตัดสินของพระราชาในเวลานั้น ถือเป็นประกาศิตมิอาจคัดค้านได้ นับเป็นกรรมเก่าตามมาก่อทุกข์เข็ญโดยแท้ ชาวนาทั้ง ๓ ต้องถูกโยนลงขังคุกใต้ดิน
โดยหาได้ทำความผิดใดไม่ “ ถูกขังอยู่เช่นนี้ พวกเราคงหนีไปได้ยาก ” “ ทำไมพวกเราต้องถูกขังด้วยละ ก็เราไม่ผิดอะไรนี่ ”
 
หญิงสาวนางหนึ่งมาร้องไห้คร่ำครวญหน้าประตูเมือง
 
หญิงสาวนางหนึ่งมาร้องไห้คร่ำครวญหน้าประตูเมือง
 
        “ เวรกรรมแท้ ๆ เฮ้อ แม้แต่เศษอาหารพวกเราก็ยังไม่เคยได้ขโมย หรือหยิบของใครมา แล้วไย เราต้องโดนลงทัณฑ์ด้วย ” วันเดียวกันนั้นเอง
ได้มีหญิงคนหนึ่งมาร้องคร่ำครวญอยู่นอกกำแพงพระราชวัง “ ข้าแต่ผู้ปกครองเมือง โปรดพระราชทานเครื่องนุ่งห่มแก่หม่อมฉันเถิด

หญิงสาวได้ร้องขอให้เจ้าเมืองพระราชทานเครื่องนุ่งห่มแก่นาง
 
หญิงสาวได้ร้องขอให้เจ้าเมืองพระราชทานเครื่องนุ่งห่มแก่นาง
 
        โปรดพระราชทานเครื่องนุ่งห่มแก่หม่อมฉันเถิด ” นางนั้นรำพันคำซ้ำ ๆ กันเช่นนี้จนน่าประหลาดใจ “ เจ้ามีความทุกข์ใดให้เราช่วยเหลือรึ ” “ ท่านไม่สามารถ
ช่วยเหลือเราได้หรอก มีแต่พระเจ้าโกศลเท่านั้นที่ช่วยเราได้ ” “ เอาละ ๆ เธอมีความทุกข์ใด ก็จงกราบทูลพระเจ้าโกศลเองเถิด ”

หญิงสาวถูกนำมาเข้าเฝ้าพระเจ้าโกศล
 
หญิงสาวถูกนำมาเข้าเฝ้าพระเจ้าโกศล
 
       “ ขอบใจท่านมาก เร่งเปิดประตูเร็วเข้าสิ ” เมื่อพระเจ้าโกศลทรงทราบความทุกข์ของนางที่ขอพระราชทานเครื่องนุ่งห่ม พระองค์จึงทรงรับสั่ง
ให้ราชบุรุษนำผ้าสาดกผืนหนึ่งไปมอบให้ แต่นางนั้นกลับยิ่งร้องห่มร้องไห้มากกว่าเก่า “ หม่อมฉันไม่ได้ต้องการเช่นนี้
 
หญิงสาวได้ร้องขอชีวิตลูก สามีและพี่ชายของตน
 
หญิงสาวได้ร้องขอชีวิตลูก สามีและพี่ชายของตน
 
        ที่ขอพระราชทานเครื่องนุ่งห่มก็คือสามีที่ถูกจับไป อันสามีนั้นเชื่อว่าเป็นเครื่องนุ่งห่มของหญิง หากปราศจากสามีถึงจะมีพี่น้องสัก ๑๐ คน ก็ยังถือว่า
กายเปลือยเปล่าอยู่ดี ฮือ ฮือ ๆ ” หญิงผู้นั้นเฝ้ากราบทูลเหตุผลการขอชีวิตนักโทษอย่างชาญฉลาด จนพระเจ้าโกศลถึงกับเลื่อมใส
 
พระเจ้าโกศลได้ให้ชีวิตชายชาวนาทั้ง ๓ เพื่อเป็นทาน
 
พระเจ้าโกศลได้ให้ชีวิตชายชาวนาทั้ง ๓ เพื่อเป็นทาน
 
       ยอมปลดปล่อยชายทั้ง ๓ ไปเป็นทาน “ อืม เราเข้าใจแล้ว เจ้าจงนำสามีแล้วก็ญาติของเจ้ากลับไปเถิด ” แล้วเรื่องที่หญิงผู้นี้ช่วยชีวิตผู้ชายทั้ง ๓ คนไว้ได้
กลายเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งกรุงสาวัตถีแห่งแคว้นโกศลในพุทธสมัย แม้แต่ในหมู่ภิกษุที่พระเชตะวันมหาวิหาร ก็ร่ำลือไปทั่วเช่นกัน
 
พระพุทธองค์ทรงนำอดีตนิทาน อุจฉังคชาดก มาตรัสเล่าให้แก่เหล่าภิกษุได้ฟัง
 
พระพุทธองค์ทรงนำอดีตนิทาน อุจฉังคชาดก มาตรัสเล่าให้แก่เหล่าภิกษุได้ฟัง
 
        จนกระทั่งความทราบถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธองค์จึงทรงระลึกอดีตชาติที่ผ่านมาด้วยบุบเพนิวาสนุสติญาณ ตรัสว่า “ ดูก่อนภิกษุ
หญิงนี้ใช่ว่าจะปลดเปลื้องให้ชายทั้ง ๓ พ้นจากทุกข์แต่บัดนี้เท่านั้น ถึงในปางก่อนก็ได้ทำดีเช่นนี้มาแล้ว ” 
 
ชายชาวนา ๓ คนถูกจับเพราะชาวบ้านคิดว่าพวกเขาเป็นโจร
 
ชายชาวนา ๓ คนถูกจับเพราะชาวบ้านคิดว่าพวกเขาเป็นโจร
 
        สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนำ อุจฉังคชาดกมาตรัสเล่าดังนี้ ในอดีตชาติครั้งนั้น ชาย ๓ คน ก็เคยได้ประสบเคราะห์กรรมถูกจับมาขังไว้เช่นเดียวกัน
หากแต่เป็นในภพของพระเจ้าพรหมทัต และหญิงคนนี้ในกาลก่อนก็เคยหมอบกราบขอพระราชทานอภัยโทษมาแล้ว
 
ภรรยาของชาวนาได้มาร้องขอชีวิตของชายทั้ง ๓ คนที่ถูกจับ
 
ภรรยาของชาวนาได้มาร้องขอชีวิตของชายทั้ง ๓ คนที่ถูกจับ
 
       “ ก็ได้ เราจะยอมให้ตามที่เจ้าขอ เราให้ผู้คุมนำตัวมันทั้ง ๓ ออกมา แต่จะให้รอดชีวิตตามคำขอของเจ้าได้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ” “ โอ้ ฝ่าบาทขอเดชะ
ชายทั้ง ๓ เป็นที่รักยิ่งของหม่อมฉัน ช่างลำบากใจเหลือเกินเพค่ะที่จะเลือก ๑ คนไว้ แล้วปล่อยให้อีก  ๒ ต้องตาย

หญิงสาวไม่ร้องขอชีวิตลูกชายเหตุเพราะนางสามารถให้กำเนิดบุตรใหม่ได้
 
หญิงสาวไม่ร้องขอชีวิตลูกชายเหตุเพราะนางสามารถให้กำเนิดบุตรใหม่ได้
 
       คนหนึ่งคือสามี คนวัยเยาว์นั้นคือบุตรในอุทร อีกคนเล่าก็เป็นพี่ชายร่วมสายเลือด หม่อมฉันไม่อาจเลือกใครเพียงคนเดียวได้เลย ” “ ๓ คนนี้มีความผิด
มหันต์นัก มันเที่ยวปล้นสะดมเขาไปทั่ว แม้ถูกจับได้ก็ยังปากแข็ง ไม่ยอมรับความจริง มันมีโทษตายทั้งหมด
 
หญิงสาวไม่ร้องขอชีวิตสามีเหตุเพราะนางสามารถมีสามีใหม่ได้
 
หญิงสาวไม่ร้องขอชีวิตสามีเหตุเพราะนางสามารถมีสามีใหม่ได้
 
       แต่เมื่อเจ้ามาขอชีวิตมัน ข้าจะละเว้นชีวิตให้หนึ่งคน เลือกเอาเถิดเจ้า ” “ โธ่ ฝ่าบาท จะให้หม่อมฉันเลือกเช่นไร ลำบากใจเหลือเกิน ฮือ  ฮือ ” “ นั่นใช่หรือไม่
ลูก สามี และพี่ชายของเจ้า เลือกมา ๑ คน ข้าจะเว้นโทษตายให้ ” “ เมื่อไม่มีทางอื่น หม่อมฉันขอชีวิตพี่ชายไว้เพค่ะ ”
 
หญิงสาวร้องขอชีวิตพี่ชายเหตุเพราะนางไม่สามารถมีพี่ที่ร่วมสายโลหิตเดียวกันได้อีก
 
หญิงสาวร้องขอชีวิตพี่ชายเหตุเพราะนางไม่สามารถมีพี่ที่ร่วมสายโลหิตเดียวกันได้อีก
 
       “ พี่ชายรึ ไฉนไหนเป็นเช่นนั้นละ ” “ ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นราชาเทพ อันบุตรนั้นย่อมเกิดในครรภ์เหมือนอยู่ในพกในห่อ หม่อมฉันย่อมให้กำเนิดบุตรเองได้
อันสามีเล่าหากต้องการ เมื่อเดินไปตามทาง ย่อมหาได้ไม่ยาก แต่โอกาสจะมีพี่น้องร่วมท้องพ่อแม่เดียวกัน
 
หญิงสาวได้ขอโทษสามีที่นางไม่สามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้
 
หญิงสาวได้ขอโทษสามีที่นางไม่สามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้
 
       หม่อมฉันมองไม่เห็นทาง เพราะพ่อแม่ได้เสียชีวิตไปแล้ว ” พูดแล้วนางก็ร่ำไห้เข้าไปกราบสามี “ พี่จ๋า ยกโทษให้น้องด้วย ที่ไม่อาจเลือกพี่หรือลูกของเราได้
เพราะต้องตอบแทนพระคุณพ่อแม่ ต้องช่วยชีวิตพี่ชายไว้ ” “ ไม่เป็นไรหรอก พี่เข้าใจเจ้า พ่อแม่มีพระคุณปานขุนเขา เธอทำถูกแล้วที่ช่วยลูกชายท่าน
 
หญิงสาวได้บอกลาลูกชายด้วยความรักและอาลัยยิ่ง
 
หญิงสาวได้บอกลาลูกชายด้วยความรักและอาลัยยิ่ง
 
       ขอให้มีความสุขความเจริญเถิดนะ พี่กับลูกขอลาก่อน ” “ พี่จ๋า หากชาติหน้ามีจริง น้องขอครองคู่กับพี่ทุกชาติไปนะ ฮือ ฮือ ” ผละจากสามีบุตรชาย
ก็โผเข้าซบอาลัยอย่างเศร้าสร้อย “ ลูกรัก แม่ขอโทษนะลูก แม่ไม่อาจจะช่วยเจ้าไว้ได้ แม่ขอโทษ ฮือ ฮือ ฮือ ๆ ”
 
พระเจ้าพรหมทัตโปรดให้สอบสวนคดีใหม่และได้ปล่อยชายทั้ง ๓ เป็นอิสระ
 
พระเจ้าพรหมทัตโปรดให้สอบสวนคดีใหม่และได้ปล่อยชายทั้ง ๓ เป็นอิสระ
 
       เสียงร้องไห้ที่กลั่นออกมาอย่างเจ็บร้าวในครั้งนี้ พระเจ้าพรหมทัตมิอาจกลั้นน้ำพระเนตรไว้ได้ พระองค์โปรดให้สอบสวนคดีใหม่ แล้วปล่อยตัวชายทั้ง ๓ ไป
เพราะคุณธรรมที่ปรากฏจากครอบครัวนี้ เป็นลักษณะของคนดีมีศีลธรรม จึงย่อมมิใช่สมาชิกโจรเป็นแน่ เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาจบแล้ว
ทรงประชุมชาดกว่า
 
 
 
คนทั้ง ๔ ในอดีตกำเนิดเป็นชาวนา ๔ คนในครั้งนี้
พระเจ้าพรหมทัต เสวยพระชาติเป็นพระพุทธเจ้า
 
นคฺคา นที อโนทกา
นคฺคํ รัฏฐํ อราชิกํ
อิตฺถี วิธวา นคฺคา
ยสฺสาปิ ทส ภาตโร

แม่น้ำ ไม่มีน้ำ ชื่อว่าเปลือย
แว่นแคว้น ไม่มีราชา ชื่อว่าเปลือย
หญิงปราศจากสามี แม้จะมีพี่น้องตั้ง ๑๐ คน ก็ชื่อว่าเปลือย

 
 


Desktop Version Desktop Version    



บทความที่เกี่ยวข้อง
ขรัสสรชาดก ชาดกว่าด้วยบุตรที่มารดาละทิ้งขรัสสรชาดก ชาดกว่าด้วยบุตรที่มารดาละทิ้ง

กปิชาดก ชาดกว่าด้วยการโกหกหลอกลวงกปิชาดก ชาดกว่าด้วยการโกหกหลอกลวง

กุมมาสปิณฑชาดก ชาดกว่าด้วยอานิสงส์ถวายขนมกุมมาสกุมมาสปิณฑชาดก ชาดกว่าด้วยอานิสงส์ถวายขนมกุมมาส



Home

อ่านธรรมะ

ธรรมะมาแรง

นิทานชาดก 500 ชาติ